ไลฟ์สไตล์

คุมเข้มซื้อเครื่องมือแพทย์วิทยาสั่งอภ.เสนอราคาแข่งเอกชน

คุมเข้มซื้อเครื่องมือแพทย์วิทยาสั่งอภ.เสนอราคาแข่งเอกชน

24 ก.ย. 2552

“วิทยา”สั่งอภ.ร่วมเสนอราคาครุภัณฑ์-เครื่องมือแพทย์ 48 รายการให้ รพ.สต.ทั่วประเทศจัดซื้อตามงบไทยเข้มแข็งแข่งกับเอกชน หวังเป็นราคากลาง ระบุไม่จำเป็นต้องซื้อจาก อภ.หากบริษัทอื่นเสนอดีกว่า ส่วนเครื่องช่วยหายใจหากพบล็อกสเปกพร้อมแก้

 จากกรณีที่มีการร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ ในงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง โดยระบุว่าอาจมีการล็อกสเปกหรือล็อกครุภัณฑ์ที่จะให้ซื้อเนื่องจากมีการกำหนดครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ที่จะสามารถซื้อได้เพียงแค่ 20 รายการเท่านั้น ทำให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งจัดซื้อไม่ตรงตามความจำเป็นและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

 นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้ให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัด สธ.เชิญตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยที่จะได้รับการยกระดับเป็นรพ.สต.มาประชุมเพื่อกำหนดรายการครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ที่ รพ.สต.ควรจะจัดซื้อเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดเพียง 20 รายการ โดยเพิ่มเป็น 48 รายการ เพื่อให้ รพ.สต.มีทางเลือกในการจัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ที่มีความเหมาะสมตามความต้องการ ภายใต้งบที่จะได้รับจัดสรรแห่งละ 8.5 แสนบาท

 นายวิทยากล่าวอีกว่า ได้ให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เข้าร่วมเสนอราคาจัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ทั้ง 48 รายการ แข่งขันกับบริษัทเอกชนโดยได้ให้เริ่มจัดทำใบเสนอราคาแล้ว ซึ่งหวังว่าราคาที่ อภ.จะเสนอให้แก่ รพ.สต.จะเป็นเหมือนราคากลางนำไปเปรียบเทียบกับราคาที่บริษัทต่างๆ จะเสนอ อย่างไรก็ตาม รพ.สต. แต่ละแห่งจะซื้อจาก อภ.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลแต่ละแห่ง หากเห็นว่าบริษัทอื่นเสนอราคาถูกและคุณภาพดีกว่าที่ อภ.เสนอก็จัดซื้อผ่านบริษัทเอกชนได้

 “ก่อนหน้านี้ที่ สธ.ต้องกำหนดรายการครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ที่ รพ.สต.จะจัดซื้อไป 20 รายการ เพราะการเสนอของบจากสำนักงบประมาณ ต้องระบุรายละเอียดสิ่งที่จะจัดซื้อ แต่เวลาสำรวจสั้น จึงเสนอของบไปแบบรวมๆ หลังจากวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเรียกนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศมาประชุมทำความเข้าใจ ส่วนการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจที่รัฐบาลอนุมัติงบกลางให้โรงพยาบาลจัดซื้อได้กระจายเงินไปยังจังหวัดต่างๆ หากตรวจสอบพบว่าเป็นการล็อกสเปกเอื้อให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง จะต้องแก้ไข” นายวิทยากล่าว