ไลฟ์สไตล์

สสส.รุกเสริมศักยภาพครู ศพด. สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัย

สสส.รุกเสริมศักยภาพครู ศพด. สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัย

20 พ.ย. 2560

....

สสส.รุกเสริมศักยภาพครู ศพด. สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัย รู้ทันสื่อ ให้มีสุขภาวะที่ดี

ห่วงเด็ก ยุค Thailand 4.0 ใช้สื่อ ดูทีวี เล่นแท็ปเลตกว่า600ศูนย์เร่งขยายผลต้นแบบมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 ดีไปยังอปท. ทั่วประเทศ หวังสร้างภูมิคุ้มกัน-รู้เท่าทันสื่อ เผยหลังร่วมโครงการฯ เด็กพัฒนาการดีขึ้นในทุกด้าน เข้ากับผู้อื่นได้ดี ฉลาดรู้ทางด้านสุขภาพ ไม่กินขนมขบเคี้ยว ควบคุมอารมณ์ได้ ไม่ใช้ความรุนแรง มีเมตตา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัด “อบรมเชิงปฏิบัติการปฐมนิเทศครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในโครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” ระหว่างวันที่ 8- 11 พฤศจิกายน 2560 เพื่อเสริมศักยภาพ เติมความรู้ ให้ครูผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อ กิจกรรม และพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้เติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดีครบทุกด้าน และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม พร้อมกับจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กด้วย

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผอ. สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ (สน 5) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า โครงการ “มหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก”  จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โครงการนี้ เกิดขึ้นจากการทำงานเชิงรุกของกลุ่มแผนงานสื่อสร้างสรรค์สุขภาวะ ได้บูรณาการการทำงานของแผนงานทั้ง 3 แผนงาน คือ แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย), แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ โดย สสส. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.)  ให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่มีทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยสื่อและพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะของเด็กปฐมวัย ด้วยแนวคิดของการสร้าง “พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก” โดยเน้นการสร้างสุขภาวะที่ดี 4 ด้าน (กาย จิต ปัญญา สังคม)  ด้วยยุทธศาสตร์ 3 ดี (สื่อดี พื้นที่ดี ภูมิดี) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและดึงเด็กออกจากสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งมีการอบรมเชิงปฏิบัติการ การติดตามเสริมศักยภาพและสร้างแรงบันดาลใจในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาสื่อและพื้นที่สร้างสรรค์ในศพด. โดยได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ครูศพด. ตั้งแต่ปี 2557 จนถึง ปี 2559  มีจำนวนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 528 ศูนย์ มีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ จำนวน 32,852 คน

ในปีนี้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเข้าร่วม 100 แห่ง และมีครูเข้าร่วมอบรม 120 คน โดยมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์พี่เลี้ยง เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และทักษะในการจัดกระบวนการสื่อและพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ขยายผลสู่ศูนย์ใกล้เคียงในพื้นที่จากการประเมินพัฒนาการเด็กที่เข้าร่วมโครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ปี 2560 ใน 7 ด้าน ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กจากการประเมินพัฒนาการเด็กหลังทำกิจกรรม พบว่า ด้านที่เด็กมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากที่สุดหลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรม 4 ลำดับแรก คือ 1.ด้านความสัมพันธ์ ความรู้จักผูกพัน การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีทักษะในการสื่อสาร อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ 2.ด้านอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ใช้ความรุนแรงมีความเมตตา  3. ด้านความฉลาดรู้ทางด้านสุขภาพ ด้านกิจกรรมทางกาย พบว่าเด็กส่วนใหญ่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว 4.ความฉลาดรู้ทางด้านสุขภาพ ด้านอาหารและโภชนาการ โดยเด็กๆในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่ไม่กินขนมขบเคี้ยว ในส่วนของความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆเห็นได้ชัดว่าคุณครูเห็นคุณค่าและภูมิใจในงานที่ทำ พ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศูนย์ให้มีความพร้อมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและสิ่งสำคัญคือเด็กๆมีความสุขที่ได้มาศูนย์และได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่คุณครูจัดขึ้นในทุกวัน 

