ไลฟ์สไตล์

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

17 ต.ค. 2560

 365 วัน แห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย ช่างภาพเยาวชนจิตอาสาเด็กหลังเลนส์ถ่ายทอดเรื่องราว ทุกความประทับใจผ่านภาพถ่ายเพื่อน้อมรำลึกถึงพระหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน

      “พวกเราไม่อยากให้พระเมรุมาศสร้างเสร็จ เพราะแม้จะเป็นพระเมรุมาศที่งดงามมาก แต่นั่นหมายถึงพ่อหลวงของพวกเราได้จากพวกเราไปอยู่บนสวรรค์แล้วอย่างแท้จริง” 

     ความรู้สึกของ "เหม้ย" นภสร เศรษฐภักดี นักเรียนโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ และ "เป็ด" นิธิโชติ อิงค์สกุลสุข นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ ตัวแทนจากชมรมช่างภาพเยาวชนจิตอาสา ที่ได้มาร่วมถ่ายรูปพระเมรุมาศ และกิจกรรมต่างๆ บริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่วันแรกที่มีการเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มายังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จวบจนวันสุดท้าย

       365 วัน แห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย น้องๆ ช่างภาพเยาวชนจิตอาสา หรือที่ใครๆ เรียกว่า เด็กหลังเลนส์ ไม่เคยหยุดที่จะร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ ทุกความประทับใจผ่านภาพถ่ายเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

      เหม้ย เล่าว่า ช่างภาพเยาวชนจิตอาสา เป็นการรวมตัวของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหลายโรงเรียนที่สนใจร่วมบันทึกเหตุการณ์ ความรู้สึกของคนไทยถ่ายทอดผ่านภาพถ่าย เพราะเป็นสิ่งเดียวที่จะยังคงใช้เป็นหลักฐาน บอกเล่าความโศกเศร้าเสียใจของคนไทยทั้งประเทศ เก็บไว้เป็นความทรงจำที่จับต้องได้ อีกทั้งการได้เข้ามาเป็นช่างภาพเยาวชนจิตอาสาครั้งนี้ นอกจากได้ถ่ายภาพในงานพระราชพิธี พระเมรุมาศแล้ว ยังถ่ายภาพให้ประชาชนที่มาร่วมกราบพระบรมศพ แล้วต้องการรูปถ่าย พวกเราก็พร้อมถ่ายรูปและส่งภาพถ่ายเหล่านั้นไปให้ที่บ้านเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก บันทึกความทรงจำแก่ทุกคน

       “ชมรมช่างภาพเยาวชนจิตอาสา เริ่มจากชมรมเล็กๆ ในโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โดยมีคุณครูสุรกานต์ ดะห์ลัน ครูผู้จัดตั้งชมรมตั้งแต่ปี 2549 เริ่มจากการถ่ายภาพในโรงเรียน และผู้ใหญ่หลายคน หน่วยงาน กระทรวงต่างๆ เปิดโอกาสให้ได้มาถ่ายภาพพระราชพิธีนอกสถานที่ต่างๆ จนถึงงานพระเมรุมาศ และงานพระราชพิธีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นความประทับใจ และรู้สึกดีใจอย่างมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ใช้ความชอบการถ่ายภาพของเราถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น”เหม้ย กล่าว 

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

       “ภาพถ่าย” เป็นส่วนหนึ่งที่จะสะท้อน บันทึกเหตุการณ์ ความเป็นมา เรื่องราวสำคัญๆ ที่เกิดขึ้น เหม้ย เล่าต่อไปว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาถ่ายรูปพระเมรุมาศ เพราะมีความสวยงาม ยิ่งใหญ่ อยากเก็บภาพความประทับใจไว้ให้คนไทยทุกคนได้ดู และเป็นการเก็บบันทึกความทรงจำของตัวเอง แต่ยิ่งใกล้วันที่พระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ ไม่อยากให้สร้างเสร็จ เพราะนั่นหมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงจากพวกเราไปสู่สวรรคาลัยอย่างแท้จริงๆ อยากให้พระองค์ท่านอยู่กับพวกเราตลอดไป

