
บ่อน้ำใจใน ซีเรีย
เป็นอีกครั้งของการเดินทาง ที่ใจไม่ยอมสยบให้ความกลัว
สำหรับนครโบราณที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง ”ดามัสกัส” อันเป็นเมืองหลวงของซีเรีย ขืนยอมให้ความกลัวห่มคลุมใจ มีหรือจะได้เห็นอู่อารยธรรมของโลก
สถานทูตซีเรียออกวีซ่าให้นักเดินทางอย่างฉันได้มีโอกาสเอาฝ่าเท้าไปแนบกับเม็ดทรายบนแผ่นดินอวลอารยธรรม แต่ฉันไม่ออกวีซ่าให้ ”ความกลัว” ร่วมเรียงเคียงเป้ไปกับฉัน อย่างเก่งก็แค่ยอมอนุญาตให้ความระแวดระวังติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย
ด้วยตำแหน่งและพิกัดของซีเรีย ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยแผ่นดินอิรัก เลบานอน และอิสราเอล ที่ล้วนแต่มีกรุ่นกลิ่นของสงครามอาบไว้ทั้งสิ้น
และไม่ใช่กลิ่นเก่าคร่ำในอดีต หากแต่กลิ่นอายของสงครามยังคงคละคลุ้ง ฝุ่นควันแห่งไฟสงครามยังไม่เคยดับมอดบนแผ่นดินในละแวกนี้
ภาวนาแค่คืนวันที่เดินเหินอยู่ในซีเรีย คู่ปรับของซีเรีย อย่างอิสราเอลอย่าเพิ่งส่งอะไรตูมตามหย่อนลงมาแถวนี้เป็นใช้ได้
อุณหภูมิเลขตัวเดียวในยามวิกาลที่ดามัสกัสส่งมาต้อนรับ ไม่น่ากลัวเท่าค่ารถแท็กซี่ที่หลุดจากปากโชเฟอร์
1,000 ซีเรียปอนด์!!! นี่กะปล้นกันชัดๆ คิดเป็นเงินไทย 700 กว่าบาท เป็นค่าโดยสารเทียบชั้นมาตรฐานยุโรปเชียวนะนั่น แต่สภาพและสารรูปรถมาตรฐานใกล้เคียงกับอินเดีย
“เต็มที่ก็ไม่เกิน 500 ซีเรียปอนด์ อย่าจ่ายแพงมากกว่านั้น” เพราะคำพูดของชาวซีเรียคนหนึ่งที่เพิ่งเตือนอยู่หลัดๆ ทำให้ฉันตัดสินใจเดินจากโชเฟอร์แบกเป้ไปโบกแท็กซี่ตรงถนนด้านหน้าสนามบิน
เป็นเวลาเกือบตีสาม น้ำหนักเป้ที่บรรทุกไว้บนหลัง และอากาศที่กรีดเฉือนเลือดเนื้อ กระตุกให้ฉันเผลอถามตัวเองไปว่า “นี่แกมาทำอะไรที่นี่.....”
แต่ธรรมชาติของการเดินทาง มักจะยัดเยียดทั้งเรื่องชวนยี้ และสิ่งดีๆ ให้ชีวิตเสมอ
“มีอะไรให้ช่วยมั้ย ผมกำลังจะขับรถเข้าเมือง....”กลิ่นหอมของฮีทเตอร์จากรถยุโรปราคาแพงโชยริ่วเข้าปะทะปลายจมูก เมื่อเขาลดกระจกรถลง
หน้าตาและท่าทางของเขา ยี่ห้อรถยนต์ ไออุ่นจากฮีทเตอร์ และอาจจะมีอากาศหนาวเหน็บที่คอยทิ่มแทง รวมหัวกันเร่งรัดให้ตัดสินใจก้าวขึ้นไปนั่งหย่อนก้นลงบนเบาะนุ่มๆ ของเขาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ
ไปก็ไป เป็นไงเป็นกัน นั่นคิดในใจ
เขาเป็นนักศึกษา มาส่งบุพการีที่เพิ่งเดินทางไปอเมริกา ไอ้เรื่องโดนปล้น จึงเลิกคิดไปได้ ติดอยู่แค่ว่าจะเจอเศรษฐีโรคจิตหรือเปล่า แค่นั้นเอง
บทสนทนาอันลื่นไหลไปจนถึงใกล้ย่านดาวน์ทาวน์ของดามัสกัส มาสะดุดตรงประโยคคำถามที่คงไปแทงใจดำน้องเข้า ทำให้เขาแตะเบรกและคอมเม้นท์แบบหงุดหงิดติดปลายนวม
