ไลฟ์สไตล์

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

16 พ.ย. 2560

แพทย์แนะหญิงตั้งครรภ์สังเกตสัญญาณคลอดก่อนกำหนด รีบไปพบแพทย์ เร่งพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบเป็นมิตรหญิงตั้งครรภ์ หวังช่วยลดปัญหา

         เมื่อวันที่  16 พฤศจิกายน  2560  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร แถลงข่าว “โครงการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพพนักงานและครอบครัว เนื่องในวันทารกเกิดก่อนกำหนดโลก (World prematurity day: 17 Nov 2017)”ว่า จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานจากมารดาที่คลอดบุตรก่อนกำหนด พบว่า ประมาณร้อยละ 60-70 ของหญิงอายุในช่วง 20-34 ปี ยังไม่มีความรู้เรื่องการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด  เป็นเหตุให้เข้ามารับการรักษาล่าช้า แพทย์จึงไม่สามารถยับยั้งภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดได้สำเร็จ  

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

         ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นผู้ทำงานในสถานประกอบการ  ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้ พนักงานส่วนหนึ่งขาดการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นกับตนเองและทารกในครรภ์ จึงเป็นมูลเหตุจูงใจให้มีการจัดทำ โครงการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพพนักงานและครอบครัวเพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดโดยได้จัดทำโครงการนำร่องในสถานประกอบการต้นแบบ 4 องค์กร  เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้ตระหนักถึงอันตรายของการคลอดก่อนกำหนด  โดยการให้ความรู้แก่พนักงานในองค์กร และให้หน่วยงานและพนักงานช่วยเหลือพนักงานที่ตั้งครรภ์ในรูปแบบจิตอาสา หรือ เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อลดอุบัติการณ์ของการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพของมารดา ทารก และครอบครัว เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!                                                                                                                        

           ศ.คลินิก.นพ.ธราธิป  โคละทัต ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบด้านความรับผิดชอบต่อสังคม กล่าวว่า โอกาสคลอดก่อนกำหนดเกิดได้ในหญิงตั้งครรภ์ทุกคน ในกลุ่มประชาชนทั่วไปราว 5-6 % ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะสูงขึ้น 2 เท่า คือ 12-14 %  จากการศึกษาใน 10 จังหวัดเกี่ยวกับอุบัติการณ์เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด พบว่า โอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกลำดับการตั้งครรภ์ แต่พบสูงโดยในท้องที่ 2 หรือทั้องที่3 ส่วนท้องที่ 1 พบได้แต่ต่ำกว่า  อย่างไรก็ตาม ในหญิงตั้งครรภ์อายุน้อยต่ำกว่า  20 ปีเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดในครรภ์แรก แต่หากเป็นหญิงอายุมาก 35 ปีขึ้นไป เสี่ยงในท้องหลังๆ

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!  

          “สัญญาณที่อาจคลอดก่อนกำหนด คือ เมื่อไหร่ที่หญิงตั้งครรภ์มีอาการท้องแข็ง ต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที เพราะหากรอให้มีอาการมากขึ้น หรือถึงกำหนดคลอดหรือสามีกลับ อาการอาจรุนแรงขึ้นจนแพทย์ช่วยยับยั้งไม่ทัน รวมถึง หากมีน้ำใสๆไหลจากช่องคลอด อาจนึกว่าเป็นปัสสาวะหรือที่เรียกว่าน้ำเดินให้รับไปพบแพทย์ หากปล่อยมีอาการแรงขึ้นแพทย์อาจช่วยรักษาไม่ทัน และกรณีที่มีเลือดออกทางช่องคลอดต้องรีบพบแพทย์เช่นกัน”ศ.คลินิก นพ.  ธราธิป กล่าว

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

         ศ.คลินิก นพ. ธราธิป กล่าวอีกว่า จากผลการศึกษาปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนดทั่วประเทศ พบว่า มารดา คลอดบุตรมักมีข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ เศรษฐานะ และระยะเวลาการลาคลอด เป็นเหตุให้พนักงานส่วนหนึ่งขาดการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ การดูแลตนเองและทารกในครรภ์อาจจะไม่เหมาะสม บางรายจึงเกิดภาวะแทรกซ้อนกับตนเองและทารกในครรภ์   โดยโครงการพัฒนาสถานประกอบการต้นแบบฯเริ่มจากการให้ความรู้ทุกฝ่ายในองค์กรเกี่ยวกับการภาวะคลอดก่อนกำหนด อันตราย ความเสี่ยงและการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน จากนั้นทำการสำรวจภาวะสุขภาพของพนักงาน จัดทำสื่อในการให้ความรู้ที่เข้าใจง่าย และติดตามการตั้งครรภ์ของพนักงาน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนอกจากผลโดยตรงจำนวนการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดน้อยลง ทารกมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์แล้ว ยังส่งผลทางอ้อม ในการสร้างสัมพันธ์ที่ดี สามัคคีของเพื่อนร่วมงาน เกิดความผูกพันต่อองค์กร  

               กลุ่มเสี่ยง"ภาวะคลอดก่อนกำหนด"!!!

           อนึ่ง  องค์กร/สถานประกอบการต้นแบบ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บริษัท แม๊กกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะมอล์ล กรุ๊ป จำกัด สาขางามวงศ์วาน บริษัท จีสตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด องค์กรหรือสถานประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมโครงการได้ที่ สำนักงานโครงการเครือข่ายมารดาและทารก ในพระราชูปถัมภ์ฯ อีเมล์ [email protected]