ไลฟ์สไตล์

"เมืองเพชร"ไม่อยากจมน้ำซ้ำลองแผน "ขอคืน-ขยาย"

"เมืองเพชร"ไม่อยากจมน้ำซ้ำลองแผน "ขอคืน-ขยาย"

26 พ.ย. 2560

ผอ.โครงการส่งน้ำฯเพชรบุรี กางแผนป้องกันน้ำท่วมเมืองเพชรซ้ำซาก ระบุสิ่งจำเป็นต้องขยายคลองระบายน้ำผันลงทะเลทั้งเหนือ-ท้ายเขื่อนเพชร

         นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี กล่าวว่า ข้อเสนอวิธีการแก้ไขและป้องกันน้ำท่วมจ.เพชรบุรีในปีต่อๆไป ควรดำเนินการในเรื่องหลัก ดังนี้ 1. แม่น้ำเพชรคดเคี้ยว มีการบุกรุก จึงขอเขต แม่น้ำ คืนให้ไหลสะดวกดังเดิม ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเพชร ไป อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง ไปจนถึง อำเภอบ้านแหลม 2. ขยายท่อระบายน้ำ ของถนนสายต่างๆ ที่ขวางทางน้ำและ รางรถไฟ   โดยขยายให้สามารถรับการระบายน้ำ 50 ปีได้  เหมือนกับภาคใต้ทั่วไป ที่มักจะมีฝน รุนแรง  

         3.ขยายคลองระบายผันน้ำลงทะเล ที่พูดไปนั้น เสนอเพียง 2 คลองหลัก คือ คลองผันน้ำลงทะเลเหนือเขื่อนเพชร  คือ ขยายห้วยยาง และ ห้วยปราโมทย์ ต่อเนื่อง ไปถึง คลองระบายน้ำสาย D1 และ ขยายประตูระบายน้ำปลายคลอง ให้สามารถระบายน้ำ ลงทะเลได้ในอัตรา 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที)  และอีกเส้นหนึ่งคลองระบายน้ำลงทะเลท้ายเขื่อนเพชร คือ คลองระบายน้ำ  ตั้งแต่ อำเภอท่ายาง โดยขุดคลองลัดชักน้ำลงคลองระบายน้ำ D9 ได้แก่  ขยายคลองระบายน้ำวัดท่าขาม-บ้านท่าต้นโพธิ์ ลงคลองระบายน้ำดี 9 (อัตรา 20 ลบ.ม./วินาที)  ระบาย ต่อเนื่องไปถึง การขยายคลองระบายน้ำสาย  D9  และ ขยายประตูระบายน้ำปลายคลอง ให้สามารถระบายน้ำ ลงทะเลได้ในอัตรา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

"เมืองเพชร"ไม่อยากจมน้ำซ้ำลองแผน "ขอคืน-ขยาย"

        รวมถึง คลองระบายน้ำ D18  ประกอบด้วย ขุดคลองลัดชักน้ำลงคลองระบายน้ำ D 18  ขุดคลองระบายน้ำสายบ้านสมอพลือ-ห้วยเสือ ลงคลองระบายน้ำ D18 (อัตรา 100 ลบ.ม./วินาที) ขุดคลองระบายน้ำห้วยกะลาตาย ลงคลองระบายน้ำด D18 (อัตรา 50 ลบ.ม./วินาที) ขุดคลองระบายน้ำวัดท่ากระเทียม ลงคลองระบายน้ำ D 18 (อัตรา 100 ลบ.ม./วินาที) ขยายคลองระบายน้ำสาย  D18 และ ขยาย ปตร. ปลายคลอง ให้สามารถระบายน้ำ ลงทะเลได้ในอัตรา 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)) ส่วน การ ขยายคลองส่งน้ำนั้น คิดว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากจะไปกระทบกับระบบส่งน้ำเดิมมาก โดยได้ผลในการเพิ่มการระบายได้น้อย เช่น  ไม่ควรขยายคลองส่งน้ำ 1 ขวา-สายใหญ่ 3 (อัตรา 20 ลบ.ม./วินาที)  และ  ไม่ควรขยายคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย-สายใหญ่ 1 (อัตรา 10 ลบ.ม./วินาที) เป็นต้น

     "ครั้งนี้ผมสั่งให้กดบานเขื่อนเพชรให้จมน้ำเพื่อให้น้ำล้นข้ามบาน แทนที่จะเปิดบานออก ซึ่งทำให้อัตราการไหลลงด้านท้ายลดลง น้ำมามากจริงๆ เรามีพื้นที่ใต้เขื่อนประมาณ 1,100 ตางรางกิโลเมตร(ตร.กม.) ฝนตกเหมือนแกล้งอยากให้ประชาชนชาว อ. เมืองเข้าใจเรื่องปริมาณน้ำฝนที่ตกหน้าเขื่อนแม่ประจันต์ครับ เราจะเริ่มทำความเข้าใจกับคนเพชรบุรีเพื่อให้หันกลับมามองบ้านตัวเอง ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปอย่าง การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศไปมากกว่าเดิม คนเพชรจะอยู่อย่างไร วันนี้คนเพชรบางคน ยังไม่ทราบเลยว่าเราอยู่กับระเบิดเวลา ที่เป็นพื้นที่ที่ควบคุมน้ำไม่ได้ 1120 ตร.กม. ฝนตกในพื้นที่แค่ 100 มิลลิเมตร(ม.) เราก็ไม่รอดแล้ว"นายไพฑูรย์กล่าว 

