ไลฟ์สไตล์

6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก

6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก

21 ธ.ค. 2560

สวนดุสิต เสริมทัพงานวิจัยอุตสาหกรรมอาหารส่งออก เผย 6 ปี สร้างมูลค่า 1.7 พันล้านบาท เปิด"น้ำซอสอาหารไทยสำเร็จรูป"ลิ้มรสอาหารไทยแท้

        อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนาประเทศก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0 “มหาวิทยาลัยสวนดุสิต” มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านอาหารและเบเกอรี่ ได้มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารตอบสนองความต้องการของประเทศ โดยล่าสุดได้ลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกันบริษัทต่างๆ พร้อมโชว์ผลงานวิจัยที่สามารถนำไปสู่การสร้างสินค้า และบริการได้จริง

6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก

       ผศ.ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด) กล่าวว่าตลอด 2 ปีที่ผ่าน มสด ได้ปรับแผนงานวิจัย โดยมุ่งเน้นตอบโจทย์ของประเทศก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยต้องใช้นวัตกรรม ที่ได้จากงานวิจัย ในการผลิตสินค้าและการบริการต่างๆ มสด.จึงวางแผนนโยบายกำหนดการทำงานวิจัยต้องใช้ประโยชน์ได้จริง ใน  5  ด้าน ดังนี้  1.ด้านวิชาการ เน้นพัฒนาสร้างองค์ความรู้ใหม่ การค้นพบสิ่งใหม่ 2.ด้านเชิงพาณิชย์  นักวิจัยต้องร่วมมือกับผู้ประกอบการในการทำงานวิจัย เพื่อนำไปใช้ในภาคธุรกิจจริงๆ 3. ด้านสาธารณะ  งานวิจัยต้องดำเนินการเพื่อการสร้างชุมชน สังคมให้เข้มแข็ง นักวิจัยจะไปพัฒนาชุมชนโดยต้องดึงชุมชน สังคมเข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมพัฒนา ตอบโจทย์ของชุมชนเป็นสำคัญ  4. ด้านการพัฒนาสวนดุสิต การที่มหาวิทยาลัยจะพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ต้องอยู่บนฐานงานวิจัย และ 5. ด้านนโยบาย ต้องวิจัยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค์ ในหน่วยงานนั้นๆ  เมื่อวิจัยเสร็จหน่อยงานเหล่านั้นได้นำไปใช้ประโยชน์ทันที

       “ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มสด ได้ดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับอาหาร อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ซึ่งสร้างมูลค่าด้านเศรษฐกิจแก่ประเทศ จำนวน 1.7 พันล้านบาท และ ในปี 2561 การประเมินงบประมาณแผ่นดิน พบว่า มหาวิทยาลัยได้รับงบประมาณสูง เนื่องจากงานวิจัยของมสด โดยเฉพาะด้านอาหาร การแปรรูปอาหาร สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งนี้ มสด กำลังเสนอขอจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศวัฒนธรรมอาหารไทย ซึ่งไม่ใช่นำเสนอเพียงอาหาร แต่เป็นเล่าเรื่องราววัฒนธรรม ความเป็นมาของอาหารไทย ผูกโยงประวัติศาสตร์ชาติไทย  เป็นการท่องเที่ยวในประเทศไทย ตามวัฒนธรรมอาหารไทย” ผศ.ดร.ชนะศึก กล่าว

6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก

     อย่างไรก็ตาม งบประมาณวิจัยของมสด.ทุกแหล่งรวมกัน ได้ประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งเป็น  งานวิจัยด้านอาหาร 50%  อุตสาหกรรมการบริการ การท่องเที่ยว 30 %  และการศึกษาปฐมวัย และพยาบาลสุขภาวะ 20%  

       สิ่งที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมอาหารไทย คือ เรื่องมาตรฐาน  เพราะเวลาที่พูดถึงอาหารชนิดหนึ่งพบว่ามีหลายร้อยสูตร ทำให้ไม่รู้ว่าอาหารไทยจริงๆ อยู่ไหน  นักวิจัยด้านอาหารคงต้องผลิตสินค้า และอาหารต่าง โดยต้องยึดตามมาตรฐานอาหารไทยแท้ดั่งเดิม เพื่อเผยแพร่และอยากให้ทั่วโลกได้รับประทานอาหารไทยที่เป็นอาหารไทยจริงๆ

        ผศ.ดร.กนกกานต์ วีระกุล เจ้าของผลงานวิจัย น้ำซอสอาหารไทยสำเร็จรูป กล่าวว่าปัจจุบันผู้บริโภคมักกลัวอาหารแปรรูป อย่าง อาหารถุง และอาหารซอง เนื่องจากไม่มีความสดใหม่ ไม่ได้ทำเอง ดังนั้น ในฐานะนักวิจัยมองว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคไม่กลัวอาหารแปรรูปและรับประทานอาหารได้อย่างอร่อย จึงวิจัยผลิตภัณฑ์น้ำแกง ซึ่งเป็นน้ำแกงสำเร็จรูปที่ปรุงรสจากเซฟชื่อดัง ผู้บริโภคสามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันทีเพียงเติมเนื้อสัตว์ และผัก ดยรสชาติของอาหารเหมือนรับประทานในร้านค้าชื่อดัง รสชาติอาหารไทยแท้ดั่งเดิม เหมาะกับแม่บ้าน ผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่มีเวลาทำเครื่องแกง 

6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก 6 ปี มสด วิจัยอาหารไทยส่งออก

      “อาหารไทยเป็นที่นิยมทั่วโลก แต่รสชาติกลับมีความหลากหลาย เนื่องด้วยวัตถุดิบ เครื่องแกง ต่างๆ อาจหาไม่ได้ ทำให้เกิดความเพี้ยนของอาหารไทย แต่น้ำซอสสำเร็จรูป วัตถุดิบค่อนข้างเข้มงวด ถูกต้อง มีคุณภาพ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการทำอาหารไทย หรือแม่บ้านที่อยากใช้ โดยตอนนี้มีน้ำซอสสำเร็จรูป 11 สูตร  ซึ่งในเดือนต้นปี 2561 จะส่งออกไปยังตลาดในประเทศจีน จำนวน 2 สูตร ได้แก่ คั่วกลิ้ง แกงส้ม เพราะคนจีนไม่ชอบแกงกะทิ และประมาณกลางปี จะส่งออกไปญี่ปุ่น พวกเครื่องแกงกะทิ เช่น ฉู่ฉี่ น้ำยาปู และแกงกะหรี่ เป็นต้น เนื่องจากขณะนี้มีผู้ประกอบการติดต่อมา และคนจีน ญี่ปุ่นชื่นชอบอาหารไทยอย่างมาก”