
"วิทยา"แจงงบไทยเข้มแข็งซื้อครุภัณฑ์ในครม.29 ก.ย.
เมื่อวันที่ 28 กันยายน นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวเป็นประธานการประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายโครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 กว่า 8.6 หมื่นล้านบาทว่า จะกระจายอำนาจให้จังหวัดจัดซื้อจัดจ้างเอง โดยไม่มีการล็อกสเปกทุกรายการ ให้ สสจ.ดำเนินการด้วยความโปร่งใสและร่วมกันรับผิดชอบ หากพบการทุจริตขอให้แจ้งที่ รมว.สาธารณสุข โดยทุกรายการของครุภัณฑ์ที่จัดซื้อจัดจ้างต้องแจ้งรายละเอียดแสดงทางเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมดภายใน 3 วัน หลังจัดซื้อจัดจ้างแล้ว
ทั้งนี้ได้สั่งให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ซึ่งจะเป็นปลัด สธ. ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คณะที่ 1 ตรวจสอบตั้งงบซื้อเครื่องมือแพทย์ ที่โรงพยาบาลไม่ต้องการ แต่มีการเสนอรายการจัดซื้อตามที่เป็นข่าวร้องเรียน เช่น เครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวี ส่วนคณะที่ 2 ตรวจสอบใช้งบภาพรวมทั้งหมด ประกอบด้วย ตัวแทนโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน สสจ. ผู้ตรวจราชการ ตัวแทนชมรมแพทย์ชนบทโดยมี 6-7 คน เพื่อให้พิจารณาราคาเครื่องมือแพทย์ การก่อสร้างอาคารต่างๆ ไม่ให้มีราคาเกินจริง
"บางพื้นที่แอบอ้างว่าเป็นคนสนิท ที่ปรึกษา คนใกล้ชิดของ รมว.สาธารณสุข เพื่อมีส่วนล็อกสเปกจริง แต่ยังจับตัวไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันจับตาดู โดยเฉพาะ สสจ. หากพบว่าไม่ถูกต้องให้รายงานมายังปลัด สธ.และ รมว.สาธารณสุข ได้โดยตรง ไม่ต้องเกรงใจว่าเป็นการล็อกสเปกเพื่อผู้ใหญ่คนไหน ผมไม่การันตีแทนใครว่าจะไม่ทุจริต แต่ยืนยันได้ว่าผมไม่มีเรื่องทุจริตแน่นอน หากตรวจสอบพบว่าใครกระทำความผิด จะไม่ปกป้องและส่งเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และตำรวจดำเนินคดีทันที" รมว.สาธารณสุข กล่าว
นายวิทยา กล่าวด้วยว่า นพ.กฤษดา มนูญวงศ์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ที่ถูกใบปลิวโจมตีกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ได้ส่งข้อความขอลาออกมาถึงตน จึงถือว่ามีผลแล้ว ทั้งนี้ในวันที่ 5 ตุลาคม จะประชุมเพื่อชี้แจงโครงการอีกครั้ง และแก้ปัญหา เช่น งบจัดซื้อครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งละ 8.5 แสนบาท เพราะบางพื้นที่ไม่ต้องการเครื่องมือที่ส่วนกลางกำหนด ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีจะสอบถามข้อเท็จจริงการทุจริตในโครงการพัฒนาระบบริการสาธารณสุขภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 กันยายนนี้ว่า หากสอบถามจะชี้แจงตามข้อมูลที่มีอยู่ แต่หากเป็นประเด็นนอกเหนือข้อมูล จะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและรายงานต่อนายกฯ



