
กปน.'ทำดีเพื่อพ่อ ต่อท่อบ้านปะการัง'
กปน. ทำปะการังเทียมอนุรักษ์ทะเลไทย ด้วยโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ ต่อท่อบ้านปะการัง”
ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่สำคัญต่อระบบนิเวศในท้องทะเล เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นที่มาปะทะตามชายฝั่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ทำให้ปะการังเสื่อมโทรมและลดจำนวนลง ส่งผลต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก การประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งเป็นองค์กรที่บริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการใส่ใจดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) จึงได้จัดโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ ต่อท่อบ้านปะการัง” โดยการนำท่อประปาและหัวดับเพลิงที่หมดอายุใช้งานมาทำเป็นปะการังเทียม ณ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และฟื้นฟูแนวปะการังให้สมบูรณ์
โครงการนี้เกิดขึ้นได้เพราะการร่วมแรงร่วมใจของจิตอาสา กปน. ทุกคน โดย “พี่หนึ่ง” ชัยศรี นาคละมัย หนึ่งในจิตอาสาของเรา เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการว่า “ที่ผ่านมา CSR ของ กปน. จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการดูแลต้นน้ำ พอ “พี่ต่าย” นาฏยา มหาโพธิ์ เสนอให้ไปทำปะการังเทียมดูบ้าง ทุกคนก็สนใจ เพราะเป็นการดูแลท้ายน้ำด้วย เนื่องจากสุดท้ายน้ำที่ถูกใช้จะไหลไปสู่แม่น้ำ และลงสู่ทะเล อีกทั้งตอนนี้คณะทำงาน CSR ของ กปน. เน้นการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบ CSR in Process เราจึงคิดว่าน่าจะนำวัสดุเหลือใช้ที่มักถูกจำหน่ายไปเป็นเศษเหล็กไร้มูลค่า มาทำให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น แทนที่จะเอาท่อประปาและหัวดับเพลิงไปขายเป็นเศษเหล็ก ก็นำมาทำเป็นปะการังเทียมแทน”
หลังจากกำหนดโครงการได้แล้ว ทางทีมงานก็ติดต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ จนสุดท้ายได้มาเจอกับมูลนิธิ กิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จัดการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและการอนุรักษ์ทางทะเล รวมถึงการปลูกปะการังให้กับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ โดย อาจารย์ประสาน แสงไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ผู้ทำงานด้านอนุรักษ์ปะการังในทะเลไทยมากว่า 30 ปี ช่วยให้ความรู้และคำแนะนำ พร้อมอำนวยความสะดวกในการทำปะการังเทียมให้กับเรา “พี่ป่อง” วัฒน หมอใจบุญ เล่าว่า “อาจารย์เป็นผู้ที่ปลูกปะการังด้วย ท่อพีวีซีสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยเลือกปลูกปะการังเขากวาง เพราะโตง่ายและโตเร็ว อีกทั้งยังสวยด้วย ทางมูลนิธิฯ จะปลูกปะการังจริง ส่วนเราเอาท่อไปทำปะการังเทียม ซึ่งท่อประปาไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล ต่างจากรถยนต์ที่ต้องเอาเครื่องยนต์ออกก่อนนำมาทำปะการังเทียมได้ ดังนั้น จึงนำท่อลงสู่ทะเลได้เลย อาจารย์ก็โอเค จะได้มีทั้งปะการังจริงและเทียม ทำให้สัตว์น้ำมีที่อยู่อาศัย มีแหล่งเพาะพันธุ์ ส่งผลให้ระบบนิเวศดีขึ้น”
