ไลฟ์สไตล์

สธ.ตั้งคกก.สืบข้อเท็จจริงกรณีแพทย์ขับรถชนรปภ.

สธ.ตั้งคกก.สืบข้อเท็จจริงกรณีแพทย์ขับรถชนรปภ.

14 พ.ย. 2560

สธ.ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแพทย์ขับรถชนรปภ. ระบุกรณีนี้ต่างจากข้าราชการลวนลามลูกน้อง

        เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยนพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศ เขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งขับรถชนนายสมชาย ยามดี รปภ.ประจำกระทรวงสาธารณสุขว่า นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดสธ. ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นคนของสธ. และเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนราชการ พร้อมกำชับทีมแพทย์รพ.พระนั่งเกล้าดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด ได้รับรายงานว่าเช้าวันนี้ รู้สึกตัว สามารถทำตามคำสั่งแพทย์ได้ สัญญาณชีพคงที่ ยังใช้เครื่องช่วยหายใจ มีไข้ แพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะ ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู และจะดูแลภรรยาที่ทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขด้วยเช่นกัน

           “หากคดีสิ้นสุด ตามระบบราชการก็จะมีการพิจารณาว่าเกี่ยวโยงกับระเบียบราชการอย่างไรบ้าง และจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามระเบียบของข้าราชการพลเรือน  แต่ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุดขอให้รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการก่อนจะดีกว่า”พญ.พรรณพิมลกล่าว
         ต่อข้อถาม ทำไมถึงไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยควบคู่ไปกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า การที่ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนควบคู่ไปนั้น เพราะต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าตำรวจก่อน หากตั้งควบคู่ไปก็จะเหมือนเราทำงานแทนตำรวจ แต่หากเกิดกรณี นพ.ยอร์น หลบหนีทาง สธ.ก็จะสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบราชการได้เลย

      ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดกรณีนี้สธ.จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเลยไม่ได้เหมือนกับกรณีข้าราชการลวนลามลูกน้อง พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า กรณีข้าราชการลวนลามเป็นคดีทางวินัย ที่ผู้บังคับบัญชาละเมิดผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นการผิดระเบียบราชการ ส่วนกรณีนพ.ยอร์นเป็นเรื่องอุบัติเหตุ จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายก่อน  เมื่อคดีสิ้นสุดจึงจะพิจารณาเรื่องวินัยราชการ

     "อยากให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการทางกฎหมายใหญ่ที่สุด และการไปรับโทษทางกฎหมายถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือใครก็ไม่สามารถหนีพ้นกระบวนการทางกฎหายได้ แต่หากกระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดลง สธ.ก็จะนำผลความผิดทางกฎหายมาประกอบการพิจารณา และขอให้สังคมมั่นใจว่า สธ.ไม่นิ่งนอนใจหากผู้กระทำผิดหลบหนีหรือไม่รับผิดชอบเราจะดำเนินการตามระเบียบข้าราชการพลเรือนทันที ซึ่งเบื้องต้นผู้กระทำผิดก็ได้ออกมารับผิดชอบและให้ความร่วมมือกับเรื่องที่เกิดขึ้น"พญ.พรรณพิมลกล่าว