ไลฟ์สไตล์

อุ่นใจใกล้หมอ24ชั่วโมงด้วยไอที

อุ่นใจใกล้หมอ24ชั่วโมงด้วยไอที

27 ก.ย. 2552

จะดีแค่ไหน ถ้าไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาล และไม่ต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันอยู่หน้าห้องตรวจ แต่สามารถรับการตรวจวินิจฉัยโรคโดยตรงจากแพทย์ รู้ถึงการดำเนินโรคของอาการเบาหวานที่เป็นอยู่ ความต้องการนี้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงอีกต่อไป เพราะ "เทคโนโลยีบ

 นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต กล่าวว่า เทคโนโลยีบริหารจัดการแบบออนไลน์ กำลังจะเข้ามามีบทบาทในสถานพยาบาล ผลดีที่เกิดขึ้นคือ จำนวนคนไข้นอกที่แออัดในโรงพยาบาลประจำจังหวัดจะลดลง โดยได้รับบริการการรักษาจากสถานีอนามัยใกล้บ้านแทน ภายใต้การสั่งการจากแพทย์เจ้าของไข้จากโรงพยาบาลประจำจังหวัด ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จึงทุ่นเวลาและค่าเดินทางให้คนไข้

 "การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าอย่างมาก มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันทั่วโลก ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงการพูดคุยผ่านโทรศัพท์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้คนไข้มีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษาได้สะดวกจากสถานพยาบาลทุกแห่งที่เชื่อมโยงถึงกัน”

 โรคที่อยู่ในกลุ่มเรื้อรังอย่างเบาหวาน แพทย์เจ้าของไข้สามารถลดภาระหน้าที่ ด้วยการเชื่อมต่อระบบการสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยถ่ายโอนคนไข้ให้รับบริการจากสถานีอนามัยใกล้บ้าน แทนเดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจะตรวจน้ำตาลในเลือด และบันทึกข้อมูลส่งเข้าระบบของโรงพยาบาล เพื่อรับการวินิจฉัยจากแพทย์และสั่งจ่ายยาได้ในทันที

 อีกกรณีหนึ่งที่สามารถทำได้คือ คนไข้ตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยเครื่องที่มีอยู่ที่บ้าน และแจ้งผลผ่านการส่งไฟล์ข้อมูล หรืออีเมลถึงแพทย์ประจำตัว เพื่อให้แพทย์สั่งจ่ายยาผ่านบริการไปรษณีย์ถึงบ้าน วิธีนี้จะช่วยให้ต้นทุนการรักษาคนไข้ถูกกว่าการเดินทางมารับการรักษาด้วยตัวเอง

 “การจะพลิกบริการสุขภาพไทยให้ไฮเทคด้วยไอทีในไทย ยังไปได้อีกไกลมาก อนาคตอาจมีความร่วมมือสร้างเครือข่ายกลางระหว่างสถานพยาบาลด้วยกันทั่วประเทศขึ้นมา เพื่อให้บริการคนไข้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตร่วมกันในอนาคต เพื่อลดต้นทุนทั้งคนไข้และแพทย์ให้มีการใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด” ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภูเก็ต กล่าว

 นพ.ก้องเกียรติ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากเห็นในอนาคตคือ คนไข้ดูแลตัวเองที่บ้านได้เพื่อลดต้นทุนการรักษาให้ถูกที่สุด จากที่เดินทางมารับการรักษาแล้วเดินทางกลับ บางรายต้องเดินทางจากต่างจังหวัดชนิดนั่งรถข้ามวันข้ามคืนทีเดียว

 ด้าน นพ.สุธี ทุวิรัตน์ กรรมการบริหาร สมาคมเวชศาสตร์สารเทศไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลทุกวันนี้นำระบบไอทีมาใช้วินิจฉัยโรคมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ผลเลือด การตรวจคลื่นหัวใจ แม้การผ่าตัดส่องกล้องผ่านแขนกล ทำให้การตรวจรักษามีรูปแบบที่เปลี่ยนไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น

 “แม้การแพทย์ไทยจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ประชากรมีอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่อุปกรณ์ก็คืออุปกรณ์ย่อมมาพร้อมความเสี่ยง ระบบไอทีโรงพยาบาลที่ใช้ก็มีปัญหาเรื่องไวรัสไม่ต่างจากระบบไอทีทั่วไป เนื่องจากเครื่องมือที่รับคำสั่งจากคอมพิวเตอร์ไม่มีแอนตี้ไวรัส” นพ.สุธี กล่าว

 สิ่งที่มาพร้อมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคือ ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน เพราะไทยยังไม่มีหลักสูตรการสอนในเรื่องไอทีแพทย์ ทำให้การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาต้องรอช่างมาซ่อมบำรุง ไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเอง

 เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน คนไข้ที่มาพบแพทย์ก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนเช่นกัน จากการสอบถามพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากค้นหาข้อมูลอาการป่วยจากอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดความคาดหวังสูงถึงบริการที่จะได้รับจากแพทย์ จะต้องเหมือนกับข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ ขณะเดียวกันกล้าที่จะคัดค้านวิธีรักษาของแพทย์ หรือฟ้องร้องเมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการ

กานต์ดา บุญเถื่อน