
โรงเรียนครึกครื้น-ชุมชนคึกคักขานรับวัฒนธรรมประชาธิปไตย
การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนเกิดความแตกแยกในสังคมไทยปัจจุบัน เป็นปัญหาที่หลายฝ่ายมุ่งหาแนวทางเพื่อนำประเทศชาติอยู่รอด สร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงเห็นว่าการสร้าง วัฒนธรรมประชาธิปไตย
จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ โดยให้หน่วยงานรัฐเข้าไปสนับสนุนให้ชาวบ้านดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น และใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) นำโดย ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานกับชุมชนท้องถิ่น จึงรับแนวคิดดังกล่าวไปทำให้เกิดผลผ่าน ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน จัดเวทีประชาคม กิจกรรมต่างๆ สนับสนุนให้ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีสันติและยั่งยืนด้วยตนเอง มีความรัก ความผูกพันแน่นแฟ้นในวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่สำคัญเป็นเครื่องเตือนสติมิให้หลงระเริงไปกับสังคมวัตถุนิยม
โดยการน้อมนำ “หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10 ประการ” ซึ่งเป็นหลักธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 63 ปี คือการครองตน ครองคน ครองงาน และการอยู่ร่วมกันอย่างมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย มาผสมผสานให้ชาวบ้านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
1.ทำงานอย่างผู้รู้จริง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ 2.มีความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะ และความถูกต้อง 3. ความอ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่าย และประหยัด 4.มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก 5.รับฟังความเห็นของผู้อื่นและเคารพความคิดที่แตกต่าง 6.มีความตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร 7.มีความสุจริต และความกตัญญู 8.พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง 9.รักผู้อื่น และ 10.การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน
สุวรรณรัตน์ มนัสสนิท หรือ ครูต๋อย ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลท่าโสม กล่าวถึงข้อดีของการจัดเวทีประชาคมในครั้งนี้ว่า “เวทีประชาคมทำให้กลุ่มต่างๆ ในชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อย่างด้านของภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านรู้อะไร มีภูมิปัญญาด้านใดก็ได้มาเล่าเรื่อง สอนลูกหลาน ในทำนองเดียวกันคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนก็ได้รู้ได้เห็นว่าลูกหลานทำกิจกรรมอะไรที่เป็นประโยชน์ให้แก่ชุมชนบ้าง ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะต่างคนต่างทำ แต่เมื่อมีเวทีนี้ ทุกกลุ่มอาชีพทั้งตำบล 30 กว่ากลุ่ม เช่น แพทย์แผนไทย ประมง ทำสวนยาง สวนผลไม้ เลี้ยงหอย แปรรูปอาหาร ฯลฯ ทุกผู้นำ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. กำนัน วัฒนธรรมจังหวัด รวมแล้วกว่า 200 คน ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ต่อยอดซึ่งกันและกัน ทำให้ทุกชุมชนได้รู้ว่าเขาก็สามารถทำได้นะ โครงการนี้เสริมพลัง สร้างวิสัยทัศน์ให้ชาวบ้าน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและรักในถิ่นของตัวเอง"
จากการศึกษาหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาทใน 10 ข้อนี้ ครูต๋อย บอกว่า พวกเราก็ปฏิบัติอยู่ชัดเจน เช่น เรื่องการรู้จริงดำเนินงานโครงการสายใยชุมชน มีผลประจักษ์เป็นที่ยอมรับ เป็นต้นแบบแก่ชุมชนอื่น ได้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาแล้ว ความขยันหมั่นเพียร คนท่าโสมอย่างน้อยต้องมี 2 อาชีพขึ้นไป อย่างตนเองเป็นครู แล้วยังมีอาชีพเสริมทำสวนยาง เลี้ยงหอย การพึ่งตนเอง รู้จักประหยัด ปลูกพืชผักสวนครัวรับประทานเอง แลกเปลี่ยนกันในชุมชน
ครูสุวิมล เชื้อสาวะถี จากโรงเรียนบ้านสาวะถี ซึ่งทำงานด้านวัฒนธรรมร่วมกับวัดใน ต.สาวะถี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จะน้อมนำหลักธรรม 10 ประการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการเรียนการสอน เพราะจะได้เกี่ยวโยงกับตัวนักเรียนด้วย การปฏิบัติคือการปลูกฝังให้แก่นักเรียนโดยตรง เพราะถือว่าเป็นต้นกล้าชั้นดีในการปลูกฝัง เพื่อต่อไปในอนาคตจะได้ออกสู่สังคมได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ความเข้มแข็งของชุมชนเช่นนี้จึงเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งของสังคมไทย ดังที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กล่าวไว้ตอนหนึ่งในหนังสือ หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท ว่า พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “รู้ไหมบ้านเมืองอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะอะไร? เพราะคนไทยเรายังให้ กันอยู่” ทั้งนี้เพราะคนในครอบครัวยังรักและดูแลกัน คนในชุมชนยังเอื้อเฟื้อกัน ยากจะหาได้ที่ไหนในโลกนี้
0 ศูนย์ประชาสัมพันธ์วัฒนธรรม 0 รายงาน
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ



