
แปรรูป ฟ้าทะลายโจร ต้านหวัด อีกก้าวที่พึ่งชาวบ้าน "เหมืองใหม่"
แม้ ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเมืองท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีผลไม้เลื่องชื่อนานาชนิด แต่หลังจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ชาวบ้านต้องหันมาหาวิธีสร้างภูมิคุ้มกันด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการนำสมุนไพรพื้นบ้านที่มีอยู่เป็นจำนว
นภัทร จาตุรัส เลขานุการศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เผยว่า ชุมชนตำบลเหมืองใหม่มีครัวเรือนกว่า 400 หลังคา พื้นที่ว่างของทุกบ้านจะเต็มไปด้วยต้นฟ้าทะลายโจร ทั้งนี้เป็นเพราะพื้นที่ของชุมชนเป็นพื้นที่บรรจบของแม่น้ำแม่กลองและคลองแควอ้อมจึงมีความอุดมสมบูรณ์สูง นอกจากปลูกฟ้าทะลายโจรแล้วยังสามารถปลูกพืชสมุนไพรชนิดอื่นได้อีกมาก เช่น มะรุม บอระเพ็ด กะเพรา ฟักทอง และหญ้าหนวดแมว ทั้งหมดล้วนแต่มีสรรพคุณในทางยาช่วยให้สุขภาพของคนในชุมชนแข็งแรง นับเป็นการนำพืชสมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้สูงอายุในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์และยังมีการขยายภูมิความรู้ไปยังตำบลใกล้เคียงอื่นๆ ด้วย
นภัทร เล่าต่อว่า แม้ชุมชนเหมืองใหม่จะมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรทั้งหมด แต่กลับเป็นผลดีที่ช่วยให้การทำประชาคมของชุมชนจะได้แนวความคิดดีๆ จากผู้สูงอายุซึ่งเปรียบเหมือนเป็นปราชญ์ชาวบ้านประจำชุมชนก็ว่าได้ แม้การศึกษาจะไม่สูงแต่ประสบการณ์ชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นของผู้สูงอายุในเรื่องของสมุนไพรที่สืบสานกันมาก็สามารถช่วยให้คนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีได้ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นในการใช้สมุนไพรต้านหวัด ผู้นำชุมชนได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรมาจากสำนักกิจการความรู้ กรมควบคุมโรค มาให้ความรู้เพิ่มเติมแก่คนในชุมชนอีกทางหนึ่ง
"ผู้นำนอกจากจะสามารถแนะนำในสิ่งที่ดีแล้วยังต้องแนะนำความรู้ที่ทันสมัยและถูกต้องให้แก่ชาวบ้านได้ด้วย เมื่อชุมชนมีความรู้ที่ถูกต้อง มีแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัด 2009 จึงเรียกได้ว่าเป็น “Best Practice” ก็สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบของการเรียนรู้และสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปบอกต่อให้แก่คนในชุมชนใกล้เคียงได้"
ขณะที่ พรพรรนี วรานสกุล ทายาทยุทธศาสตร์รุ่นที่ 3 งานรณรงค์ป้องกันและควบคุมไข้หวัดใหญ่ 2009 ต.เหมืองใหม่ กล่าวเสริมว่า ทุกครั้งที่ได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตนเพื่อต้านไข้หวัด ก็จะพูดถึงการนำฟ้าทะลายโจรมาต้มดื่มเพราะฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญหรือมีสรรพคุณที่สามารถช่วยต้านไข้หวัดได้ ขั้นตอนในการทำและวิธีในการรับประทานก็ง่ายไม่ซับซ้อน เริ่มจากการเด็ดใบของต้นฟ้าทะลายโจรมาประมาณ 15 ใบ นำมาต้มจนได้ที่ จากนั้นจึงนำมาดื่ม โดยให้ดื่มในตอนเช้าประมาณครึ่งแก้ว อาทิตย์ละประมาณ 3 ครั้ง ก็จะสามารถช่วยรักษาไข้ ระงับอาการอักเสบ เช่น ไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ รวมทั้งแก้อาการติดเชื้อ และยังใช้เป็นยาขมเจริญอาหารได้ด้วย
"ฟ้าทะลายโจรไม่ควรดื่มทุกวัน เพราะอาจจะเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แขนขาไม่มีแรง ซึ่งการดื่มอาทิตย์ละประมาณ 3 ครั้ง จึงเป็นปริมาณที่พอเหมาะและสามารถดื่มต่อเนื่องได้ทุกอาทิตย์" พรพรรนี กล่าวพร้อมย้ำด้วยว่า
ขณะนี้ชาวบ้านมีโครงการขยายผลต่อเกี่ยวกับสมุนไพร ประกอบด้วย การผลิตฟ้าทะลายโจรในรูปแบบของแคปซูลเพื่อความสะดวกในการรับประทาน และการศึกษาสรรพคุณของสมุนไพรชนิดอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคและการดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างครอบคลุม ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ จะต้องป้องกันเป็นพิเศษเพราะมีโอกาสแพร่ระบาดอย่างหนัก และอาจเลวร้ายถึงขั้นข้ามสายพันธุ์หรือกลายพันธุ์อีกด้วย
นับเป็นอีกก้าวของชาวบ้าน “เหมืองใหม่” ที่นำสมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจรมาใช้ดูแลรักษาสุขภาพของชุมชนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้เป็นอย่างดี
"สุรัตน์ อัตตะ"



