ไลฟ์สไตล์

"โทรออนไลน์"สบายกระเป๋า

"โทรออนไลน์"สบายกระเป๋า

27 ก.ย. 2552

ทันทีที่เดินเข้าสู่บริเวณคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) โทรศัพท์มือถือของ

“ดร.วชิรศักดิ์ วานิชชา” อาจารย์ประจำคณะ จะกลายร่างเป็นโทรศัพท์ประจำโต๊ะ ที่โทรออกได้ด้วยการกด 02 ตามด้วยหมายเลขอีก 7 ตัวได้เลย หรือจะกดเลข 4 หลักที่เป็นเบอร์ต่อภายใน เพื่อคุยธุระกับเจ้าหน้าที่ก็สามารถทำได้แบบไม่เสียค่าโทรศัพท์

 ทั้งนี้ เป็นเพราะการทดลองประยุกต์ใช้ "วอยซ์ โอเวอร์ ไอพี" (Voice over IP หรือวีโอไอพี) เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ายอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เหลืออยู่ของอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้ใช้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าโทรศัพท์ (ไม่เกี่ยวกันกับค่าอินเทอร์เน็ต)

 การทดลองดังกล่าว เริ่มจาก ดร.วชิรศักดิ์ ตระหนักถึงข้อจำกัดของโทรศัพท์ตั้งโต๊ะกรณีปลายสายไม่อยู่ที่โต๊ะ จึงตัดสินใจวางระบบเซิร์ฟเวอร์อินเทอร์เน็ตไว-ไฟ ที่มีอยู่ในคณะใหม่ โดยเชื่อมต่อหมายเลขภายในของคณะเข้ากับบริการวีโอไอพี

 บริการวีโอไอพีช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำแต่ละโต๊ะ สามารถสื่อสารกันผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี ผ่านการใช้หูฟังและไมโครโฟน หรือจะเชื่อมสายเข้ากับโทรศัพท์ของโต๊ะ หรือโทรศัพท์มือถือก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถรองรับวอยซ์เมล ระบบจะรับฝากข้อความแล้วส่งอีเมลไปเตือนเจ้าของเบอร์ ตลอดจนการสนทนาแบบวิดีโอคอลล์ หรือประชุมกันก็ทำได้

 "สำหรับผมเองเลือกที่จะเชื่อมต่อไปที่โทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการโทรเข้าเบอร์ภายในหรือเบอร์ 02 ระบบจะเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าผมจะโทรออก ก็สามารถเลือกได้เช่นกันว่า จะโทรแบบปกติหรือจะโทรผ่านวีโอไอพี“ ดร.วชิรศักดิ์ อธิบาย

 ความสนใจเป็นพิเศษทางด้านไอพี-เบส ซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะวีโอไอพี ทำให้ มจธ. เป็น 1 ใน 8 มหาวิทยาลัยที่สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (ทริดี้) ให้การสนับสนุนการทดลองและเกิดเป็น ห้องปฏิบัติการวิจัยวีโอไอพี จากก่อนหน้านี้ ทริดี้ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการวิจัยไปแล้วที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์วิจัยสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (ทริดี้) กล่าวว่า ปัจจุบัน วีโอไอพีถูกใช้งานแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารภายในองค์กร ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งต่อไปในอนาคตเมื่อเปลี่ยนโครงข่ายเป็นเอ็นจีเอ็น (Next Generation Network) ซึ่งเป็นโครงข่ายการสื่อสารยุคหน้า การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตจะยิ่งขยายมากขึ้น

 “สิ่งที่ตามมาคือ การพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการขยายตัว ถือเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น การมีห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเป็นของตนเอง จะทำให้เราสามารถก้าวเดินได้อย่างแข็งแกร่ง ลดพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าได้”

 ปัจจุบันอุปกรณ์และซอฟต์แวร์วีโอไอพี ต้องนำเข้าหรือเป็นแบรนด์ต่างประเทศ แต่หากผู้ประกอบการในไทยสร้างอุปกรณ์ได้เอง หรือพัฒนาซอฟต์แวร์จากโอเพ่นซอร์สใช้เอง จะทำให้ต้นทุนถูกลง และการใช้งานแพร่หลายขึ้น

 ดร.สุพจน์ อธิบายว่า การผลิตชุดอุปกรณ์ในระบบวีโอไอพี ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ มีขั้นตอนไม่มาก แต่ปัญหามาจาก "ความเข้ากันได้" ของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกันก็ต้องมีระบบผู้ให้บริการที่รองรับได้ จึงต้องมีการประเมินคุณภาพอุปกรณ์และระบบวีโอไอพี

 ห้องปฏิบัติการวิจัยวีโอไอพีจะทำหน้าที่ประเมินคุณภาพ โดยมีอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ เพื่อวิเคราะห์และทดสอบอุปกรณ์วีโอไอพี ทั้งที่ขายในท้องตลาดและแบบที่พัฒนาขึ้นเอง จากนั้นจะเปรียบเทียบคุณสมบัติ และกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์แต่ละประเภท

 “ปัจจุบัน มีเอกชนผู้ให้บริการวีโอไอพีในไทย 4 รายคือ ทีโอที แคทเทเลคอม ทรู และทีทีแอนด์ที แสดงความสนใจที่จะเข้ามาทดสอบคุณภาพในห้องปฏิบัติการแห่งนี้” ดร.สุพจน์ กล่าว

 ดังนั้น เพื่อกระตุ้นให้การใช้งานวีโอไอพีแพร่หลายมากขึ้น มจธ.ได้พัฒนาซอฟต์แวร์วีโอไอพีที่รองรับภาษาไทย เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีที่เว็บไซต์ของ มจธ. และกำลังพัฒนาต่อยอดให้สามารถติดตั้งได้ง่าย ถือเป็นการกระตุ้นและสร้างตลาดผู้ใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งกรณีของผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดไปพัฒนาต่อยอด เท่ากับเป็นการสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ

สาลินีย์ ทับพิลา