"เมืองเพชร"ไม่อยากจมน้ำซ้ำลองแผน "ขอคืน-ขยาย"

       นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุด ให้คิดว่าถ้าไม่มีเขื่อนแม่ประจันต์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชาวเพชรบุรีจะท่วมหนักกว่านี้มาก ในหลวงรัชกาลที่ 9พระราชทานให้คนเพชร การบริหารจัดการเขื่อน มีวิชาการและข้อมูลด้านต่างๆในการจัดการ แต่บางครั้งเป็นภัยธรรมชาติ ก็ต้องยอมรับ ไม่ใช่โทษแต่เขื่อนแม่ประจันต์ ซึ่งตนได้ร่วมกับผู้ออกแบบปรับแก้อาคารระบายน้ำล้นเพื่อให้หน่วงน้ำได้ คนบ้านลาด คนท่ายาง เขาท่วมจนชิน ลุกขึ้นมาจัดการแบบตัวเองโดยการทำคันกั้นน้ำให้แข็งแรง แม่น้ำเพชรจึงถูกใส่ซองมาแตกในเมือง คนในเมืองก็ไม่รู้ตัวว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง เพราะลำน้ำเพชรบุรีในเมืองแคบมากระบายได้น้อย จึงท่วมหนักขึ้นทุกปี

        นายไพฑูรย์ กล่าวด้วยว่า  ตนดูแผนที่และศึกษาทางวิศวกรรมแม่่น้ำ ของแม่น้ำเพชรแล้ว แยกเป็นดังนี้  ช่วงแรกก่อนเขื่อนเพชรและหลังเขื่อนเพชร ช่วงก่อนเขื่อนเพชร มีความลาดเทสูง การเกิดของลำน้ำจะมีตลิ่งสูง เพราะน้ำมีความเร็วสามารถกัดเซาะดินจนเป็นห้วยแม่ประจันต์ จนลึก แก่งกระจานก็เหมือนกัน ต่อมาหลังเขื่อนเพชร แถวบ้านลาด มีความลาดเทไม่สูงมาก แต่ยังมีความลาด จึงชื่อบ้านลาดงัย น้ำมามากจากตอนบน กัดเซาะตลิ่งได้สูงแต่บางช่วงต่ำน้ำจึงล้น ทำให้น้ำแผ่เป็นแผ่นออกด้านข้างมาก ทำให้ปริมาณน้ำไหลงมาในลำน้ำเพชรบุรีได้น้อยลง ทำให้มีความแรงในการกัดเซาะดินในเมืองได้น้อย

"เมืองเพชร"ไม่อยากจมน้ำซ้ำลองแผน "ขอคืน-ขยาย"

       ประกอบกับในเมืองเพชรบุรีโครงสร้างทางธรณีแข็งแรง แม่น้ำจึงเล็กและน้ำจึงล้นแตกออกด้านข้างแผ่เป็นวงกว้างเป็นน้ำที่ไม่ลึกมากมีเส้นเลือดฝอยของลำน้ำเยอะมากต่อมาเมืองเพชรบุรีขยายตัว ที่ที่เป็นที่รับน้ำท่วมเป็นเมืองเป็นบ้นจัดสรรมาตั้งบ้านเรือนในที่ๆที่เคยเป็นที่น้ำผ่านได้ ถึงบ้านแหลมเจอน้ำทะเลหนุน ลำน้ำเพชรยิ่งเล็กลง เพราะน้ำไหลสู่ทะเลในทางกว้างหรือน้ำบ่าไป ไม่ไหลลงแม่น้ำลำน้ำเพชรบุรีด้านท้ายจึงเล็กเเละเรียวลง 

        พอรู้เรื่องลำน้ำเพชรบุรี มาศึกษาเรื่อง ฝน เราบังคับฝนให้ตกในพื้นที่ไม่ได้ ทั้งปริมาณและทิศทาง เรามีพื้นที่เสี่ยง 1,120 ตร.กม เราจะจัดการอย่างไร ทำfloodway ทำเขื่อนที่ท้ายแม่ประจันต์ อีกเขื่อนหนึ่งเพื่อให้มีน้ำใช้ในหน้าแล้งด้วยขึ้นอยู่กับประชาชนที่เดือดร้อนว่าจะยินยอมให้ราชการเวนคืนที่ดินหรือไม่ รวมทั้ง ระบบงบประมาณ การทำแผนแม่บทต้องต่อเนื่องกัน หลายปัจจัยที่คนเพชรบุรีต้องร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เพชรบุรี กรมชลประทานอยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสหกรณ์ ระบบแผนงานตัวชี้วัด เราต้องทำเพื่อเกษตรกรพื้นที่ชลประทาน แต่ที่ผ่านมาน้ำท่วมในเมืองที่เป็นเรื่องของกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทานต้องดำเนินการทุกที ทั้งที่หาดใหญ่ ชุมพร จันทบุรี