
กปน.จัดโครงการ“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รักษ์ทรัพยากรน้ำ”
กปน. กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์น้ำให้กับน้องๆ ด้วยโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รักษ์ทรัพยากรน้ำ”
“น้ำ” เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ และจำเป็นต่อการดำรงชีวิต การประปานครหลวง (กปน.) ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับน้ำโดยตรง มีความมุ่งหวังที่จะให้ทุกคนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ จึงได้จัดโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รักษ์ทรัพยากรน้ำ” เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนในพื้นที่บริการของ กปน. ทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ อีกทั้งปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและลดปริมาณการใช้น้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐในด้านค่าสาธารณูปโภคในโรงเรียนอีกด้วย
โครงการนี้เปิดรับสมัครเยาวชนจากโรงเรียนในเขตบริการของ กปน. เพื่อร่วมแข่งขันลดปริมาณการใช้น้ำภายในโรงเรียน โดยเปรียบเทียบการใช้น้ำระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2559 กับเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2560 ชิงทุนการศึกษารวมกว่า 100,000 บาท ซึ่งหลังจากเปิดรับสมัคร ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ 23 แห่ง
และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กปน. ได้จัดกิจกรรม “จิบน้ำชา ภาษาคนรักษ์น้ำ” เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และสร้างแนวความคิดเกี่ยวกับการประหยัดน้ำให้กับเยาวชนจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ก่อนเริ่มกิจกรรมประหยัดน้ำในโรงเรียน โดยกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณชูชาติ ศุภวรรณธนางกูร อดีตผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และคุณดลเชษฐ์ กล้าหาญ ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมและพัฒนา กปน. เป็นวิทยากร ซึ่งทั้งสองท่านก็ได้ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจมากมาย
คุณชูชาติ ยกพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนหนึ่งซึ่งแสดงถึงความสำคัญของน้ำ ความว่า “หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้” พร้อมบอกเล่าพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เราทุกคนสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นประโยชน์ของน้ำในด้านต่างๆ เช่น ด้านพลังงาน คมนาคม ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และที่สำคัญ คือ ด้านเกษตรกรรม ซึ่งใช้น้ำเกินครึ่งของปริมาณน้ำทั้งหมด อีกทั้งเสนอให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ โดยแสดงคลิปตัวอย่างการล้างจานโดยเปิดน้ำรองไว้ในอ่างแล้วล้างทีละจาน แทนการเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา
คุณดลเชษฐ์ นำเสนอความสำเร็จของโครงการ “ลดน้ำ 30%” ที่ดำเนินการในโรงแรม 2 แห่ง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในโรงเรียนได้ เช่น การตรวจสอบท่อรั่ว การใช้ก๊อกประหยัดน้ำ การนำน้ำเสียไปบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ พร้อมเสนอไอเดียผ่านวิธีการประหยัดน้ำแบบต่างๆ อาทิ ใส่อิฐก้อนหรือขวดบรรจุน้ำในถังพักน้ำชักโครก เพื่อลดปริมาณน้ำเมื่อกดชักโครก ใช้ฝักบัวที่มีแจ้งเตือนเมื่อเปิดน้ำเกินกำหนด ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คให้เกิดประโยชน์ โดยการโพสต์เตือนหรือแนะวิธีการประหยัดน้ำ ตรวจสอบการใช้น้ำผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile ฯลฯ
โครงการนี้ได้รับการตอบรับจากครูและนักเรียนเป็นจำนวนมาก แสดงถึงความสนใจและใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากความคิดเห็นของครูแต่ละท่านที่พานักเรียนมาร่วมกิจกรรม ดังนี้