นางสาวสายใจ คงทน กลุ่ม We are Happy  ผู้รายงานและประเมินภาพรวมการติดตามและพัฒนาศักยภาพโครงการมหัศจรรย์สื่อสร้างสรรค์ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กล่าวว่า จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการใช้สื่อของเด็กก่อนวัยเรียนและครอบครัวของกลุ่ม we are happy ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 มิถุนายน 2560 จากผู้ปกครองที่มีลูกอายุระหว่าง 2-6 ปีเรียนอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน 4 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพฯจำนวน 2,234 ครอบครัว พบว่า เด็กส่วนใหญ่ ร้อยละ 12.6 ใช้เวลากับการดูรายการต่างๆจากโทรทัศน์มากที่สุด โดยใช้เวลามากสุด 300 นาที/วัน เวลาเฉลี่ย อยู่ที่ 50.3 นาที/วัน รองลงมาร้อยละ11.1 ดูวิดีโอ /คลิป บนโทรศัพท์มือถือ หรือแท็ปเลต ใช้เวลามากสุด300 นาที/วัน  เวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 40.40 นาที/วัน  และ ร้อยละ 10.3 เปิด-ปิด อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ หรือแท็ปเลตได้ด้วยตนเอง เด็กก่อนวัยเรียน เริ่มต้นใช้สื่อได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี   พบว่ากิจกรรมที่เด็กสามารถทำได้ คือสามารถ เปิด-ปิด อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ หรือแท็ปเลตได้ด้วยตนเองร้อยละ 18.4 รองลงมาคือ ดูรายการต่างๆจากโทรทัศน์ ร้อยละ 15.6และเด็กร้อยละ 13.8ดูวิดีโอ /คลิป บนโทรศัพท์มือถือ หรือแท็ปเลต อย่างไรก็ตามการเข้าถึงสื่อในลักษณะนี้เด็กเป็นเพียงผู้รับสื่อเท่านั้น   

“จากข้อมูลจะพบว่า เด็กก่อนวัยเรียนและเด็กปฐมวัย มีความสามารถในการใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อออนไลน์ รับข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ด้วยตัวเอง เพื่อเล่นเกม เพื่อความบันเทิง มากกว่าเพื่อการศึกษา  ซึ่งเนื้อหาหรือข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตไม่ได้ถูกทำเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่อายุน้อย ที่ซึ่งนับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเด็กเล็กเข้าสู่การใช้งานอุปกรณ์นี้มักจะติดใจกับการใช้งาน รูปภาพ เสียง ดังนั้นเมื่อเด็กใช้เวลากับสื่อมากขึ้นส่งผลด้านลบต่อพฤติกรรมสุขภาพมีกิจกรรมทางกายน้อยลง บริโภคอาหารตามสื่อโฆษณาที่ได้รับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของพัฒนาการทางด้านร่างกาย” นางสาวสายใจ กล่าว 

นางอรวรรณอุทโท ครูศพด.ห้วยม่วง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าเคยเข้าร่วมอบรมมาแล้วครั้งนี้มาเป็นพี่เลี้ยงศพด.ทั้ง11แห่ง เพื่อให้ข้อมูล คอยแนะนำครู ศพด.สามารถจัดสรรผลิตสื่อตามแผนงานที่วางไว้ ลำดับการทำงาน และความร่วมมือในพื้นที่ของเพื่อนครูด้วยกันในการทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อเด็กในชุมชน การจัดกิจกรรมเพื่อนๆในองค์กร ผลิตสื่อ มาใช้กับเด็กๆในชุมชน ชี้แจงทำความเข้าใจในการใช้งบ ด้วยความร่วมมือในองค์กร เพื่อจะทำให้สำเร็จได้และการใช้สื่อที่ผลิตมาใช้อะไรได้บ้าง สื่อใช้อะไรได้บ้าง บางทีมีสื่อการเรียนรู้มีอยู่แล้วแต่ไม่ได้ดึงออกมาใช้ ความคิดแตกยอดออกไปอีก เพราะครูทุกคนมีศักยภาพเพื่อผลิตสื่อ ในท้องถิ่นดูแลใกล้ชิดมีประสบการณ์ดีๆจัดกิจกรรมในพื้นที่ใช้สื่อที่ครูผลิตเองและ ผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมในการอ่านหนังสือนิทานเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมการมีส่วนร่วมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยด้วย.