ไลฟ์สไตล์

ตะลุยพื้นที่ปลูกองุ่นใหญ่ที่สุดในจีน ฝีมือ"ชัย แซ่ตั๊น" นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน

ตะลุยพื้นที่ปลูกองุ่นใหญ่ที่สุดในจีน ฝีมือ"ชัย แซ่ตั๊น" นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีน

27 ก.ย. 2552

ตอนที่ไปร่วมงาน ไชน่า (หนิงเซี่ย) อินเตอร์เนชั่นแนล เทรด แอนด์ อินเวสเมนต์ ที่เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย เมืองอิ๋นช่วน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2552 พีรพล ตริยะเกษม ประธานบริษัท โอเอ็มซี กรุ๊ป

ซึ่งเป็นผู้นำคณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยไปร่วมงาน เกริ่นให้ฟังว่าจะพาไปชมพื้นที่เพาะปลูกไร่องุ่นซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศจีน กล่าวคือมีพื้นที่ถึง 5 หมื่นไร่ทั้งยังเป็นที่ดินผืนเดียวติดต่อกัน อยู่ใกล้แม่น้ำฮวงโห

 ประการสำคัญคือ เป็นการลงทุนโดยนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนวัยห้าสิบเศษๆ "ชัย แซ่ตั๊น" หรือที่ตอนนี้รู้จักกันในนาม "เฉิน เต๋อฉี่" 

 "คุณเฉิน" มีพื้นเพเป็นคนนครปฐม ทำธุรกิจในประเทศไทย 10-20 ปี ก่อนจะย้ายไปทำธุรกิจในประเทศจีนในปี 2540 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน มีธุรกิจหลายประเภทตามเมืองต่างๆ ในจีน อาทิ ทำโรงงานผลิตสแนคจากข้าวพอง เก๋ากี้, โรงแรม, เหมืองแร่ และธุรกิจก่อสร้าง

 ส่วนธุรกิจล่าสุดคือโครงการการผลิตไวน์องุ่นครบวงจร ด้วยงบลงทุน 2,000 ล้านหยวน โดยได้รับสัมปทานที่ดินจากรัฐบาลหนิงเซี่ยเป็นเวลา 70 ปี ในนาม บริษัท หนิงเซี่ย เตยลอง ไวเนอรี่ (Ningxia Daylong Winery) ซึ่งก่อตั้งโดย ไทยแลนด์ เตอเชง กรุ๊ป (Thailand Desheng Gruop) และ มาเก๊า จินหลง กรุ๊ป (Macao Jinlong Group)

 แผ่นพับแนะนำบริษัทระบุว่า ไทยแลนด์ เตอเชง กรุ๊ป เริ่มทำธุรกิจในทศวรรษ 1990 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ ก่อตั้งโดย เฉิน เต๋อฉี่ นักลงทุนชาวไทย ซึ่งขณะนี้มีธุรกิจหลายสาขา อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยว เหมืองแร่ และการค้า ปัจจุบันมีพนักงาน 3,000 คน ทำงานในธุรกิจด้านต่างๆ จำนวนกว่า 10 บริษัท ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

 ส่วน "มาเก๊า จินหลง กรุ๊ป"  ก่อตั้งในปี 1991 โดย เฉิน มิงหลิน (Chen Minglin) ชาวมาเก๊า ซึ่งเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และปัจจุบันได้ขยายไปอีกหลายสาขา ซึ่งมีธุรกิจอยู่ในมาเก๊า จีน และต่างประเทศ

 หนิงเซี่ย เตยลอง ไวเนอรี่ ได้รับการสนับสนุนจากสองบริษัทดังกล่าว และรัฐบาลท้องถิ่น เริ่มเตรียมการก่อตั้งในเดือนตุลาคม 2550 และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จะแล้วเสร็จใน 6-8 ปี

 วันที่ "ชีราซ" มีโอกาสไปเยี่ยมชมพื้นที่โครงการนั้น มีการทำแปลงเพาะองุ่นบ้างแล้ว แต่อยู่ในช่วงเริ่มต้น   

 ในแผ่นพับระบุว่า บริษัทมีโครงการพัฒนาธุรกิจอีกหลายด้าน อาทิ สร้างโรงงานผลิตไวน์ซึ่งมีกำลังการผลิตปีละ 6-8 หมื่นตัน, ศูนย์การแสดงสินค้านานาชาติเกี่ยวกับองุ่น, ร้านขายไวน์ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างด้านวัฒนธรรมกว่า 20 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ปลูกองุ่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สถานบันเทิงสันทนาการ นอกจากการปลูกองุ่นออแกนิกส์ และไวน์ออแกนิกส์ที่มีคุณภาพสูง
"พีรพล" เล่าว่า คุณเฉินไปอิตาลีหนึ่งเดือน เพื่อศึกษาเทคโนโลยี ลงมือทำต้นกล้าเอง ทั้งหมดจะทำเป็นออแกนิกส์ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับเลี้ยงไก่ แพะ และวัว
ที่ดินด้านทิศใต้ ซึ่งติดกับสุสานราชวงศ์ซีเซี่ย ทางบริษัทมีแผนจะสร้างโรงแรมห้าดาว
สื่อมวลชนสนทนากับคุณเฉินผ่านล่ามจีน เนื่องจากคุณเฉินออกตัวว่า พูดไทยไม่เก่ง สื่อสารภาษาจีนได้ดีกว่า