วันที่เลือกไปเป็นวันที่น้ำนิ่ง เหมาะแก่การนำปะการังลงทะเล และแม้จะทุลักทุเลไปบ้าง แต่ทุกคนก็พร้อมใจทำกันอย่างเต็มที่ พี่ต่ายเจ้าของไอเดียเล่าถึงตอนลงไปกลางทะเลว่า “เราลงไปตรงหาดระหว่างรอยต่อของน้ำลึกกับน้ำตื้น ใกล้กับวิหารหลวงพ่อดำ เพราะตรงนั้นมีปะการังที่ปลูกไว้อยู่แล้ว ถ้าเราเอาปะการังเทียมลงตรงนี้ ก็น่าจะช่วยเพิ่มจำนวนปะการังให้มากขึ้นได้ ซึ่งเราก็ช่วยกันลำเลียง ท่อประปาและหัวดับเพลิงลงเรือ เพื่อขนส่งไปบนโป๊ะกลางทะเล จากนั้นประกอบเป็นรูปทรงที่ได้ออกแบบไว้บนโป๊ะ เพราะถ้าประกอบไปก่อนมันจะหนักมาก ยกไม่ไหว จึงต้องแยกมาทีละส่วนแล้วค่อยมาประกอบทีหลัง ซึ่งใช้เวลาพอสมควร ตอนแรก ๆ ต่อแล้วไม่ได้รูปทรงที่ต้องการ ก็ต้องรื้อทำใหม่ บางคนไม่เคยทำก็ต้องเรียนรู้กันไป แต่บรรยากาศก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน เสร็จแล้วหย่อนลงทะเล โดยมีทีมดำน้ำช่วยจัดตำแหน่งอยู่ใต้น้ำ”
พี่หนึ่งเสริมว่า “ทีมประดาน้ำเป็นเจ้าหน้าที่ของทางมูลนิธิฯ 2 คน และเผอิญว่า “พี่ฟิก” มนตรี มัสกุล จิตอาสาของเรามีทักษะในการดำน้ำพอดี เลยอาสาลงไปด้วย 3 คนนี้จึงเป็นตัวหลักที่ช่วยจัดปะการังเทียมให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ เพราะตอนที่หย่อนลงไป มันพลิกไปคนละด้าน ก็ต้องพลิกกลับมา ซึ่งต้องลงไปลึกถึง 10 เมตร และเมื่อถามถึงเวลาในการดำน้ำ ปกติจะดำได้ต่อเนื่องชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง ซึ่งครั้งนี้ต้องอยู่จนถึงลิมิต คือ ประมาณชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว”
และในช่วงที่ทีมประดาน้ำกำลังง่วนอยู่ใต้น้ำนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา คนที่รออยู่บนโป๊ะก็มาปลูกปะการังจริงกับทางมูลนิธิฯ ด้วย “พี่อั้ม” ปรารถนา ชาญไชยศรี บอกว่า “มูลนิธิฯ จะเพาะปะการัง เหมือนอนุบาลปะการัง โดยนำกิ่งปะการังจริงมายึดกับท่อพีวีซีที่ทำเป็นโครงไว้ เสร็จแล้วหย่อนลงไปในทะเล พอโตเต็มที่ ก็นำออกมาจากโครง แล้วไปไว้ตามแนวปะการัง ส่วนโครงพีวีซีก็นำมาเพาะปะการังใหม่ หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ช่วยให้ปะการังขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น”
ตั้งแต่ขนของลงเรือประมาณ 8 โมงเช้า ไปประกอบบนโป๊ะ จัดวางใต้น้ำ รวมถึงปลูกปะการังจริง กว่าจะกลับขึ้นมาก็ประมาณเที่ยงครึ่ง เป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมงที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจจนประสบความสำเร็จ ซึ่งแต่ละคนก็รู้สึกประทับใจกับทั้งทีมงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดย “พี่อ้ำ” ภีสเดช ไตรเดช กล่าวถึงความรู้สึกจากการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “ทุกคนช่วยสนับสนุนและตั้งใจทำอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวไม่ได้คิดว่าโครงการนี้จะยิ่งใหญ่อะไร แต่ส่งผลให้เรารักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งถ้าคนอื่นได้มาทำเหมือนกัน ผมคิดว่าเขาจะต้องรักทะเลและรักธรรมชาติมากขึ้นเช่นกัน”
แม้การทำปะการังเทียมและการปลูกปะการังจะไม่เห็นผลในทันที อาจต้องรอไปเป็นสิบปีกว่าธรรมชาติจะได้รับการฟื้นฟู แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะอย่างน้อยได้กระตุ้นให้เราตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ ต่อท่อบ้านปะการัง” เป็นอีกหนึ่งโครงการของ กปน. ที่แสดงให้เห็นว่าเราดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่ใช่แค่ส่งน้ำประปาถึงมือประชาชนเท่านั้น แต่ดูแลถึงท้องทะเลด้วย ซึ่งแน่นอนว่า กปน. ยังคงสร้างสรรค์โครงการดีๆ เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาสังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป



