
หนุนโรงเรียนจัดการศึกษาอิสระปี61
คกก.อิสระฯ เห็นชอบโรงเรียนจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ เน้นความคล่องตัว บริหารจัดการเอง ตอบโจทย์ปฎิรูปการศึกษา เริ่มนำร่องปี61
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ศ.นพ. จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ครั้งที่ 31/2560 ว่าคณะกรรมการอิสระฯ เห็นชอบในหลักการที่จะสนับสนุนการบุกเบิก การจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ ตามที่ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในฐานะภาคีเครือข่ายการศึกษาไทยเสนอการบุกเบิกทดลองให้มีรูปแบบของการจัดการศึกษาที่มีความอิสระคล่องตัว มากกว่าระดับโรงเรียนขึ้นไปหนึ่งระดับเขตพื้นที่หนึ่ง และมีแนวคิดหลัก คือ เรื่องการจัดการให้โรงเรียนมีความคล่องตัวมากขึ้น มีการบริหารจัดการที่เป็นข้อยกเว้นออกจากระบบทั้งในเรื่องการเงิน การบริหารบุคคล และการบริหารทางวิชาการ
รวมถึงต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับปฎิรูปการศึกษาในด้านต่างๆ อาทิ การจัดการเรียนการสอนที่ใช้สมรรถนะเป็นฐาน การใช้ดิจิตอล การพัฒนาครู เป็นต้น ซึ่งการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ โดยจะดำเนินการนำร่อง 5 ภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561
"การจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ จะเป็นการตอบโจทย์การปฎิรูปการศึกษา คือปฎิรูประดับล่างขึ้นบน นักเรียน ครู และโรงเรียน ซึ่งจะไม่ใช่รูปแบบเดียว แต่ต้องมีความหลากหลายในการบริหารมากขึ้น" ศ.นพ.จรัส กล่าว
นอกจากนั้น คณะกรรมการอิสระฯได้มีการประชุมเพื่อเตรียมแผนปฎิรูปการศึกษาซึ่งเป็นผลการสัมมนาระดมความคิดเห็น เพื่อให้เป็นไปตามกำหนดเวลาในการดำเนินการภาย 2 ปี โดยขณะนี้ คณะกรรมการอิสระฯ ได้ดำเนินการรวบรวมพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ต่างๆ เพื่อนำไปสู่พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ อาทิ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ..., พ.ร.บ.การปฐมวัยการศึกษา พ.ศ..., พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ....และพ.ร.บ.การบริหารจัดการโรงเรียน พ.ศ...รวมถึงจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การปฎิรูปการศึกษา เช่น การจัดองค์กรระดับชาติ เพื่อประสานงาน สำหรับการดูแลเด็กเล็กที่มีหลายกระทรวงดำเนินการอยู่ หรือการปฎิรูปอุดมศึกษาให้เป็น 4.0 การปฎิรูปอาชีวะ 4.0 การศึกษาเพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรม สร้างสมรรถนะ การศึกษาที่ใช้ปฎิวัติดิจิตอลเป็นเครื่องมือในการปฎิรูป อีกทั้ง การปฎิรูปครู ทั้งกระบวนการผลิตครู การใช้ครู และการรักษาครู เป็นต้น
ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรัตน์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สำหรับประเด็นการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ จะมีรูปแบบที่ไม่เน้นปฎิรูปโครงสร้างโรงเรียนแต่เน้นปฎิรูปโครงสร้างวิชาการ ปรับเรื่องสื่อการเรียนการสอน และอำนาจขึ้นอยู่กับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงมีความแตกต่างกับโรงเรียนนิติบุคคล เป็นระบบการจัดการศึกษาเขตพื้นที่ มีลักษณะคล้ายการศึกษาพิเศษในปัจจุบัน
โดยจะเลือกโรงเรียนในบางแห่งของภูมิภาคต่างทั่วประเทศ คัดเลือกโรงเรียนทั่วไปขนาดกลาง ที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา จำนวน 1 แห่ง โดยโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะมีความอิสระในการบริหารจัดการศึกษา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในโครงการต่างๆ จะเป็นรูปแบบการวิจัย ซึ่งหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระฯ จะคิดในหลักการ และมีหน่วยงานต่างๆ



