ไลฟ์สไตล์

นายกฯเปิดเว็บไซต์ลงนามถวายพระพร

นายกฯเปิดเว็บไซต์ลงนามถวายพระพร

27 ก.ย. 2552

"ในหลวง" บรรทมได้มากขึ้น คณะแพทย์เผยผลตรวจทางโลหิตวิทยาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่ "วาเด็ง ปูเต๊ะ" พระสหายแห่งสายบุรี วัย 93 ปี ลงนามถวายพระพรให้หายจากพระอาการประชวร เผยสวดขอพรพระเจ้าให้พระองค์ทุกวัน

 เมื่อเวลา 18.25 น. วันที่ 26 กันยายน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 7 ความว่า วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่าไม่มีพระปรอท (ไข้) ผลการตรวจทางโลหิตวิทยาปรากฏว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทรงพระบรรทมได้มากขึ้น

  วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช นายวาเด็ง ปูเต๊ะ หรือ "เป๊าะเด็ง" อายุ 93 ปี หรือที่รู้จักในนาม "พระสหายแห่งสายบุรี" พระสหายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินทางโดยเครื่องบินจากบ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อมาลงนามถวายพระพร โดยนายวาเด็งได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นพระสหายเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โครงการพัฒนาพรุแค อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี พ.ศ.2530 ทรงเห็นว่า นายวาเด็งเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา จริงใจ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระสหายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พระสหายแห่งสายบุรีถวายพระพร

 นายอับดุลเลาะ อาแว หลานชายของนายวาเด็ง ซึ่งเดินทางมาด้วยกัน เพื่อทำหน้าที่ดูแลและแปลภาษา บอกว่า ออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09.00 น. เมื่อมาถึงสนามบินดอนเมืองก็เดินทางโดยรถยนต์มาที่ศาลาศิริราช 100 ปี วันนี้เป๊าะเด็งเลือกสวมชุดซาฟารีสีกรมท่า และติดเข็มตราสัญลักษณ์ครองราชย์ 60 ปี ที่อกเสื้อด้านขวา และใช้วิธีลงนามถวายพระพรด้วยการพิมพ์นิ้วโป้งมือข้างขวาลงบนสมุดลงนามถวายพระพร แล้วให้ตนเขียนชื่อวาเด็งกำกับอีกครั้ง เนื่องจากไม่สามารถเขียนภาษาไทยได้

 หลังจากนายวาเด็งแสดงความเคารพต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว พระสหายแห่งสายบุรีก็เผยความรู้สึกเป็นภาษายาวี โดยมีหลานชายเป็นคนแปลให้ ว่า ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรจากทางโทรทัศน์ รู้สึกตกใจมาก หลังจากทราบข่าวก็สวดดุอาร์ขอพรจากพระเจ้าหลังละหมาดทุกครั้ง เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหายจากพระอาการประชวร

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นำอะไรมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีโอกาสมาร่วมถวายพระพรหรือไม่ นายวาเด็ง ตอบว่า ตอนแรกตั้งใจจะนำทุเรียนและลองกองที่ปลูกไว้ในสวนอย่างละ 3 ต้น มาทูลเกล้าฯ ถวาย แต่เสียดายที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้ผลไม้ไม่ออกผลตามฤดูกาล

เผยอยากมาเข้าเฝ้าฯในหลวง

 "ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3-4 ปีแล้ว ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประชวร บอกไม่ถูกว่าเป็นห่วงอย่างไร แต่อยากมาเข้าเฝ้าฯ บ่อยขึ้น วันนี้ที่ได้มาลงนามถวายพระพรก็รู้สึกเหมือนได้พบพระพักตร์แล้ว คิดถึงและเป็นห่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก เมื่อรู้ว่าจะได้มากรุงเทพฯ เพื่อถวายพระพรรู้สึกตื่นเต้น นอนไม่หลับ" นายวาเด็ง กล่าว

