ไลฟ์สไตล์

กินผักผลไม้ปลอดภัยให้เพียงพอ ลดเสี่ยงโรค

กินผักผลไม้ปลอดภัยให้เพียงพอ ลดเสี่ยงโรค

09 ต.ค. 2560

....

ด้วยองค์การอนามัยโลก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ กำหนดเกณฑ์การบริโภคผักผลไม้ปริมาณที่เพียงพอของประชาชนอยู่ที่ 400กรัมต่อวัน เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆได้ เช่น น้ำหนักเกิน โรคมะเร็งและหลอดเลือด ซึ่งเป็นการลดภาระการรักษาพยาบาลของประเทศ การประชุมทางวิชาการและนิทรรศการ “กินผักผลไม้ปลอดภัย 400กรัม เพื่อสุขภาพ”   เพื่อเสนอความรู้ทางวิชาการ ทั้งด้านการผลิต ความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการ ให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญในการบริโภคผักผลไม้เพื่อสุขภาวะที่ดี

 

พญ.มยุรา กุสุมภ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้ปี 2560 เป็น “ปีแห่งการบริโภคผักและผลไม้ปลอดภัย”และให้นโยบายเพื่อบรรลุตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยให้ทุกโรงพยาบาล ใช้พืชผักผลไม้ ปลอดจากสารเคมี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร ,การจัดการผักผลไม้อย่างปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ประเด็นเร่งด่วนการจัดการสารเคมีทางการเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ,National Surveillance Program ให้มีการดำเนินการตามแผนการเฝ้าระวังผักและผลไม้ตลอดห่วงโซ่ ปี 2560 และผลักดัน National Risk Assessment Center มีสำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย (สสอป.) เป็นแกนหลัก

 

พญ.มยุรา บอกว่า ต้องพัฒนาขีดความสามารถทางห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้สด โดยมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ทำข้อมูลให้ครบถ้วน,โครงการวิจัยและพัฒนา  นครปฐม เมืองผักและผลไม้ปลอดภัยมอบหมายให้สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย (สสอป.) ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล  และหาวิธีการลดสารเคมีตกค้าง เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้อย่างเหมาะสม

 

“การแก้ไขปัญหาการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ ของสธ. เป็นการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ ในการควบคุมและลดปริมาณการใช้สารเคมีจากผู้ผลิตต้นทาง กลางน้ำ รวมถึงร่วมกับ สสส. ที่ทำงานด้านความปลอดภัยอาหารและโภชนาการอย่างต่อเนื่อง เน้นการบริหารจัดการความปลอดภัยด้านอาหารให้มีประสิทธิภาพครบวงจร ร่วมกันรณรงค์สื่อสารกับประชาชน ให้กินผักผลไม้อย่างปลอดภัย โดยการล้างผัก3 วิธี คือ 1) ล้างด้วยน้ำไหล 2) ล้างด้วยผงฟู และ 3) ล้างด้วยน้ำส้มสายชู เพื่อลดปริมาณสารพิษในผักและผลไม้”พญ.มยุรากล่าว

 

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนที่จะส่งเสริมการเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอตามข้อแนะนำ ,พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ ถอดบทเรียนปัจจัยความสำเร็จด้านการส่งเสริมการบริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัยสู่การขยายผลอย่างยั่งยืน ,หนุนเสริมและพัฒนาภาคีเครือข่ายให้มีศักยภาพการทำงานด้านวิชาการและนวัตกรรม ,ขับเคลื่อนเชิงนโยบายด้านอาหารสุขภาวะ โดยร่วมกับภาคีเพื่อผลักดันนโยบาย ,ส่งเสริมให้เกิดการขยายต้นแบบของระบบห่วงโซ่อาหารของพืชผักผลไม้ที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย ,ส่งเสริมการปลูกพืชผักของผู้บริโภคในครัวเรือน โรงเรียน และองค์กร และ รณรงค์สร้างค่านิยมของการบริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัยอย่างเพียงพอ ควบคู่ไปกับการสร้างค่านิยมของวิถีชีวิตสุขภาวะ      

 

“จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย จากการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 พบว่า คนส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ 74.1 บริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดข้อแนะนำการบริโภคผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 400 กรัม/วัน หรือประมาณ 4-6 ทัพพี เพราะการบริโภคผักผลไม้เพียงพอตามที่แนะนำจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ได้ซึ่งสสส.ตั้งเป้าให้ประชาชนบริโภคผักผลไม้ที่มีความปลอดภัย ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.9 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 50 ในปี 2564สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศเป็นปีแห่งการบริโภคผักผลไม้ปลอดภัย” ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว

 

นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ ศ.เกียรติคุณ พญ.จุฬาภรณ์รุ่งพิสุทธิพงษ์กล่าวว่า สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสสส. กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และ ภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน จัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ “กินผักผลไม้ปลอดภัย 400 กรัม เพื่อสุขภาพ” เพื่อนำเสนอความรู้ทางวิชาการ  จากการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคผักผลไม้ ทั้งในด้านการผลิต ความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ สถานการณ์การกินผักผลไม้ของคนไทย ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของผักผลไม้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการกินผักผลไม้อย่างเพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดี

 

ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าสำรวจภาวะสุขภาพของคนไทย สถานการณ์การกินผักผลไม้ จากพฤติกรรมของการกิน มีงานวิจัยที่ชัดเจนว่า คนไทยยังกินผักผลไม้ยังน้อย ไม่เพียงพอ ทั้งคนชนบทและในเมือง ทั้งที่ อาหารที่ดีกับสุขภาพคือ ผักผลไม้ดังนั้นพฤติกรรมการกินอาหารสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากกินให้เพียงพอ จะลดความเสี่ยงเป็นโรคต่างๆได้ ลดอัตราการตายได้

 

ตัวอย่าง ผลการวิจัยเรื่องผักผลไม้ที่นิยมในคนไทย ของรศ.ดร. นิภา โรจน์รุ่งวศินกุล สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า การบริโภคผัก ในแต่ละกลุ่มอายุ พบว่าผักที่นิยมบริโภคมากสุด เป็นผักประเภทปรุงรสแต่งกลิ่น คือผักชี ต้นหอม เมื่อตัดผักปรุงรสแต่งกลิ่นออกจากรายการที่บริโภคพบว่าผักที่นิยมบริโภคได้แก่ ผักกาดขาว/เขียว ถั่วฝักยาว แตงกวา กะหล่ำปลี และฟักทอง ซึ่งพบว่าการบริโภคผักผลไม้ของคนไทยยังมีปริมาณน้อยไม่เป็นไปตามข้อแนะนำของการบริโภคอาหารที่ดี ที่ควรบริโภคผักผลไม้ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนซึ่งต้องหาวิธีในการแก้ไขปัญหาต่อไป