ไลฟ์สไตล์

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (17)

เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (17)

25 ก.ย. 2552

บทสรุป (1) ผมจบรายการการเดินทางเข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกของชีวิต ด้วยความรู้สึกประทับใจในหลายๆ เรื่องด้วยกัน แม้ว่าจะได้กล้วยไม้มาเพียงกอเดียวจากช่วงเวลากว่า 10 วันเต็มๆ

 ทันทีที่กลับถึงบ้านในกรุงเทพฯ ผมไม่ได้วางกล้วยไม้ทิ้งไว้เพียงข้างบันไดหรือประตูบ้านเช่นคนอีกประเภทหนึ่ง ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ที่จะบอกได้ว่ามันเป็นกล้วยไม้อะไรหรือมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร แต่อย่างน้อยก็มีโอกาสพบกับสภาพที่เป็นจริงอย่างหนึ่งว่า มีทรงต้นค่อนข้างยาวมีช่วงระหว่างใบต่อใบห่าง การเจริญยืดขึ้นไปบนยอดและมีการแตกแขนงแยกออกไปจากต้นใหญ่ กับภาพที่พบเห็นในขณะที่อยู่กับพุ่มไม้ตามธรรมชาติ ดังนั้น โดยสัญชาตญาณเมื่อนำมาปลูกในบ้านจึงใช้วิธีเลียนแบบภาพซึ่งได้พบเห็นมาแล้ว!

 ที่หน้าเรือนไม้ชั้นเดียวซึ่งเป็นที่พักอาศัยภายในบ้านขณะนั้น มีศาลาไม้สี่เหลี่ยมกว้างข้างละประมาณ 5 เมตร อยู่หลังหนึ่ง ด้านทิศตะวันตกของศาลาหลังนี้ติดกับลานคอนกรีตซึ่งใช้เป็นที่จอดรถภายในบ้าน และด้านนี้เองที่มีการปลูกต้นเล็บมือนางซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่มีดอกสวยงามเอาไว้ใช้บังแดดในช่วงบ่าย ผมนำเอากล้วยไม้ที่เก็บได้จากป่ามาปลูกไว้รวมกับเถาต้นเล็บมือนาง เพื่อหวังว่ามันจะไต่ขึ้นไปตามพุ่มไม้ และก็พบว่าเป็นจริง โดยที่หลังจากช่วงเวลาผ่านพ้นมาเพียงปีกว่าๆ มันก็แตกแขนงขึ้นไปถึงหลังคาศาลา ร่วมกับแขนงของต้นเล็บมือนางซึ่งปกคลุมหนาทึบมากขึ้น จนบางครั้งก็ต้องเล็มออกไปบ้าง

 ต่อมาภายหลังจึงทราบชื่อว่ากล้วยไม้ที่เก็บมาครั้งนั้นก็คือ เสือโคร่ง และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichoglottis fasciata ส่วนเอื้องกุหลาบนางรองซึ่งมีบางคนกล่าวถึงตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ภายหลังเมื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติมทำให้คาดว่าอาจจะเป็น เอื้องกุหลาบแดง ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aerides crassifolia ซึ่งพบอยู่ในบริเวณป่าโปร่งของภาคอีสาน ไปจนถึงภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือไม่ก็เป็น เอื้องลิ้นกระบือ ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vandopsis parishii

 ความจริงแล้ว ทั้งสองชนิดที่กล่าวถึงนี้ ก็มีปลูกอยู่แล้วในกระเช้าไม้สักแขวนทิ้งไว้ในบ้านมาก่อนเช่นกัน!

"ระพี สาคริก"