
สธ.เผยยอดผู้เสียชีวิตหวัด2009รอบสัปดาห์เพิ่ม7ราย
สธ.เผยยอดผู้เสียชีวิตหวัด 2009 รอบสัปดาห์นี้ 7 ราย หวั่น กทม.ระบาดซ้ำ เหตุชาชินกับการแพร่ระบาดของโรค พร้อมเร่งเดินหน้ารณรงค์ป้องกันเข้มข้นปลายปี โดยเฉพาะเหนือ-อีสาน เพราะเป็นพื้นทีหนาวจัด พร้อมยันผลแล็บตัวเชื้อหวัด 2009 ในไทยเหมือนสหรัฐฯ ตรงกับวัคซีนเชื้
ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กทม. – นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายมานิต นพอมรบดี รมช.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุสู้ภัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยมีนักจัดรายการวิทยากระจายเสียง นักจัดรายการวิทยุชุมชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานครเข้าร่วม
นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 ซึ่งเริ่มพบการแพร่ระบาดตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนแล้ว โดยมีการขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งองค์การอนามัยโลกคาดว่า อาจะเกิดการแพร่ระบาดในรอบ 2 ขึ้นอีก ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไทยสัปดาห์นี้เริ่มชะลอตัวแล้ว แต่จำนวนผู้ป่วยในต่างจังหวัดกลับเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีรายงานในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าก็เช่นกัน ดังนั้นจำเป็นที่ต้องเร่งรณรงค์ป้องกันให้คนในต่างจังหวัดตื่นตัวเช่นเดียวกับคน กทม. ที่ก่อนหน้านี้ที่ตื่นกลัวจนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัด 2009 ใน กทม. ลดลง อย่างไรก็ตามขณะนี้คน กทม.เริ่มชินกับโรคไข้หวัด 2009 แล้ว และเริ่มขาดการป้องกัน ซึ่งจะวางใจไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนออกมาป้องกัน
นายวิทยา กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของนักระบาดวิทยาเชื่อว่า ขณะนี้มีคนไทยที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้ว 5 ล้านคน ถือเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนธรรมชาติแล้ว แต่ยังมีคนอีก 59 ล้านคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหวัด 2009 ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งฉีดวัคซีนภาคประชาชนด้วยวิธีการป้องกันตนเอง เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นการป้องกันโรค “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการช่วยการรณรงค์เข้าใจโรคไข้หวัด 2009 และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพตนเองที่เป็นวัคซีนป้องกัน เรียกว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง ซึ่งจะช่วยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตลงได้
“จากการเร่งรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันโรคหวัด 2009 ด้วยการ “กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ” ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า ไม่เพียงแต่เป็นการลดอัตราการป่วยโรคหวัด 2009 เท่านั้น แต่ส่งผลให้อัตราการป่วยด้วยโรคอื่นๆ ในคนไทยลดลงไปด้วย ทั้งโรคท้องร่วง โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยลดลงจากปีที่แล้ว เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเดือนเดียวกัน” รมว.สาธารณสุข กล่าว
นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนเชื้อเป็นของไทยนั้น ทาง ผอ.องค์การเภสัชกรรมได้รายงานว่า สาเหตุที่มีการเลื่อนการวิจัยวัคซีนในมนุษย์ออกไปเพราะต้องการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีนที่ผลิตได้ ซึ่งตนได้มอบนโยบายไปแล้วว่าตนไม่ได้เร่งรัดในเรื่องเวลา แต่วัคซีนที่ผลิตออกไปนั้นประชาชนต้องมั่นใจในความปลอดภัย และสามารถใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการเลื่อนการฉีดวัคซีนในอาสาสมัครบ่อยครั้ง อาจมองว่าการผลิตวิจัยเป็นปัญหาจนขาดความมั่นใจนั้น ตนมองในทางตรงข้ามว่า หากรีบผลิตมากไปประชาชนก็จะขาดความมั่นใจมากกว่า แต่หากชะลอเวลาและทำทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่ไปรับการตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกต่างโรงพยาบาลต่างๆ มีแนวโน้มลดลงจากที่เคยพบวันละประมาณ 10,000 คน เหลือประมาณ 8,000 คน แต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะช่วยนี้สภาพอาการเริ่มเย็นลง ซึ่งเชื่อไวรัสสามารถแพร่พันธุ์ได้ดีขึ้น จึงเน้นให้ทุกจังหวัดเร่งมาตรการป้องกันต่อไปซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในสัปดาห์ทีผ่านม ตั้งแต่วันที่ 13-19 กันยายน 2552 มีผู้เสียชีวิต 7 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 2 ราย ลดลงจากช่วยวันที่ 6-12 กันยายน 2552 ซึ่งมี 11 ราย โดยมีรายงานใน 6 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ 2 ราย และที่ขอนแก่น เพชรบูรณ์ สงขลา พิษณุโลก สุโขทัย จังหวัดละ 1 ราย โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงมีโรคประจำตัว 6 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 28 เมษายน 2552 เป็นต้นมา ไทยมีผู้เสียชีวิตสะสม 160 ราย ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 60 อายุระหว่าง 21-50 ปี
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า นอกจากนี้จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2552- 31 กรกฎาคม 2552 จำนวน 2,011 ตัวอย่างจากโรงพยาบาล 9 แห่ง ได้แก่ แม่สอด หนองคาย พระปกเกล้าจันทบุรี หาดใหญ่ แม่จัน เชียงแสน เกาะช้าง กรุงเทพ-สมุย และศูนย์บริการสาธารณสุข 17 กรุงเทพมหานคร รวม 10 แห่ง พบเชื้อร้อยละ 44 เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เหลือเป็นไข้หวัดตามฤดูกาล และเมื่อวิเคราะห์สายพันธุ์ พบว่า เชื้อไข้หวัด 2009 ที่แยกได้มีความคล้ายคลึงกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่แพร่ระบาดในสหรัฐถึงถึงร้อยละ 99 ซึ่งตรงกับวัคซีนเชื้อตายที่ไทยสั่งซื้อ 2 ล้านโด๊ส จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า วัคซีนดังกล่าวจะได้ผล ส่วนการจะสั่งซื้อเพิ่มนั้น ทั้งนี้ทั่วโลกสามารถผลิตวัคซีนเชื้อตายได้เพียงแค่ 500 ล้านโด๊ส ขณะที่ประชากรโลกมีถึง 6,000 ล้านคน การสั่งจองจึงไม่ง่ายนัก
ด้าน นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาด กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการคาดการณ์ว่าขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อหวัด 2009 แล้ว 5 ล้านนั้น ยังไม่ทำให้เกิดการสร้างภูมิต้านกลุ่มที่จะชะลอการแพร่ระบาดได้ ดังนั้นจำเป็นที่ต้องเดินหน้าเข้มข้นมาตรการป้องกันโรคต่อไป โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวในภาคเหนือและภาคอีสานที่อากาศหนาวจะมาเยือนก่อนภาคอื่นๆ ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่า โรคหวัด 2009 จะกลับมาแพร่ระบาดใน กทม. อีกครั้งนั้น มาจากปัจจัยทางสังคมที่เป็นช่วงปิดเทอม และการจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปิดเทอมนี้ ปัจจัยด้านอากาศซึ่งในช่วงปลายปีจะเป็นฤดูการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดอยู่แล้ว แต่จะไม่รุนแรงอย่างในต่างประเทศ และตระหนักต่อการแพร่ระบาดของโรคของคน กทม.ลดลง จึงขาดการป้องกัน



