ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์จี้ศธ.เร่งใช้งบซื้ออุปกรณ์ไอทีกระตุ้นศก.รอบ2

จุรินทร์จี้ศธ.เร่งใช้งบซื้ออุปกรณ์ไอทีกระตุ้นศก.รอบ2

24 ก.ย. 2552

"จุรินทร์" เร่งศธ.ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 เน้นโครงการจัดซื้อของสพฐ. ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ จานดาวเทียม ไปจนถึงการปรับปรุงอาคารเรียนกว่าหมื่นแห่ง

 ที่รร.ดิอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2552  นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมสัมมนาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา 185 เขตทั่วประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินงานตามโครงการไทยเข้มแข็ง(SP2) ว่า ได้เร่งรัดให้ใช้เงินในโครงการไทยเข้มแข็งในทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการสำคัญ เช่น โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 400,000 เครื่องให้แก่สถานศึกษาที่ขาดแคลนคอมพิวเตอร์ วงเงินรวม 3 ปี 1.6 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบประมาณของปี 2553 จำนวน 7,949 ล้านบาท และงบประมาณปี 2554-2555 ปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท

 ทั้งนี้  โครงการดังกล่าวต้องการที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนที่ยังขาดแคลนคอมพิวเตอร์ มีอัตราส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนสูงกว่า 1:40 ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 18,000 โรงเรียน  แต่สำหรับปีงบประมาณ 2553  ซึ่งมีงบประมาณ 7,949  ล้านบาทนั้น ก็จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ก่อนประมาณ 1.7 แสนเครื่อง ให้แก่โรงเรียน 8,852 แห่ง  เมื่อสิ้นสุดโครงการในปี 2555 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทุกแห่งจะมีสัดส่วนคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนเฉลี่ย 1:10

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า นอกจากจะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนเพิ่มแล้ว ศธ.จะใช้งบ SP2 วางเครือข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปยังโรงเรียนสังกัด สพฐ. 3,000 แห่ง  เชื่อมต่อไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยรัฐ และวิทยาลัยอาชีวศึกษารัฐทุกแห่ง รวมไปถึงให้เร่งรัดจัดซื้อจานดาวเทียมและอุปกรณ์รับสัญญาณตามโครงการต่อยอดโครงการจัดสอนทางไกลผ่านดาวเทียมโรงเรียนวังไกลกังวลด้วย โครงการนี้ใช้งบประมาณ 3 ปี ประมาณ 3.9 พันล้านบาท จัดซื้อจานดาวเทียม อุกกรณ์ต่อเนื่อง ให้แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.จำนวน 9,000 โรง ที่ผ่านการประเมินของสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยจะเริ่มดำเนินการระยะที่ 1 ภายในเดือน พ.ย.นี้ในโรงเรียน 4,000 โรง

 “โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์และโครงการต่อยอดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมจะกระจายงบไปให้โรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อเองโดยมีสเป็คส่วนกลางซึ่งผมได้ย้ำให้เร่งรัดดำเนินการจัดซื้อแต่ทุกอย่างจะต้องมีความโปร่งใส และขอให้ สพท.ทุกแห่งลงไปดูแลเป็นพิเศษ”นายจุรินทร์ กล่าว

 นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังเร่งรัดให้รีบทำโครงการโรงเรียนดี 3 ระดับด้วย ซึ่งใช้งบจาก SP2 จำนวน 11,516 ล้านบาท สำหรับพัฒนาโรงเรียนดีระดับประเทศ 500 แห่ง,โรงเรียนดีประจำอำเภอ 2,500  แห่ง  และโรงเรียนดีประจำตำบล 7,000 แห่ง  แต่เฉพาะปี 2553 จะได้งบก่อน 5,400 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาด้านวิชาการและพัฒนาปัจจัยพื้นฐานอาคารสถานที่ให้กับโรงเรียน สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ขึ้นในโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนโดยทั่ว ๆ ไปก็จะต้องเอาจริงจังกับนโยบาย 3D เพราะจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการประเมินผลงานรายปีของผู้บริหาร และเป็นเงื่อนไขในการประเมินโรงเรียนของ สมศ.

 ดร.สมเกียรติ  ชอบผล   รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์นั้น จะแบ่งเป็นการจัดซื้อ 4 ประเภท ได้แก่ 1.คอมพิวเตอร์สำหรับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีขนาด ห้องละ 10-30 เครื่องตามจำนวนนักเรียนในแต่ละโรงเรียน 2.คอมพิวเตอร์สำหรับห้องเรียน 3.คอมพิวเตอร์สำหรับห้องสมุด และ4.คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ซึ่งจะจัดซื้อเป็นเครื่องโน๊ตบุ๊ค สำหรับเข็นไปให้บริการตามห้องเรียนต่าง ๆ ซึ่งจะเหมาะสำหรับโรงเรียนที่ยังไม่มีห้องคอมพิวเตอร์หรือไม่สะดวกที่จะสร้างห้องคอมพิวเตอร์

 "สเปคกลางสำหรับคอมพิวเตอร์แต่ละแบบกำหนดออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยใช้กรรมการกำหนดสเป็คร่วม 30 คนจากคนใน สพฐ.เอง และตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เนคเทค ผู้อำนวยการโรงเรียน  และครู  อย่างไรก็ตาม  การจัดซื้ออยู่ระหว่างรองบประมาณแต่ตามแผน สำหรับปีงบประมาณ 2553 จะจัดซื้อให้เสร็จภายในเดือนธ.ค. 2552 เมื่อเริ่มปีการศึกษาใหม่ปี 2553 โรงเรียนในกลุ่มนี้จะมีคอมพิวเตอร์ใช้ตามสัดส่วนที่ตั้งเป้าไว้" รองเลขาธิการกพฐ. กล่าว