ไลฟ์สไตล์

“ตามรอยพระราชา” นาของพ่อ

“ตามรอยพระราชา” นาของพ่อ

25 ก.ย. 2560

เม็ดพันธุ์ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ลงพื้นที่ในโครงการ “ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในการสร้างเสริมสุขภาวะเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง” หมู่บ้านปางสา ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนชนเผ่าพื้นเมือง ให้เกิดความมั่นคงทางอาหารและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ด้วยศาสตร์พระราชา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์  ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. และที่ปรึกษากรมอนามัย กล่าวว่าสสส.ลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ลีซูชุมชนปางสา เยี่ยมชม “สวนผักของพ่อ”  ดูกิจกรรม โครงการอาหารกลางวันจากศาสตร์พระราชาที่โรงเรียนบ้านปางสา เรียนรู้การจัดการระบบชลประทานของพ่อ และเยี่ยมชมพื้นที่ “นาของพ่อ”  สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนเผ่า สสส.จึงร่วมสนับสนุนผลักดันให้มีการพัฒนาทางด้านโภชนาการทางอาหาร และความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนทางด้านสุขภาพตามรอยพระราชาสืบต่อไป

อาจารย์สง่ากล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2522  ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาที่หมู่บ้านปางสาทอดพระเนตรเห็นถึงความลำบากของคนในหมู่บ้าน  จึงพระราชทานที่ดินทำกินให้กับชาวชาติพันธุ์ไร้สัญชาติ ในหมู่บ้านปางสาได้มีพื้นที่ของตนเอง พร้อมทั้งมอบศาสตร์ของพระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยให้ผู้มีความรู้มาสอนวิธีทำการเกษตร ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงปลา และรู้วิธีจัดสรรไว้กินภายในครัวเรือนและนำไปขาย หารายได้มาจุนเจือครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   

อาจารย์สง่า อธิบายว่า การเดินตามรอยพระราชา ไม่ได้ทำให้ร่ำรวย หรือสามารถทำอะไรตามใจชอบได้ทุกอย่าง  ต้องมองย้อนกลับไปว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงมอบให้กับชาวชาติพันธุ์ไว้ คือการเกษตรแบบพอเพียง  ทำให้มีข้าว ปลา อาหาร  กินตลอดปี  มีฝายกักเก็บน้ำไว้ใช้โดยไม่แห้งแล้ง ดั่งพระบรมราโชบายในการช่วยเหลือราษฎรที่ทรงเน้นความสำเร็จของงานที่ความอยู่ดีกินดีของราษฎร มากกว่าความคุ้มค่าในแง่ที่วัดเป็นตัวเงิน เรียกว่า ขาดทุนคือกำไร

นายสุพจน์ หลี่จา หรือจะแฮ  นายกสมาคมสร้างเสริมสุขภาพสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ และโครงการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในการสร้างเสริมสุขภาวะเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง สสส. เล่าว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9  ทรงเสด็จเยี่ยมหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ซึ่งมีกลุ่มชนชาติพันธุ์ อาศัยอยู่ 7 ชาติพันธุ์ ได้แก่ อาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่ ลั๊วะ  ลีซอ จีนยูนาน และม้ง ตอนนั้นจำความได้ว่าตนอายุประมาณ 8 ปี ทรงให้ความเป็นกันเอง เสวยอาหารร่วมกับชาวบ้าน  เรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ต่างๆ และเห็นถึงความลำบากในหมู่บ้าน ทั้งเรื่องความเป็นอยู่และไร้สัญชาติ หรือแม้กระทั่งไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวของตนเองได้  ท่านทรงพระราชทานที่นาทำกินจำนวน 200 ไร่ ให้แก่ชาวชนเผ่า โดยมีวิธีการแบ่ง เช่น หนึ่งครอบครัวมีจำนวน 5 คน ก็จะได้ที่ดินทำกิน 5 ไร่  รวมถึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างฝาย เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการทำนาตลอดปี

“ทุกวันนี้ชาวปางสา ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีความสุขมาก เพราะสิ่งที่ท่านทรงมอบให้นั้นมากมายจนพูดออกมาได้ไม่หมด หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่การทำเกษตรเพียงอย่างเดียวท่านทรงสอนให้มีความรัก ความเมตตา เอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สอนให้มนุษย์มีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกับธรรมชาติ อีกทั้งยังสอนให้มีองค์ความรู้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยอยู่บนความพอเพียงและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ต้องขอบคุณ สสส.ที่ได้จัดหาบุคลากรมาให้ความรู้และร่วมสนับสนุนขับเคลื่อนในเรื่องศาสตร์พระราชา เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันสิ่งที่ดีต่อกันโดยไม่หวังผลกำไร ถึงแม้วันนี้ท่านจะไม่อยู่แล้วก็ยังมีกลุ่มคน และหน่วยงานที่ยังไม่ทิ้งสิ่งที่ทรงสร้างไว้ ยังร่วมเดินตามรอยพระราชาสืบเนื่องไป” นายสุพจน์กล่าว

นายจะทอ จะลู  ชาวชนเผ่าลาหู่  หนึ่งในบุคคลที่ได้รับมอบที่นาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เล่าว่า ครอบครัวจำนวนทั้งสิ้น 5 คนได้รับมอบที่นาจำนวน 5 ไร่ นับถึงปัจจุบันได้ใช้ที่นาทำกินมากว่า 35 ปี  รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับพระราชทานที่นาแห่งนี้ เพราะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทำนาใน 1 ปี จะได้ข้าวจำนวน 280-300 ถัง แบ่งไว้กินประมาน 100 ถัง และแบ่งขายอีก 200 ถัง ทำให้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวตลอดมา น้ำที่ใช้ทำนาก็ได้จากฝายเก็บน้ำที่ท่านทรงมีพระราชดำริให้สร้าง เพื่อให้ชาวชนเผ่าได้ใช้ทำกินและใช้อุปโภคบริโภค.

ปัจจุบันประเทศไทยมีชาวชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ชายขอบของประเทศไทยจำนวน4,284,702 คน  หรือ ประมาณ 6%ของจำนวนประชากรในประเทศ ซึ่งชนเผ่าต่างๆ เหล่านี้ขาดแคลนทางด้านอาหาร การศึกษา  และมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ลำบาก ไร้ซึ่งอาชีพ และที่ดินทำกินที่เป็นของตนเอง 

กลุ่มชาติพันธุ์ถึงแม้จะอยู่ไกลชายขอบประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ สสส. ต้องการคือทำให้กลุ่มชาติพันธุ์มีสุขภาวะที่ดี ด้วยเรื่องความมั่นคงในอาชีพ  มีสุขภาพที่ดี และความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.