ไลฟ์สไตล์

ไม้นานาพันธุ์

ไม้นานาพันธุ์

29 ก.ย. 2552

ช่วงนี้ อยู่ในพรรษา พรรษา แปลว่า ฝน ก็คือ หน้าฝนนั่นเอง เป็นฤดูฝนที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดให้พระสงฆ์อยู่จำพรรษา ไม่เดินทางไปโน่นนี่

 สมัยก่อนการเดินทางตรงตามศัพท์นั่นแหละ คือ ต้องเดินด้วยเท้า ก็ไปเหยียบย่ำข้าวในนาของชาวบ้านเสียหาย ชาวบ้านร้องเรียน พระพุทธองค์ก็เลยกำหนดให้เป็นช่วงที่พระสงฆ์ต้องอยู่ให้เป็นที่ 

 ฝนตกหนักๆ อย่างบ้านเรา ไปไหนไม่ได้จริงๆ นั่งดูฝนที่ตกลงมาที่พื้นดิน พื้นหญ้า แล้วก็เลยนึกถึงคำสอนในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร มีข้อความอยู่บทหนึ่ง พูดถึงเรื่อง ฝน ฝนตกลงมาเหมือนกัน ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังเลย

 แต่หญ้าเมื่อได้รับน้ำฝนก็เติบโตเป็นหญ้า ให้ได้ฝนมากเพียงใด ก็เป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากหญ้า อาจจะเป็นหญ้าที่อ้วนพีหน่อย โตเร็วหน่อย ขยายแพร่พันธุ์เร็วหน่อย แต่ก็เป็นหญ้านั่นแหละ
 
 ต้นสักอยู่ใกล้กัน เขาก็ค่อยๆ สูงขึ้นๆ เป็นต้นสักที่สง่างาม พ้น ๕๐ ปีไป ก็ขายได้ราคา แม้ไม่ตัด ก็เป็นไม้ที่มีศักดิ์ศรี เพราะเป็นไม้มีแก่น ปลวกที่เป็นอุปสรรคกินไม้อื่นๆ ได้หมด แต่ก็ต้องมาสยบให้ต้นสักเช่นกัน

 การเลี้ยงไม้ ถ้าต้องการไม้โตเร็ว ก็จะไม่ได้คุณภาพ มิหน้ำซ้ำวันดีคืนดีหักโค่น กิ่งก้านฉีกหัก เป็นอันตรายกับผู้คน ถ้าเอาไปปลูกริมถนน ก็เป็นอุปสรรคต่อการจราจร เช่น พวกชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นต้น

 ดูต้นไม้ใบหญ้า ดูต้นสัก แล้วเกิดธรรมะว่า ดูเถิด ถ้าฝนเปรียบกับพระธรรม ที่หลั่งรดใจของคนเราเท่าๆ กัน พระธรรมในพุทธศาสนานั้น ไม่มีกีดกันด้วยชนชั้นวรรณะ

 แต่เราก็เติบโตต่างกัน เหมือนกับ ต้นหญ้า กับ ต้นสัก ที่อยู่หน้ากุฏิของผู้เขียน
 ตรงนี้เอง ที่เราจะต้องเลือกว่า เราจะเป็นอะไร เราจะเป็นต้นสัก หรือเป็นต้นหญ้า
 เมื่อเราวางเป้าหมายในชีวิตชัดเจน เราก็จะก้าวไปให้ถึง แต่ถ้าเราไม่ตั้งความหวังเลย ไม่มีทิศทางเลย ก็คงจะเลื้อยไปเรื่อยๆ ระนาบเดียวกับต้นหญ้า

 เราจึงต้องกำหนดทิศทางของชีวิต เพื่อให้ชีวิตหนึ่งนี้ เป็นชีวิตที่มีสาระ มีความหมายต่อตน และต่อสังคม 

 เขาจะได้ไม่ว่าได้ว่า เสียชาติเกิด
   
"ธัมมนันทา"