ไลฟ์สไตล์

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

21 พ.ย. 2560

1 ปีที่ผ่านมาก็พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ทำแผนเสนอของบฯไปถึง 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ โรงเรียนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก

    หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศเรื่องการสิ้นสุดโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือ โรงเรียนไอซียู ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ธันวาคม 2559 มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงทั่วประเทศ ไปแล้วนั้น

     นายประสบชัย บุญแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร  เปิดใจว่า ความจริงแล้วนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้โรงเรียนที่มีปัญหาได้รับการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดติดขัดจากอะไร

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

     ที่ผ่านมาทำแผนเสนอของบฯไปถึง 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ขณะที่เราก็ไม่ได้กันงบฯมารองรับ เพราะเห็นว่าอยู่ในโครงการไอซียูเป็นโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาพิเศษ พอไม่ได้รับอนุมัติก็รู้สึกว่าเราสูญเสียโอกาสในการพัฒนา

    ซึ่งโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งเฉยก็ปรับเปลี่ยนหาความร่วมมือกับภาคเอกชน ชุมชน หน่วยงานในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็ก ขณะที่การสร้างอาคารเรียนอนุบาลที่ขอไปนั้น ผมก็ได้เตรียมทำเรื่องเสนอขอตั้งงบประมาณในปี 2562 แทน

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

     โรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร มีนักเรียนประมาณ 172 คน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสสอนระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ตลอดจนคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) อยู่ในระดับไม่ค่อยน่าพอใจ จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการไอซียูและได้รับคัดเลือก

    แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร โรงเรียนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ทำแผนเสนอของบประมาณ 5-6 แสนบาทเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ 7 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ใช้ในห้องเรียน และของบฯสร้างอาคารเรียนอนุบาล 1 หลังก็ปรากฏว่าไม่ได้รับการอนุมัติงบฯ ในขณะที่โรงเรียนในโครงการซึ่งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงของบฯ ในโครงการไอซียู เพื่อปรับปรุงซ่อมแซม อาคารเรียน กลับกลายเป็นว่าได้รับจัดสรรงบประมาณดำเนินการ

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

          อนึ่งโครงการโรงเรียนไอซียู  เป็นนโยบายของนพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเมื่อเข้ามารับตำแหน่งมีข้อมูลว่า มีโรงเรียนที่มีปัญหาจนแทบจะจัดการเรียนการสอนไม่ได้ ในพื้นที่ห่างไกลมีอยู่จำนวนมาก

      โดยมีปัจจัยและสาเหตุหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยด้านกายภาพ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบทรุดโทรม ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน บุคลากร ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือบางแห่งใช้เซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ แต่อุปกรณ์ชำรุด สพฐ.ก็ได้เข้าไปช่วยปัญหา เพื่อให้ครูมีไฟฟ้าใช้ 

     ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ แบ่งกลุ่มโรงเรียนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ฉุกเฉิน เร่งด่วน และไม่ฉุกเฉิน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงเรียนทั่วประเทศ ดังนี้ ฉุกเฉิน 2,253 โรง เร่งด่วน 1,923 โรง และ ไม่ฉุกเฉิน 865 โรงเรียน รวมทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนไอซียู ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านกายภาพ

      ปี2560 จำนวน 1,964 ในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของสพฐ. 896 โรงเรียน ใช้งบฯ 416 ล้านบาท และงบฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน  จำนวน 1,068 โรงเรียน ใช้งบฯ29 ล้านบาท