 ไม่เคยทำธุรกิจไวน์ แต่ทำไมสนใจธุรกิจด้านนี้ ?

 "พื้นที่แถบนี้ ทั้งสภาพดิน ภูมิอากาศ เหมาะแก่การเพาะปลูกและทำไร่องุ่น ดีที่สุดในประเทศ ผมยอมเสียเวลาสองปี ศึกษาสภาพภูมิอากาศต่างๆ เรียนรู้กรรมวิธีจากต่างประเทศทุกอย่าง ไม่ยาก แรกเริ่มไปศึกษาของทางฝรั่งเศสที่บอร์กโดซ์ก่อน เกี่ยวกับวิธีการปลูก การเพาะพันธุ์ ต้นองุ่นของฝรั่งเศส หลังจากนั้นค่อยมาศึกษาของอิตาลีอีกที โดยไปดูที่เวนิส"

 ตั้งเป้าหมายธุรกิจนี้ไว้อย่างไร ? คำตอบคือ ต้องการผลิตไวน์คุณภาพดีที่สุดของจีน เนื่องจากสภาพดิน ภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ของพื้นที่ใกล้เคียงกับที่บอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส จึงน่าจะผลิตไวน์ดีๆ ได้

 "คิดว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ดีกว่าบอร์กโดซ์ด้วย ให้คนมาดูที่ ดูอากาศ บอกว่าดีกว่าบอร์กโดซ์อีก 3 ปี จะได้ไวน์ลอตแรก เรามีโรงงานผลิตไวน์ ส่งตลาดได้เลย มูลค่าการลงทุน 2,000 ล้านหยวน ลูกค้าหลักในเมืองจีน เอเชีย ในจีนเน้นตลาดบน"

 อย่างที่เกริ่นแต่แรกว่า นี่ไม่ใช่ธุรกิจเดียวของเขา
 ถามถึงมูลค่าธุรกิจที่ลงทุนในจีนขณะนี้ ? คุณเฉินอมยิ้มเล็กน้อย ทำท่าเหมือนชั่งใจคิดสักครู่ก่อนตอบว่า

 "ที่เจียงซูทำโรงงานผลิตอาหารวันละหนึ่งร้อยตัน มูลค่าการลงทุน 50 ล้านดอลลาร์, เฉิงตู 500 ล้านหยวน, ที่หนิงเซี่ย (ธุรกิจไวน์) 2,000 พันล้านหยวน, ซานตงทำโรงงานก่อสร้าง มูลค่า 500 ล้านหยวน และมีเหมืองอีก 2 แห่ง แห่งละ 50 ล้านหยวน เหมืองแร่นี่ซื้อไว้เฉยๆ เก็บไว้ ยังไม่ได้ลงทุนเต็มที่ เป็นโรงงานอลูมิเนียมหนึ่งแห่ง เหมืองแร่ 1 แห่ง...มาลงทุนที่จีนตั้งแต่ปี 2543 ส่วนในไทยทำธุรกิจก่อสร้างด้วย"

"ผมเป็นคนจีนฮกเกี้ยนอยู่ไทย 30 ปี สมัยก่อนไปเมืองไทยทำธุรกิจ การทำธุรกิจที่เมืองจีนก็ใช้ได้"

 ทำธุรกิจในไทยกับจีนที่ไหนยากต่างกันอย่างไร ?

 "คล้ายๆ กัน ที่ไหนก็ง่ายๆ" คุณเฉินตอบกลั้วหัวเราะเสียงดัง   

 "มุมานะ ทำงานหนัก ฉลาด กล้าตัดสินใจ และมีสมองด้วย (ชี้ไปที่หัว) โชคไม่สำคัญ" คุณเฉินตอบคำถามสุดท้ายก่อนจะขอตัวไปดูแลเพื่อนฝูงนักธุรกิจจีน ที่มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

 อีกสามปี ใครมีโอกาสแวะไปประเทศจีน อย่าลืมหาไวน์จากหนิงเซี่ยมาชิม

 จะได้ช่วยยืนยันว่าไวน์จากเมืองจีน คุณภาพและรสชาติดีเหมือนๆ กับไวน์ฝรั่งเศสอย่างนั้นเชียว!     
      ชีราซ