“อิสราเอลเหรอ ผมไม่คิดว่ามีแผ่นดินนี้อยู่บนแผนที่โลก....”สั้นๆ แต่ทำเอาคนถามต้องรีบชิงเปลี่ยนเรื่องสนทนา เพราะกลัวน้องเขี่ยตกรถ เขาคงเกลียดกันเข้าเส้น
“คุณเคยไปอิสราเอลมารึเปล่า??? “ประโยคแบบนี้ ฉันถูกถามตั้งแต่สถานทูต และด่านตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นกฎทองของนักท่องโลกเลยก็ว่าได้ ถ้าในพาสปอร์ตของคุณมีวีซ่าของอิสราเอลแผ่หลาอยู่ อย่าหวังว่าจะได้เหยียบแผ่นดินซีเรียและประเทศอาหรับอื่นๆ อีกหลายชาติ
มีนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่แชร์ประสบการณ์ในโลกไซเบอร์ เขาตั้งใจว่าเที่ยวซีเรียเสร็จ จะเลาะออกทางจอร์แดนไปเข้าอิสราเอล ในเป้เลยมีไกด์บุ๊กอิสราเอลติดไปด้วย ปรากฏว่าเจอตรวจกระเป๋าตอนเข้าประเทศ เลยถูกหิ้วเข้าซังเตไปดื้อๆ อารมณ์เดียวกับนักท่องเที่ยวที่เข้าทิเบตแล้วพกรูปองค์ทะไลลามะแนบไว้ในหนังสือ นั่นก็โดนซิวเหมือนกัน
เลยต้องพร่ำเตือนตัวเอง ว่าช่วงที่พ่นหายใจในซีเรีย จะรูดซิปปากไม่เผลอพูดพาดพิงถึงอิสราเอลให้ผิดหูคนซีเรียอีก
กว่าจะเจอเกสต์เฮ้าส์เป้าหมายในย่านเมืองเก่า ก็ล่วงไปเกือบตีสี่ นั่นเป็นน้ำใจบ่อแรกที่เจอในซีเรีย คิดว่าอาจจะเป็นบ่อเดียว ที่ไหนได้ ซีเรียมีบ่อน้ำใจนับไม่ถ้วน อย่าได้แวะยิ้มเรี่ยราดให้ใครเป็นอันขาด จะเจอชวนให้นั่งร่วมวงกินอาหารกับพวกเขาทันที เดินผ่านหลายบ้านก็เอาชามาต้อนรับขับสู้
หากอยากแกะรอยความโบราณจากเมืองหลวงเก่าแก่อย่างดามัสกัส คงไม่มีอะไรดีไปกว่าได้ไปเดินย่ำแถวย่านเมืองเก่า
สุเหร่าใหญ่ที่เรียกกันว่าโอมายาร์ด ทอดตัวอยู่ใจกลางเมืองเก่า ป้อมปราการโบราณยังโอบล้อมเมืองเก่าเอาไว้ ด้านในซุกตลาดฮามิดิยาห์เอาไว้ โรงอาบน้ำแบบอาหรับหรือที่เรียกว่าฮัมมัมอายุเกือบพันปีก็ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่า เรือนพักและร้านรวงเรียงรายตามสองฟากฝั่ง แต่ไม่มีอะไรน่าดูเท่าคาเฟ่ชิชา ที่ที่ผู้คนมานั่งเพื่อจิบชาและพ่นควัน กลิ่นหอมของยาสูบคลุ้งไปทั่วร้าน และที่เติมให้ดามัสกัสเป็นเมืองน่าอยู่คงเป็นผู้คนที่รวยน้ำใจ
หลายวันในดามัสกัสทำเอาฉันทั้งเพลิดเพลินทั้งอิ่ม เพราะจิบน้ำใจไปหลายอึก
"กาญจนา หงษ์ทอง"
เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดามัสกัสประเทศซีเรีย สายการบินกัลฟ์แอร์บินจากกรุงเทพฯ ไปกลับดามัสกัส โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่บาห์เรน สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร. 0-2254-7931-4 หรือคลิกไปค้นข้อมูลได้ที่ www.gulfair.com หาข้อมูลท่องเที่ยวซีเรียได้ที่ www.syriagate.com



