
พี่ตูน ไอดอลทำดี มองผ่านเลนซ์ ตูน บอดี้สแลม
เชื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ เอาอย่าง ยกเป็นไอดอล การทำความดี เสียสละเพื่อคนอื่น และเป็นแรงบันดาลใจให้คน ก้าวออกมาทำความดี ตามที่ตั้งใจไว้ได้อีกในอนาคต
คทาวุธ แช่ม ช่างภาพมือฉมังจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา สาขาเทคโนโลยีการศึกษาเจ้าของภาพ “ท่ามกลางสายฝน” ที่ตูน บอดี้สแลม วิ่งฝ่าสายฝน ด้านหลังมองเห็น มัสยิดชื่อ มัสยิดอัตตะหรีร (พงยามู) อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่โดนใจโลกโชเชียลแชร์กันว่อน เพราะใช้หลักของ DDP (digital darkroom photographer) ของครูต้อง จีรศักดิ์ จำปาเทศ กล้อง canon6D เลนส์ 70-300 4-5.6 USM
คทาวุธ แช่ม
เขาบอกว่า จากการติดตามถ่ายภาพของการวิ่่งของตูน บอดี้สแลม ทำให้มองเห็นความมุ่งมั่นทำตามฝันที่โคตรยิ่งใหญ่ ที่สำคัญเป็นความฝันที่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ท่าทางนอบน้อมต่อทุกคนไม่ว่าจะเด็กรึผู้ใหญ่ ยิ่งเจอเด็กน้อยก็จะพูดบอกให้ตั้งใจเรียน บางครั้งเจอคุณย่าคุณยายอยู่บ้านข้างทางลงไปสัก 15 เมตร ก็วิ่งลงไปรับเงินบริจาคด้วยตัวเอง วิ่งและเซลฟี่กับผู้คนที่อยู่ข้างทางแทบจะตลอดทางโดยไม่มีเหน็ดเหนื่อย
คทาวุธ บอกว่า การวิ่งของตูน บอดี้สแลม ในครั้งนี้ เชื่อว่า เขาจะเป็นไอดอลของใครอีกหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆกลุ่มหนึ่งหน้าโรงเรียนที่ ธารโตนั่งร้องเพลงชีวิต ยังคงสวยงามข้างถนนตอนเที่ยงรอจนตูนวิ่งผ่านมา ตอนที่ตูน วิ่งตากฝนก็ยังมีคนวิ่งตามด้วยเท้าเปล่า ช่วงบันนังสตา ได้เจอเปาะจิอายุเกิน 60 ในมือถือใบจากและกำแบงค์ 20 มืออีกข้างมีมือถือดูliveสดจากเพจก้าว มารอรับ
รวมทั้ง ระหว่างทางจะได้ยินหลายบทเพลงของบอดี้สแลมจากรถรึเสียงตามสายจนถึงผู้คนที่ยืนร้องเพลงให้กำลังใจ ผู้คนทุกเพศทุกวัยมอบเงินให้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยที่ยื่นให้ 5 บาท รึเฒ่าแก่ที่หยิบแบงค์พันปึกใหญ่ให้โดยไม่ลังเล แต่มีสองสิ่งที่เหมือนกันระหว่างสองฝั่งคือรอยยิ้มจากคนให้ และเสียงขอบคุณมากครับพร้อมยกมือไหว้โค้งตัวจนถึงเอวจากคนรับ ตูนเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหลายๆคนให้ทำได้อย่างที่หวังและตั้งใจไว้ได้เป็นอย่างดี คิดว่า เขาจะเป็นไอดอลของการทำความดีให้ใครต่อใครในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
รุ่งทิพย์ จิตต์พันธ์ (กลาง) และ ธิปัตย์ มีแก้ว (ขวา)
ด้าน “ทิพย์”- รุ่งทิพย์ จิตต์พันธ์ นศ.ปี 3 สำนักศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ประธานสภานักศึกษา มวล. เล่าว่า งานหอพักนักศึกษา สภานักศึกษา และองค์การบริหารองค์การนักศึกษา ร่วมกันเปิดคอนเสิร์ตที่โรงอาหารกลางคืน มีวงดนตรี WMC มีบุคลากร นักศึกษา และสำนักวิชาสนับสนุนระดมเงินเพื่อเข้าร่วมโครงการ 50,000 บาท นำไปมอบ ตูน เมื่อเช้าวันที่ 13 พย.ที่ผ่านมา นักศึกษาและบุคลากรมารอต้อนรับ ตูน บอดี้แสลม อย่างหนาแน่นตั้งแต่ตี 4 โดยตูน เดินทางมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยประมาณ 7 โมงเช้า
"ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งการโครงการก้าวคนก้าวในครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะร่วมวิ่งกับพี่ตูนไปจนถึงแม่สาย แต่ด้วยภาระหน้าที่ ที่เราต้องเรียนหนังสือ เลยทำได้แค่นี้ แต่ก็มีความสุขแล้ว และยังได้เห็นภาพบรรยากาศที่ชาววลัยลักษณ์ร่วมมือ ร่วมใจกันในการทำความดี ถึงจะไม่ได้พักผ่อนก็ถือว่าคุ้ม เพราะในชีวิตนี้มีโอกาสได้ทำแค่ครั้งเดียว และพี่ตูนยังเป็นไอดอลในการใช้ชีวิตอีกด้วย ทิพย์อยากเดินตามรอยพี่ตูน อยากทำเพื่อคนอื่นเหมือนพี่ตูน " น้องทิพย์ กล่าว
ขณะที่ “โอ๊ต” - ธิปัตย์ มีแก้ว นศ.ปี 3 สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) อุปนายกคนที่ 2 องค์การบริหารองค์การนักศึกษา มวล. เล่าว่า เขาได้ทราบโครงการนี้มาจากการ Shares ข้อมูลบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจาก Facebook Fanpage : “ก้าว” เขาเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ แต่ด้วยกำลังของเขาคนเดียวคงจะไม่สามารถที่จะสิ่งดี ๆ ให้สำเร็จได้ ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ขณะนั้นมีบุคลากรทางฝ่ายส่วนหอพักติดต่อเข้ามาขอร่วมโครงการ รวมถึงได้ทำการติดต่อทางประธานสภานักศึกษาโดยในช่วงเย็นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เขาได้ทำการประชุมเกี่ยวกับโครงการนี้กับฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หอพักนักศึกษา สภานักศึกษา และองค์การบริหารองค์การนักศึกษา
"โอ๊ต" เล่าต่อว่า หลังจากที่เขาได้คุยกับฝ่ายต่างๆ เขาคิดจะทำกล่องรับบริจาค เพราะเขาคำนึงถึงเป้าหมายของโครงการนี้ว่าต้องการนำเงินไปช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาล จึงคิดว่าการที่รับบริจาคเพื่อเป็นตัวแทนชาววลัยลักษณ์ในการส่งมอบให้กับพี่ตูนน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเราทุกคนจะทำได้ ซึ่งจุดที่รับบริจาคมี 2 จุด คือ โรงอาหาร 4 ซึ่งทางองค์การนักศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ และ โรงอาหารตึกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ทางสภานักศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนของหอพักก็ได้วางกล่องบริจาคเช่นเดียวกัน
“เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเจอพี่ตูน ถึงแม้จะเป็นเช้ามากๆ แต่ด้วยความที่อยากเจอพี่ตูน และนำเงินสมทบทุนไปมอบแก่พี่ตูน จึงเป็นแรงผลักดัน และไม่มีอาการง่วงหรือเพลีย ยิ่งตอนที่พี่ตูนหยุดวิ่งแล้วถ่ายรูปกับผม แถมเข้ามาพูดคุยเพื่อให้กำลังใจ ให้ตั้งใจเรียน แล้วขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีครั้งนี้ ก็รู้สึกดีใจมากๆ เพราะผมถือป้ายอย่างเดียว”
ระหว่างทางที่ “พี่ตูน” เริ่มออกวิ่งหลังถ่ายรูปกับ “โอ๊ต” ชาววลัยลักษณ์ ชาวท่าศาลาได้ร่วมกันทำตามข้อตกลง คือ ไม่ไปกีดขวางพี่ตูนขณะวิ่ง ทำให้ได้รับการชื่นชมจากผู้คนที่กำลังดูไลฟ์สดว่าชาวท่าศาลาเป็นแบบอย่างที่ดีมาก เพราะว่าไม่ทำให้ขบวนการวิ่งติดขัด "โอ๊ต" กล่าว



