ไลฟ์สไตล์

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"

05 ธ.ค. 2560

มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง น้อมนำแนวพระราชดำรัสของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 

       มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง น้อมนำแนวพระราชดำรัสของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการพระราชทานแก่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ความว่า “ต้องวิเคราะห์และรับทราบปัญหา ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นด้วย เมื่อตกลงกันแล้วให้นำยุทธศาสตร์ใหม่มาพัฒนาใช้และให้ปรับให้เหมาะสมตามสภาพและประเพณีท้องถิ่น” มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น 

       ด้วยเหตุนี้ ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ จึงได้ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ร่วมกันทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) ประกอบไปด้วย 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ การพัฒนาท้องถิ่น การผลิตและพัฒนาครู การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาระบบบริหารจัดการ

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"

        โดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่ในการพัฒนาร่วมกัน เป็นรายภาคที่เน้นพัฒนาในสอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเข้าไปต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดหลักสูตรและงานวิจัยต่างให้ สอดคล้องกับความต้องการผลิตบัณฑิตป้อนตลาดแรงงานที่มีทักษะพร้อมมากที่สุด จัดนักวิจัยเข้าไปช่วยให้ท้องถิ่นพัฒนาความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน

      ยกตัวอย่างเช่น ภาคเหนือจะเน้นเรื่องฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะหลุดพ้นความยากจนสู่เป้าหมายการพึ่งตนเอง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ฐานเศรษฐกิจชั้นนำ ภาคใต้ ฐานการสร้างรายได้ที่หลากหลาย และภาคใต้ชายแดน พัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคง ต่อไปการจัดการศึกษาของราชภัฏแต่ละแห่งจะมีกรอบในการดำเนินการไปในแนวทางเดียวกัน จากเดิมที่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์แต่ละภูมิภาคของมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"

        ผศ.สมเดช นิลพันธุ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม(มรน.) 2 สมัย อยู่ภาคฐานเศรษฐกินชั้นนำ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่นโดยการทำงานวิจัย ผลิตบัณฑิต ยกระดับความรู้ให้แก่ผู้นำและบุคลากรในท้องถิ่น การทำงานวิจัยต่างๆ ต้องใกล้ชิดและเดินเคียงข้างชุมชนอย่างชัดเจน ยึดปัญหาชาวบ้านเป็นตัวตั้ง อาจารย์และนักศึกษาต้องลงไปศึกษาปัญหาและทำวิจัย ปฏิบัติงานจริงร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ใช้ชุมชนเป็นห้องเรียนและห้องแล็บ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

         “การเรียนที่นี่นักศึกษาต้องฝึกปฏิบัติตั้งแต่ปี 1 นักศึกษาทุกคนต้องเรียนพร้อมการปฏิบัติ การคิดสร้างสรรค์ ต้องบริการชุมชนและสังคมให้เป็น ต้องมีน้ำใจทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ได้...โดยปี 1 พอเข้ามาเรียน จะให้เรียนรู้ว่าสาขาที่เรียนเป็นอย่างไรในตลาดงาน พอขึ้นปี 2 จะจัดตารางเรียนบางส่วนไปเรียนในสถานที่ประกอบการ หรือชุมชน และพอปี 3 และปี 4 จะฝึกงานมากขึ้น เรียกว่าเรียนที่นี่จะได้ทั้งวิชาการ และพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา หลักสูตรพยาบาลตั้งแต่ปี 2552 บัณฑิตที่จบออกไปทำงาน จะมีจิตอาสา มีความอดทน เพราะจะถูกฝึกให้ลงชุมชนดูแลคนในท้องถิ่นตั้งแต่ปี 1” ผศ.สมเดช กล่าว 

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"

   นอกจากนี้ “การทำวิจัย” เน้นด้านเกษตรกรรม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชน เพราะ จ.นครปฐม เป็นเมืองเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จ เช่น โครงการวิจัยและพัฒนากระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเรื่อง “สายน้ำนครชัยศรีกับวิถีชุมชนท่าพูด” โครงการวิจัย “การศึกษาสาเหตุการร่วงของผลส้มโอก่อนการเก็บเกี่ยว” เพื่อแก้ปัญหาขั้วผลส้มโอมีจุดเหลือง ทำให้ผลร่วงก่อนการเก็บเกี่ยว ทำวิจัยร่วมกับเกษตรกรปลูกส้มใน อ.สามพราน และ อ.นครชัยศรี วิจัย “การผลิตเอทานอลจากมันเทศ” เพราะประเทศต้องการพลังงานทดแทน 

       “บางครั้งองค์ความรู้ของชุมชนมีอยู่แล้วเมื่อมีสถาบันการศึกษาเข้าไปช่วยเสริมพัฒนาแนะนำ ก็จะไปได้มากขึ้น เช่นศูนย์วิจัยเข้าไปทำบาร์โค้ดให้กับชาวสวนส้มโอต่อไปนี้ทุกคนที่ซื้อส้มโอก็จะมีความเชื่อมั่นได้ของนครชัยศรีของแท้ หรือสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจเข้าไปช่วยเปิดตลาดปลาสวยงามให้แก่ชุมชนตำบลหนองปากโรง ซึ่งทุกวันนี้มีการซื้อขายออนไลน์กันได้เป็นอย่างดี ขายกันได้ถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว หรือร่วมกับสกว.ทำระบบจัดการน้ำเสียทางโทรศัพท์ ให้แก่ชาวบ้านที่ทำนากุ้ง ถ้าบ่อมีออกซิเจนน้อยจะเตือนไปที่เครื่อง เจ้าของบ่อก็จะสามารถไปเปิดเครื่องทำออกซิเจนให้แก่กุ้งได้ป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ ราชภัฏต้องเป็นที่พึ่งชุมชนและต้องพัฒนาทางวิชาการให้เข้มข้นแข่งขันได้ พูดง่ายๆ ต้องเก่งด้วย ถ้าอ่อนวิชาการก็อาจจะไปไม่รอดได้” ผศ.สมเดช กล่าว  

ราชภัฏต้องเป็น“ที่พึ่งของชุมชน ควบคู่เก่งวิชาการถึงจะไป“รอด"   

      ทั้งนี้ มรภ.นครปฐม มีเนื้อที่ 260 ไร่ เปิดการเรียนการสอน 5 คณะอาจารย์ประจำ 600 คนนักศึกษาประมาณ 20,000 คน เน้นผลิตบัณฑิตสาขาที่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่น เช่น คอมพิวเตอร์ บริหารจัดการ ครุศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จุดแข็งคือการได้เข้าไปร่วมแก้ปัญหาในท้องถิ่น ได้เข้าไปต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผลิตบัณฑิตป้อนตลาดแรงงานที่มีทักษะพร้อมมากที่สุดให้บัณฑิตของ มรภ.นครปฐมมีคุณภาพตรงตามความต้องการขององค์กร หน่วยงาน บริษัทห้างร้านต่างๆ รวมทั้งมีทีมงานวิจัยที่เข้าไปช่วยให้ท้องถิ่นพัฒนาความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน

         0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 [email protected]