ไลฟ์สไตล์

กรมสุขภาพจิตแนะปชช.ตั้งสติรับมือพายุ"ไคตั๊ก"

กรมสุขภาพจิตแนะปชช.ตั้งสติรับมือพายุ"ไคตั๊ก"

21 ธ.ค. 2560

กรมสุขภาพจิตแนะประชาชนตั้งสติเตรียมพร้อมรับมือพายุ"ไคตั๊ก" ล่วงหน้าจะช่วยลดเครียดฟื้นตัวได้เร็ว 

          อธิบดีกรมสุขภาพจิต สั่งสถานพยาบาลในสังกัดในภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมจากพายุ "ไคตั๊ก" พร้อมแนะประชาชนตั้งสติ คิดถึงความปลอดภัยชีวิตไว้ก่อน  และเตรียมความพร้อมในครอบครัวไว้ล่วงหน้า 7 ประการ อาทิ  จัดเตรียมอุปกรณ์จำเป็นเช่นไฟฉาย สำรองอาหารน้ำดื่ม เสื้อผ้า อย่างน้อย 3 วันเพื่อยังชีพเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉิน  จัดเก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย  จะช่วยป้องกันและลดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิต  ผลกระทบจิตใจจะน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วหากเกิดสถานการณ์จริง  

          วันนี้ ( 21 ธันวาคม 2560 ) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเตรียมรับมือน้ำท่วมจากพายุโซนร้อนไคตั๊ก ( KAI-TAK) ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่  22-24  ธันวาคม 2560 ว่า  ได้ให้สถานพยาบาลที่อยู่ในสังกัดในภาคใต้ที่มี  5  ทั่วประเทศ

       ประกอบด้วยโรงพยาบาลจิตเวช 2 แห่ง ศูนย์สุขภาพจิต 2 แห่ง และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคใต้   1 แห่ง เตรียมความพร้อมรับมือ 2 เรื่อง คือเตรียมป้องกันน้ำท่วมสถานพยาบาลไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมพร้อมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท พร้อมเวชภัณฑ์ยาที่จำเป็นอย่างน้อยแห่งละ 3 ทีม เพื่อสนับสนุนทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทในพื้นที่ ในการดูแลจิตใจผู้ประสบภัยในภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่   

          ในส่วนของประชาชน   ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่มีโอกาสน้ำท่วมซ้ำอีก หรือพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหม่   ติดตามข่าวสารประกาศเตือนภัยจากทางราชการเป็นหลัก   เพื่อลดการตื่นตระหนกและความวิตกกังวล   ขอให้ตั้งสติและคิดถึงความปลอดภัยของชีวิตในครอบครัวไว้ก่อน  และให้ปฏิบัติดังนี้  1.  ครอบครัวที่มีเด็ก  ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็กให้รับรู้ความเป็นไปได้ของภัยน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น  

      2.ให้เตรียมแผนการรับมือไว้ล่วงหน้า  กำหนดหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว ซักซ้อมความเข้าใจ หากเกิดน้ำท่วมขึ้นจริงจะสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ทันที 3.เตรียมอุปกรณ์จำเป็นเช่นไฟฉาย สำรองสิ่งของยังชีพทั้งอาหารและน้ำดื่ม น้ำใช้  เสื้อผ้าของใช้จำเป็นให้ใช้ได้อย่างน้อย 3 วัน เพื่อการยังชีพ เอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉิน  

           4.เคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่มีค่าไว้ในที่สูงหรือปลอดภัย และจัดเก็บเอกสารสำคัญไว้ในหีบห่อที่กันน้ำได้ และหยิบฉวยได้ง่ายเมื่อเกิดเหตุ 5.วางแผนการเคลื่อนย้ายผู้ที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อยเช่นผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ไว้ให้พร้อม  6.ผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกโรคทั้งโรคทางกายและโรคทางจิตใจ ขอให้จัดเตรียมยาที่กินประจำไว้ใกล้ตัว  หยิบฉวยได้ง่ายในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันอาการกำเริบจากการขาดยา

      และ 7.ควรจดเบอร์โทรฉุกเฉินของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะด้านสุขภาพและความปลอดภัยไว้ประจำบ้าน ได้แก่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 , สายด่วนกู้ชีพ 1669  , สายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปภ. หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถโทรขอรับความช่วยเหลือได้ทันที      

         "การเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญมาก จะช่วยป้องกันตัวเองและความเสียหายจากน้ำท่วม  ป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตที่ได้ผลดีมาก เพราะจะช่วยลดความสับสน ลดความรุนแรงจากการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินลงได้มากผลกระทบทางจิตใจโดยเฉพาะความเครียดจะลดน้อยลง ซึ่งมีผลดีช่วยให้ผู้ประสบภัยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในภายหลัง" อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว