
แนะสูงวัย ฝึกใจให้เก๋า หุ่นฟิตแน่น ช่วยพิชิตโรค
สถาบันคิดใหม่ เสนอแนวทางก้าวสู่สูงวัยคุณภาพ ชี้ปรับทัศนคติออกกำลังกาย ใช้วิถีพุทธ สวดมนต์ เดินจงกรมบริหารจิต สร้างแรงบันดาลใจ รู้คุณค่าของตนเอง พร้อมใช้ชีวิต
ตั้งแต่ปี 2548 ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีบุคคลที่มีอายุ 60ปีขึ้นไปอยู่ประมาณ 10% จากประชากรทั้งประเทศ สถานการณ์นี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการลดการเจริญพันธุ์อย่างรวดเร็ว รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ครองตนเป็นโสดหรืออยู่คนเดียวมากขึ้น การมีจำนวนบุตรที่น้อยลง รวมถึงการลดลงของระดับการตายของประชากร ทำให้สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยวัยสูงอายุมีแนวโน้มเกิดความถดถอยของสมรรถภาพทางกายภาพง่ายกว่าในวัยอื่นๆ สถาบันคิดใหม่ กรุงเทพฯ ร่วมกับสมาคมบ้านปันรัก และซีเนียร์ฟิตเนส จัดเสวนา "สูงวัย ใจเก๋า หุ่นฟิต พิชิตโรค" โดยมี นายสุเชาว์ พงษ์วิไล ดารานักแสดงอาวุโส ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย กล่าวว่าตนเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังตอนอายุ 58 ปี ซึ่งตอนนั้นลูกเห็นว่าว่างจึงพาไปฟิตเนส ก็ทำให้เจอผู้สูงวัยด้วยกันเลยไปเป็นประจำ และการออกกำลังกายมีหลายๆ แบบในฟิตเนสหลายๆ ทำให้ร่างกายดีขึ้นมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ที่มีประโยชน์ ช่วยหุ้มกระดูก ลดอาการปวดหลัง ปวดเข่า ช่วยให้ขาแข็งแรงมากขึ้น ใช้ชีวิตได้ดียื่งขึ้น
"ตอนนี้หันมาปั่นจักรยานร่วมด้วย ซึ่งนอกจากทำให้เดินทางได้สะดวกและรวดเร็วกว่ารถยนต์ ยังเป็นการออกกำลังกาย และการฝึกสมาธิ เพราะถ้าเราไม่มีสมาธิก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้น เราต้องหมั่นบริหารจิต ควบคุมสภาพจิตใจของตนเองไม่ว่าจะพบเจอสถานการณ์ใด" นายสุเชาว์ กล่าว
นายรอง เค้ามูลคดี ดารานักแสดงอาวุโส ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพ กล่าวว่าตนได้วางแผนเยอะกับผู้อื่น เนื่องจากต้องดูแลผู้อื่นร่วมด้วย มองว่าทำอย่างไรให้ตัวเองแข็งแรงเข้าไว้ ซึ่งมนุษย์เราทุกคนมีธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ แต่ทุกวันนี้ดินหายไป หลายคนไม่ได้สัมผัสผืนดิน เพราะทุกคนลงจากรถก็ไปที่ทำงาน และจากที่ทำงานก็กลับบ้าน ไม่เคยได้สัมผัสดิน ตนเคยไปถ่ายละครที่สุพรรณ เจอผู้สูงอายุแบกกระสอบ จึงได้เข้าไปสอบถามว่า ทำไมถึงแข็งแรง เขาก็บอกว่าเขาดูแลตัวเอง ไม่เคยใส่รองเท้า เดินกับดินตลอด ทุกคนมีประจุไฟฟ้าในร่างกาย ถ้าเราไม่ได้ถ่ายทอดลงดินก็จะทำให้ร่างกายไม่สมดุล อาจทำให้ร่างกายล้ม จึงได้ทดลองเดินกับดิน โดยทุกวันตื่นตี 5 เพื่อเดินเท้าเปล่า แกว่งแขนต่ำสุด ครั้งละ 500 ออกเดินไปในหมู่บ้าน เพียงประมาณ 1 ชั่วโมงก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้
"ทุกวันนี้ที่คุณปทุม ภรรยาผมยังมีชีวิตอยู่ ยาเป็นส่วนหนึ่ง การรักษาดูแลของหมอของพยาบาล แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับคือความรักของคนในครอบครัว การได้รับพลังบวกทุกวันทำให้เขาดีขึ้น พลังแห่งความรักของคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก"นายรอง กล่าว