 นายวาเด็งบอกด้วยว่า ตนและภรรยาก็มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคชราเช่นกัน จึงตั้งใจว่าจะพักอยู่กรุงเทพฯ ต่ออีก 1-2 วัน และหากเป็นไปได้อยากอยู่รอจนถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับ จากนั้นจึงค่อยเดินทางกลับบ้านที่ จ.ปัตตานี ส่วนที่ได้ฉายา "พระสหายแห่งสายบุรี" นั้น ส่วนตัวเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีใจและภาคภูมิใจที่สุดอย่างไม่มีอะไรจะเทียบได้

พสกนิกรถวายพระพรไม่ขาดสาย

 บรรยากาศการลงนามถวายพระพรของพสกนิกรชาวไทยภายในศาลาศิริราช 100 ปี ก่อนหน้านี้พบว่า ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาลงนามถวายพระพรเป็นจำนวนมาก โดยวันนี้มีบุคคลสำคัญในวงการต่างๆ ทยอยมาร่วมลงนามตั้งแต่เช้า อาทิ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำพานพุ่มดอกไม้สดมาทูลเกล้าฯ ถวาย คณะตัวแทนจากกองบัญชาการอากาศยานโยธิน กองทัพอากาศ นายอนันตศักดิ์ ชาญกล้า หรือ อนันตศักดิ์ รฟท. อดีตแชมเปี้ยนมวยไทย ปี 2506 ฉายา "ขุนเข่าม้าเหล็ก" ซึ่งเคยชกมวยหน้าที่นั่งเวทีมวยลุมพินีมาแล้ว เป็นผู้นำชมรมนักมวยแห่งประเทศไทยมาร่วมลงนามถวายพระพร

 เวลาต่อมา ม.ล.อนุพร เกษมสันต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเทศสหการระดับ 10 กองงานส่วนพระองค์ พร้อมครอบครัว และพระมหาสว่าง สุปภาโส วัดระฆังโฆสิตาราม ภาค 9 มาลงนามถวายพระพร โดยกล่าวว่า ได้สวดมนต์ภาวนาทุกวัน เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหายจากอาการพระประชวร เพราะพระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างล้นพ้น เช่นเดียวกับ นางสุภวรรณ สิงหวิลัย แม่เฒ่าวัย 73 ปี ชาวกรุงเทพฯ นั่งรถเข็นมาร่วมถวายพระพร กล่าวอธิษฐานด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า อยากให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว มีสุขภาพแข็งแรง รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้มาร่วมลงนามถวายพระพร ปกติตนจะมาเข้ารับการรักษา ทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลศิริราชประจำอยู่แล้ว

นายกฯเปิดเว็บไซต์ลงนามถวายพระพร

ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งผ่านทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ในนาม @PM_Abhisit เมื่อเวลาประมาณ 01.00น.ของวันที่ 27 ก.ย.ความว่า "ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ที่ http://king.ilovethailand.org  " ซึ่งพสกนิกรชาวไทยสามารถลงนามถวายพระพรได้อีกทางหนึ่ง

"สมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลาม"ร่วมใจ

 จากนั้น นายอรุณ วันแอเลาะ นายกสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการบริหารสมาคม 12 คน ร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ได้มีหนังสือเวียนไปยังหน่วยสอบและเขตการศึกษา 80 แห่งทั่วประเทศ ให้ร่วมกันขอพรจากพระเจ้าหลังละหมาดวันละ 5 ครั้ง ให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 ด้าน นางสุพัฒนา ขยายวงศ์ อายุ 69 ปี ซึ่งมาลงนามถวายพระพรทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวอยู่ เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยทุกครั้งที่มาจะขอพรสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระบรมราชชนก ให้ปกปักรักษาในหลวงให้มีพระพลานามัยแข็งแรงและหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังติดตามอ่านแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อทราบว่าพระอาการดีขึ้นก็รู้สึกดีใจ พร้อมกับฝากถึงคนไทยให้เลิกแบ่งสีและหันมาสามัคคีถวายแด่พระองค์ด้วย