
นักศึกษา-ชายขายบริการติดเอดส์พุ่งสธ.ห่วงหญิงขายบริการ
สธ.เผยผลสำรวจสถานการณ์ติดเชื้อเอดส์ปี 51 พบชายขายบริการและนักศึกษาที่มาบริจาคเลือดติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นเฉพาะกลุ่มนักศึกษาติดเชื้อพุ่ง 2 เท่า ผลวิจัยระบุหญิงขายบริการแฝงติดเชื้อมากกว่าหญิงบริการในสถานบริการ หวั่นแพร่เชื้อสู่หญิงตั้งครรภ์ เร่งรณรงค์ใช้ถุ
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สำนักระบาดวิทยาสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้เฝ้าระวังสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีของประเทศ โดยปี 2551 ได้สำรวจในกลุ่มผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด 77,791 ตัวอย่าง แบ่งเป็นผู้ติดยาเสพติด 202 ตัวอย่าง หญิงฝากครรภ์ 62,601 ตัวอย่าง ชายที่มาตรวจรักษากามโรค 1,071 ตัวอย่าง หญิงขายบริการทางเพศตรง 4,932 ตัวอย่าง และหญิงขายบริการทางเพศแฝง 10,551 ตัวอย่าง และขยายผลไปยังกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อกลุ่มใหม่ๆ ได้แก่ ชายขายบริการทางเพศ ชาวประมง และแรงงานต่างชาติด้วย
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ผลเฝ้าระวังพบกลุ่มหญิงที่มาฝากครรภ์ ติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 0.72 ลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่พบว่าหญิงตั้งครรภ์ในภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง และภาคใต้ตอนล่าง ยังติดเชื้อสูงกว่าภาพรวมของประเทศ ในกลุ่มหญิงขายบริการทางเพศตรง ติดเชื้อลดลงเป็นร้อยละ 4.67 หญิงขายบริการทางเพศแฝง ลดลงเป็นร้อยละ 2.64 โดยภาคเหนือพบหญิงขายบริการทางเพศตรงติดเชื้อมากสุด ร้อยละ 6.06 และภาคกลางพบหญิงขายบริการทางเพศแฝงติดเชื้อมากสุด ร้อยละ 3.12
ส่วนกลุ่มผู้บริจาคโลหิต แม้จะพบการติดเชื้อลดลงเป็นร้อยละ 0.18 แต่กลุ่มผู้บริจาคที่เป็นนักศึกษา พบว่าติดเชื้อร้อยละ 0.5 เพิ่มขึ้นกว่าปี 2550 ถึง 2 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มชายขายบริการทางเพศที่มีแนวโน้มติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 12.21 ซึ่งสูงเป็นลำดับ 2 รองจากกลุ่มผู้ติดยาเสพติด
นพ.สุพรรณ กล่าวต่อไปว่า จากการวิจัยของศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข พบว่ากลุ่มหญิงขายบริการทางเพศแฝงมีการติดเชื้อเอชไอวีสูงกว่ากลุ่มที่สังกัดสถานบริการ โอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่ชายนักเที่ยวสูง นำไปสู่การติดเชื้อในหญิงมีครรภ์และส่งผลกระทบต่อครอบครัวได้ จึงควรส่งเสริมมาตรการการใช้ถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ในการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงขายบริการ ส่วนกลุ่มชายขายบริการทางเพศ ควรเร่งรัดป้องกันมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มที่แนวโน้มการติดเชื้อคงที่ ได้แก่ แรงงานต่างชาติ พบร้อยละ 1.24 ชาวประมง พบร้อยละ 2.5 และผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีด พบร้อยละ 48.15 ซึ่งแม้จะพบการติดเชื้อคงที่แต่เป็นอัตราที่สูงมากเป็นอันดับ 1 โดยสถานการณ์โรคเอดส์ตั้งแต่ พ.ศ. 2527-สิงหาคม พ.ศ.2552 มีผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 3.54 แสนราย เสียชีวิต 94,848 ราย ผู้ป่วยร้อยละ 63 อายุ 25-39 ปี โดยในรอบ 8 เดือนของปี 2552 มีรายงานผู้ป่วย 1,980 ราย เสียชีวิต 425 ราย