ครูอธิคุณ สินธนาปัญญา จากโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) กล่าวว่า “โครงการนี้สนองตอบนโยบายของกรุงเทพมหานครและของโรงเรียนที่มุ่งเน้นเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งสอดคล้องกับหลักสูตรเรื่องการจัดการการเรียนรู้ เลยเห็นว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าเด็กได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับทางโรงเรียนรวมถึงประเทศชาติ อย่างน้อยเป็นการกระตุ้นให้เกิดการประหยัดน้ำในโรงเรียน จากนั้นนักเรียนก็จะส่งต่อความรู้ ส่งต่อจิตสำนึกสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป”
ครูธัญญลักษณ์ ปิ่นน้อย จากโรงเรียนแสงอรุณ กล่าวว่า “โครงการนี้สอดคล้องกับแผนงานของโรงเรียนด้านการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งหนึ่งในเรื่องการอนุรักษ์ก็คือ เรื่องน้ำ เพราะโรงเรียนมีการใช้น้ำปริมาณมาก ดังนั้น ถ้าเข้าร่วมโครงการ เราก็น่าจะมีการจัดการน้ำที่ดีขึ้น ช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำลง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สามารถมองเป็นสัญลักษณ์ที่กระตุ้นให้ทุกคนร่วมกันประหยัดน้ำ และร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประหยัดน้ำได้จริง ซึ่งวิธีง่าย ๆ คือ เริ่มจากตัวเองก่อน เราต้องรู้ว่าน้ำใช้แล้วไปไหน การประหยัดน้ำอย่างง่ายนั้นทำอย่างไร ส่วนการประหยัดน้ำภายในโรงเรียน คือ ต้องมีมาตรการบริหารจัดการน้ำสำหรับคนจำนวนมาก โดยเริ่มจากการให้ความรู้ แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำลง”
ครูดาราวรรณ วรรณสุข จากโรงเรียนคลองหนองใหญ่ กล่าวถึงเหตุผลที่พานักเรียนมาร่วมโครงการว่า “อยากให้นักเรียนเห็นคุณค่าของทรัพยากรน้ำ และอยากให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะพวกเขาจะได้นำไปปรับใช้ที่โรงเรียนและที่บ้านด้วย อย่างเช่น เมื่ออยู่โรงเรียนและเจอเพื่อนที่เปิดน้ำทิ้งไว้ เขาก็จะช่วยปิด และเมื่อฝึกจนเป็นความเคยชิน ก็จะส่งผลไปถึงบ้านของแต่ละคน ทำให้เขาไม่เปิดน้ำทิ้งโดยไม่จำเป็น จึงอยากบอกนักเรียนหรือเด็กๆ ว่า ทุกครั้งที่ใช้น้ำเสร็จแล้ว ควรปิดก๊อกให้สนิท หรือถ้าเราไปพบเห็นก๊อกน้ำเปิดอยู่ เราก็ช่วยปิดได้ ถ้าปิดกันคนละนิดคนละหน่อย ก็จะช่วยประหยัดน้ำได้เพิ่มมากขึ้น”
ครูขอบใจ สิงห์ศิลารักษ์ จากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการว่า “โครงการนี้มีประโยชน์กับนักเรียน ทำให้เด็กได้เรียนรู้กิจกรรมนอกเหนือจากในชั้นเรียน ช่วยให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการได้รับการปลูกฝังให้รู้ว่าจะประหยัดน้ำได้อย่างไร ผ่านการทำกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานและอนุรักษ์น้ำ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ติดตัวไปตั้งแต่เด็กจนโต” ทั้งนี้ ครูขอบใจได้แนะนำแนวทางในการจัดกิจกรรมประหยัดน้ำว่า “เริ่มจากให้ความรู้เรื่องทรัพยากรน้ำก่อนว่าน้ำมาจากไหน มีต้นน้ำอยู่ที่ไหน มีปลายน้ำอยู่ที่ไหน พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติว่า เราจะมีวิธีการอนุรักษ์น้ำและประหยัดน้ำอย่างไร จากนั้นให้สร้างกลุ่มแกนนำที่เป็นชุมนุมอนุรักษ์พลังงาน เพื่อเป็นแบบอย่างให้เพื่อนคนอื่นๆ ในโรงเรียนช่วยกันอนุรักษ์น้ำต่อไป”
จากข้อคิดเห็นและคำแนะนำของคุณครูหลายท่านแสดงให้เห็นว่า ทุกโรงเรียนให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า สอดคล้องกับโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ รักษ์ทรัพยากรน้ำ” ของ กปน. ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และมีจิตสำนึกในการใช้น้ำยิ่งขึ้น จึงคาดหมายได้ว่าน้อง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ จะนำความรู้ที่ได้รับไปใช้และเผยแพร่ต่อไปยังครอบครัวและสังคม เพื่อให้เราทุกคนมีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคอย่างยั่งยืนตลอดไป