       “ชมรมช่างภาพเยาวชนจิตอาสา ที่ตอนนี้มีนักเรียนหลายโรงเรียนรวมตัวกัน ได้น้อมนำพระราชดำรัสและหลักคำสอนของพระองค์ท่านในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เราสุขใจที่ได้เป็นผู้ให้ ใช้ชีวิตตามบทบาทหน้าที่ของพวกเรา การถ่ายภาพในครั้งนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดี และแสดงความอาลัยแก่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงดูแลประชาชนชาวไทยมาตลอด และรู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอด ได้เห็นความรักสามัคคี ความจงรักภักดีของชาวไทยทุกคนที่มีต่อพระองค์ พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักของปวงชนชาวไทย” เหม้ย กล่าว

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

       เป็ด เล่าว่า ได้เข้าร่วมชมรมประมาณ 4 เดือน เมื่อได้เข้ามาชมรม ได้เห็นพระเมรุมาศที่งดงาม ได้มาถ่ายรูปพระเมรุมาศช่วยเก็บความประทับใจเรื่องราวต่างๆ ได้เห็นผู้คนหลากหลายอารมณ์ ยิ่งช่วงใกล้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความรู้สึกของปวงชนชาวไทยยิ่งโศกเศร้า อาลัยอาวรณ์ แม้จะได้เห็นพระเมรุมาศที่งดงาม 

      "ภูมิใจที่ครั้งหนึ่งได้มาถ่ายภาพแก่ประชาชนคนไทยที่มากราบไหว้พระบรมศพ ช่วยเก็บความประทับใจ เรื่องราวต่างๆ เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระราชดำรัส คำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ เพียงเรามุ่งมั่นตั้งใจทำ และเมื่อทำดีแก่ตนเองแล้วก็เผื่อแผ่ความดีแก่ผู้อื่นได้” เป็ด กล่าว 

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

         ครูสุรกานต์ หรือพ่อของเด็กหลังเลนส์ 16 คน เล่าเสริมว่ากิจกรรมถ่ายภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเป็นการฝึกฝนทักษะในการถ่ายภาพ การสังเกต ให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณี รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ ที่ในอนาคตจะมีประโยชน์มากมาย โดยที่ผ่านมาเด็กๆ ได้รับโอกาสจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่างๆ ในการเข้าไปถ่ายรูปพระราชพิธี อาทิ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นต้น

365วันแห่งความอาลัยของพสกนิกรชาวไทย

        “การถ่ายภาพครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงฝีมือ ได้ถ่ายภาพในสิ่งที่ตนเองอยากถ่าย เพียงแต่ขอไม่ให้ถ่ายจุดเดียวกัน เพื่อให้ได้ภาพหลากหลายมุม จะได้นำมารวบรวมเป็นบันทึกเหตุการณ์ ร้อยเรื่องราวต่างๆ ด้วยภาพได้ จะมีการรวบรวมเพื่อนำเสนอไปยังกรมศิลปากร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ หรือเก็บในหอจดหมายเหตุ การเป็นช่างภาพเยาวชนจิตอาสา ไม่ใช่เพียงถ่ายภาพแล้วเก็บไว้ดูหรือบริการถ่ายภาพแก่ผู้คนที่มากราบไหว้พระบรมศพเท่านั้น แต่เป็นการฝึกฝน และปลูกฝังให้เด็กไทยได้เรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม เห็นถึงความจงรักภักดี และพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9” ครูสุรกานต์ กล่าว

        หลายคนมีมือถือ อุปกรณ์เทคโนโลยีมากมายเพื่อใช้ในการถ่ายรูป บันทึกภาพประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเลนส์ กล้องเล็กๆ บนมือถือ ครูสุรกานต์ ฝากทิ้งท้ายว่า พระราชพิธี พระเมรุมาศ มีความสวยงามและทุกคนอยากเก็บเรื่องราวเหล่านี้ ไว้ทั้งในความทรงจำและครั้งหนึ่งในชีวิต ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทยที่สถิตอยู่ในใจของคนไทยไปตลอดกาล

             0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0  [email protected]