
50 Top Influencers สู่ผู้ใช้น้ำประปา
กปน. ส่งต่อความมั่นใจ จาก Top Influencers สู่ผู้ใช้น้ำประปา
กว่า 2.3 ล้านราย หรือกว่า 12 ล้านคน คือ จำนวนผู้ใช้น้ำที่การประปานครหลวง (กปน.) ให้บริการในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งมีทั้งผู้ใช้น้ำที่มั่นใจและยังสงสัยในคุณภาพน้ำประปาจากข่าวลือที่ถูกส่งต่อกันเป็นระยะ กปน. จึงส่งต่อความมั่นใจในงานบริการและคุณภาพน้ำประปา ด้วยกิจกรรม “50 Top Influencers ตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพน้ำประปา ฉลอง 50 ปีทอง กปน.” โดยได้เชิญกลุ่มผู้แทนที่เป็นผู้นำทางความคิดและผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 50 ท่าน ร่วมรับฟังเกี่ยวกับการดำเนินงานของ กปน. และเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้น้ำและคุณภาพน้ำประปา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตน้ำและส่งน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ กปน.
บริการเพื่อประชาชน : ภาครัฐ เอกชน จนถึงเกษตรกร
นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ กล่าวว่า พื้นที่เขตหลักสี่มีประชากรกว่า 150,000 คน รวมทั้งหน่วยงานราชการกว่า 44 หน่วยงาน แม้จะมีอาคารสูงและชุมชนเพิ่มขึ้น แต่ทุกพื้นที่ได้ใช้น้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง ขอชื่นชม กปน. ที่ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น และขอฝากให้ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยเชื่อมั่นว่าน้ำประปาดื่มได้
ด้าน นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดนนทบุรีได้รับความร่วมมือที่ดีจาก กปน. มาตลอด ทั้งด้านการบริการประชาชน และช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐเพื่อบรรเทาสาธารณภัย ที่สำคัญคือ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ได้รับประโยชน์จากน้ำประปามาก เพราะในช่วงหน้าแล้ง จะมีน้ำทะเลหนุนจนไม่สามารถใช้น้ำคลองทำการ เกษตรได้ ก็ได้น้ำประปาที่ให้บริการทั่วถึงทุกบ้านเรือน พูดได้ว่าถ้าไม่มีน้ำประปา ก็อาจไม่มีทุเรียนนนท์
คุณภาพพิสูจน์ได้ : น้ำประปาหุงข้าวได้ คลอรีนไม่ใช่ผู้ร้าย
จากกรณีที่มีการส่งต่อข่าวลือว่าน้ำประปาหุงข้าวทำให้เป็นมะเร็ง นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม อธิบายว่า สถาบันอาหารซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบคุณภาพอาหาร ได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง จากการทดลองตรวจวัดค่าสารไตรฮาโลมีเทนในข้าว ที่หุงด้วยน้ำประปาทั้งในน้ำซาวข้าวและในข้าวสุก ผลปรากฏว่าปริมาณสารไตรฮาโลมีเทนมีน้อยกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลก ประชาชนจึงเชื่อมั่นได้ และไม่ควรแชร์ข่าวที่ไม่จริง
นางนิสภัสร์ วงศ์พัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายคุณภาพน้ำ กปน. ยืนยันว่า เรื่องน้ำประปาดื่มได้ ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ แต่มีการตรวจสอบที่มั่นใจได้ ซึ่งมาตรฐานของ กปน. อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ด้วยซ้ำ เช่น การควบคุมความขุ่นในน้ำประปา WHO ควบคุมที่ระดับ 4 NTU ซึ่งเป็นระดับที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่สำหรับ กปน. อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 NTU ส่วนประเด็นเรื่องคลอรีนที่มักถูกมองเป็นผู้ร้ายนั้น จริงๆ คลอรีนเปรียบเสมือนเสื้อเกราะที่ป้องกันน้ำประปาจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก เพื่อไม่ให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนไป เป็นสิ่งการันตีถึงความสะอาดของน้ำประปาที่ส่งไปยังผู้ใช้น้ำทุกคน นอกจากนี้ กปน. ยังมีโครงการ “ปฏิบัติการนักวิทย์ชุดขาว” ลงพื้นที่ให้บริการตรวจคุณภาพน้ำพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลถังพักน้ำภายในบ้านเรือนหรือสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ประชาชนด้วย
ยุทธศาสตร์สื่อสาร : มุ่งข้อเท็จจริง เข้าหาประชาชน
นายดำรง พุฒตาล สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวว่า รู้สึกมั่นใจที่กลุ่มนักวิทย์ชุดขาวได้ตอบข้อข้องใจในเรื่องคุณภาพน้ำได้อย่างชัดเจน และอยากให้ กปน. สื่อสารเรื่องคุณภาพน้ำทางสื่อต่างๆ อย่างทั่วถึง จะเห็นว่าในต่างประเทศ ประชาชนรับรู้ว่าน้ำที่มีกลิ่นคลอรีน คือ น้ำสะอาด แต่ในประเทศไทยกลับไม่ชอบกลิ่นนี้ และประเด็นการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า หลายประเทศจะเก็บค่าน้ำรวมกับค่าบำบัดน้ำเสียไปเลย ทำให้ประชาชนไม่ใช้น้ำฟุ่มเฟือย ซึ่งตนเองในฐานะสื่อมวลชน เห็นว่าเป็นงานหนักของ กปน. ที่ต้องหายุทธศาสตร์การรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนเข้าใจเรื่องคุณภาพน้ำและการประหยัดน้ำ
ขณะที่ นายบุญมา ศรีหมาด นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่รบกันโดยใช้สื่อ ทุกคนสามารถเป็นนักรบหรือนักข่าวได้หมด จึงเป็นโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง อาทิ เรื่องน้ำประปาดื่มได้ หรือน้ำประปาหุงข้าวได้ ไม่มีสารก่อมะเร็ง ต้องทำสงครามสื่อ แต่เป็นสงครามในเชิงบวก ด้วยการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน เหมือนเครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) ของกรมประชาสัมพันธ์ โดยดึงบุคคลที่เป็นผู้นำชุมชนมาตั้งเป็นไลน์กลุ่ม เมื่อมีข้อมูลอะไรดีๆ หรือชี้แจงข้อเท็จจริงก็ส่งให้กับเครือข่าย ทำให้ประชาชนรับรู้ความจริง มีหลักฐานยืนยัน และสร้างความมั่นใจใน กปน. ยิ่งขึ้น
นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กปน. กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ร่วมงานเสวนาและ 50 Top Influencers จากหน่วยงานต่างๆ ทุกท่าน ที่มาเล่าประสบการณ์การใช้น้ำประปาพร้อมทั้งแนะนำการพัฒนางาน และหวังว่าการเปิดบ้าน กปน. จะเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินงานของ กปน. โดยเฉพาะคุณภาพน้ำประปา เพื่อจะได้ส่งต่อความจริงสู่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่บริการและประชาชนทั่วไปได้อย่างถูกต้อง