นอกจากนั้น ทุกคนควรบริหารจิต ซึ่งใครๆ ก็ล้วนมีอารมณ์ อย่าง เมื่อก่อนเป็นคนเครียดง่าย วีนเหวี่ยงเป็นประจำ แต่เมื่อวันหนึ่งรู้ว่าต่อให้วีนเหวี่ยงไป ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน ต้องมาตั้งหลักที่ตัวเอง โดยส่วนตัวใช้วิธีการสวดมนต์ มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจของเรา รวมถึงการเลิกดื่มแอลกอฮอล์ เราทำได้หากเริ่มมองว่าทำอย่างไรให้คุณภาพกาย จิตดีขึ้น ซึ่งหลังจากเลิกดื่ม ทำให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น อยากฝากให้ทุกคนออกกำลังกาย และบริหารจิตโดยการสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน เอาบทที่เราจำได้ จะทำให้หลับสบาย เป็นการดูแลทั้งใจและกาย
นายธนวัตน์ สุวรรณ์ภูมิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้บริหารSenior Fitness กล่าวว่า การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย คือต้องหมั่นรักษาความฟิตอยู่เสมอ โดยต้องเปลี่ยนตัวเอง ให้เวลาตัวเอง ดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเอง คือการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน อย่าง การลุกเดิน นั่ง ถ้าเมื่อก่อนเราทำครั้งเดียวให้เปลี่ยนมาทำหลายๆ ครั้ง และทำให้ถูกต้องเหมาะสมก็จะกลายเป็นท่าสควอท ดังนั้น การออกกำลังกายผู้สูงอายุ ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติเดิมว่าการออกกำลังกายทำได้เฉพาะในวัยหนุ่มสาว และการไม่ออกกำลังกาย คือการถนอมร่างกาย มาเป็นผู้สูงอายุออกกำลังกายได้ โดยปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน เคลื่อนไหวร่างกายให้ถูกต้อง และมองว่าทำได้ เพียงเปิดใจยอมรับการออกกำลังกายที่เหมาะสม
ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา นักออกแบบนวัตกรรมแห่งวิถีชีวิต ผู้อำนวยการสถาบันคิดใหม่และนักวิชาการด้านสังคมผู้สูงอายุ กล่าวว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมผู้สูงวัย แต่จะเป็นโดยสมบูรณ์คือในปี 2564 ซึ่งไม่น่ากลัวแต่ถ้าเราเข้าสู่ผู้สูงอายุอย่างยิ่งยวด และสภาวะของไทยถือว่าก้าวกระโดด สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือทำอย่างไรให้วัย 60 เป็นวัยเอ็กทีฟ ซึ่งคนวัยนี้เป็นปูชนียบุคคล เป็นพลัง ที่ทุกคนต้องรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ไว้เป็นมรดกของคนรุ่นใหม่ เพราะถ้าไม่ทำตรงนี้ อาจจะไม่เป็นการสืบทอด ถ่ายทอดทางวัฒนธรรม เป็นรากฐานของทุกคน เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง
"ยุคนี้ทุกคนเร่งรีบในการทำงานหากิน ทำให้การออกกำลังกายและกำลังจิตไปพร้อมกันอาจไม่พร้อมหรือไม่มีเวลา ซึ่งการบริหารจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ วิธีแห่งพุทธะนั้น เป็นสิ่งที่วิเศษสุด อย่าง การสวดมนต์ ถ้าสวดออกเสียงเป็นการฝึกสมอง และฝึกจิตไปในตัว รวมถึงการเดินจงกรม ที่มีประโยชน์ 5 ข้อด้วยกัน คือ 1. ทำให้สามารถเดินทางไกลได้ เดินไปหาความรู้ เดินเที่ยว 2.มีความอดทนในความขยันหมั่นเพียร 3.เป็นผู้ที่ป่วยเล็กน้อย 4.อาหารจะย่อยง่าย และ5.สมาธิจะตั้งมั่นได้นาน ซึ่งการที่มีสมาธิดี ทำให้มีกำลังจิตดี อีกทั้ง อาหารการกินก็เป็นส่วนสำคัญ เพราะกินอย่างไรร่างกายก็เป็นอย่างนั้น ที่สำคัญ ผู้สูงอายุควรตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตนเอง และมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต" ผศ.ดร.วีรณัฐ กล่าว



