ไลฟ์สไตล์

ศธ.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาเกณฑ์แต่งตั้งบิ๊กสถานศึกษา

ศธ.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาเกณฑ์แต่งตั้งบิ๊กสถานศึกษา

30 ต.ค. 2560

“ธีระเกียรติ” มอบสำนักงาน ก.ค.ศ.ทำหนังสือถึงศาลปกครองอุบลฯขอแนวทางแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา ห่วงสะดุดทั้งหมด และมอบให้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาใช้หลักเกณฑ์

          เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 60 นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว 24/2560 เนื่องจากมีผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดอุบลราชธานี ยื่นฟ้องคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) อนุกรรมการ กศจ.อุบล, ผู้ตรวจ ศธ., ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)อุบลราชธานี และผู้เกี่ยวข้อง รวม 33 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

          และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร ได้รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันอาจจะเป็นความเท็จฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 จากกรณีการโยกย้ายและแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาประจำปี 2559 ตามมติกศจ. อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม จึงยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองอุบลราชธานี ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าว และก่อนหน้านี้ ก.ค.ศ. มีมติให้ชะลอการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ.เป็นการชั่วคราวแล้วนั้น  

        “ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวอาจจะเกิดผลกระทบในวงกว้างต่อการแต่งตั้ง โยกย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ดังนั้น จึงมอบหมายให้สำนักงานก.ค.ศ. ทำหนังสือ สอบถามไปยังศาลปกครองอุบลราชธานีว่า จะมีแนวทางให้ดำเนินการอย่างไร เนื่องจากกระทบต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯ เพื่อจะได้แจ้งให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดดังกล่าว และมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ขออุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์ฯ โดยชี้แจงเหตุผล และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายเพราะเท่าที่ทราบ ทางผู้ฟ้อง อ้างว่าหลักเกณฑ์ของก.ค.ศ. ไม่เป็นธรรม และเป็นการเลือกปฏิบัติ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

       ด้าน นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ที่ประชุมกังวลว่าคำสั่งดังกล่าวจะมีผลในวงกว้างต่อการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน  จึงให้สำนักงานก.ค.ศ. สอบถามไปยังศาลเพื่อไม่ให้กระบวนการแต่งตั้ง โยกย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนในกศจ. อื่น ๆ เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน  ซึ่งขณะนี้มี 19 กศจ. ที่ผ่านการพิจารณา อบรมและส่งไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว 18 กศจ. ผ่านการพิจารณาแต่ยังไม่ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ และอีก 40 กศจ. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

       “เท่าที่อ่านสำนวนพบว่าผู้ฟ้องร้องในเรื่องความไม่เป็นธรรม  ในหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ. ข้อที่ 10 และ 11 ซึ่งเป็นขั้นตอนการพิจารณาย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เช่น ให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ประเภทเดียวกัน ภายในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีขนาดสถานศึกษาเดียวกันพร้อมกันก่อน แต่ถ้ามีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ให้ย้ายไปสถานศึกษาที่ต่างประเภท หรือย้ายข้ามสถานศึกษาที่ เกินกว่า 1 ขนาด ภายในจังหวัดเดียวกันพร้อมกันก่อน เป็นต้น”เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว