
มหัทธโนฤกษ์ 14.51 น.บวงสรวงอัญเชิญราชรถ
กรมศิลป์ถือเวลามหัทธโนฤกษ์ 14.51 น.เริ่มพิธีบวงสรวงอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศหลังการบูรณะออกจากโรงราชรถ "ประยุทธ์" ประธานในพิธีพร้อมนำฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 13.45 น.ที่มณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร จัดพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศหลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถเพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพล.อ.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมกันนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร จิตอาสา เข้าร่วม
ในการนี้พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ หัวหน้าพราหมณ์หลวง ได้กำหนดเวลาฤกษ์ ในวันที่ 21 กันยายน 2560 ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 14.51 น.ลัคนาสถิตราศีธนู เป็นมหัทธโนฤกษ์ หมายถึง คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี มีพระจันทร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น “บูรณะฤกษ์” เพื่อบวงสรวงเทพยดาและดวงวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราช และครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์วิทยาการทุกสาขา
จากนั้น นายกฯ เข้าสู่ปะรำพิธี ด้านหน้าโรงราชรถ จุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวย พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และดวงพระวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราชเพื่อขออัญเชิญราชรถ และพระยานมาศเคลื่อนออกจากโรงราชรถ แล้วถวายน้ำสังข์ ใบมะตูม เจิมที่ราชรถและพระยานมาศ นายกฯ วางพวงมาลัยที่ราชรถและพระยานมาศ
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร แสดงละครสมโภชราชรถ และพระยานมาศตามโบราณราชประเพณี เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนพระสังข์ศิลป์ชัยอัญเชิญราชรถ ถัดมา นายกฯ ได้ไปยังโต๊ะเครื่องบวงสรวง อธิษฐานจิตขอพระราชทานจากบูรพมหากษัตริย์ เทพเทวา ขออนุญาตเคลื่อน ขบวนราชรถ และพระยานมาศออกจากโรงราชรถ(เจ้าพนักงานประโคม ฆ้อง สังข์ บัณเฑาะว์)
ต่อมาเวลา 14.51 น.ซึ่งเป็นเวลามหัทธโนฤกษ์ เจ้าหน้าที่ทหาร กำลังพลฉุดชัก เข้าประจำราชรถและเริ่มเคลื่อนขบวนออกสู่ถนนบริเวณหน้าโรงราชรถตามลำดับ ดังนี้ ราชรถปืนใหญ่ ราชรถน้อย และ พระมหาพิชัยราชรถ
โดยการเคลื่อนพระมหาพิชัยราชรถ มีพล.อ.ประยุทธ์ นำฉุดชัก พร้อมกันนี้แบ่งสายฉุดชักออกเป็น 4 สาย ได้แก่ สายแรก มี พล.อ.ธนะศักดิ์ นำ สายที่ 2 พล.ร.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ สายที่ 3 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสายที่ 4 นาย วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการฉุดชัก มีการแสดงระบำชุดดาวดึงส์ เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์พรรณนาถึงความวิจิตรอลังการ ความงดงามโอฬารของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทิพยสมบัติของพระอินทร์ประหนึ่งว่าเหล่าเทวดา นางฟ้า ได้มาร่วมยินดีในความสำเร็จของพิธีการ จากนั้นประธานฯ โปรยข้าวตอกดอกไม้เครื่องสังเวยที่โต๊ะบวงสรวงเป็นอันเสร็จพิธี
นางวิจิตร ไชยวิชิต ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยานและพระยานมาศ ทุกองค์เสร็จสมบูรณ์100% พร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9 โดยกรมศิลปากรใช้เวลากว่า 9 เดือนในการบูรณะ ซึ่งในส่วนของพระมหาพิชัยราชรถ ราชน้อย พระที่นั่งราเชนทรยาน ดำเนินการบูรณะปิดทองประดับกระจกใหม่ทั้ง100% นอกจากนี้ ยังมีการจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ ในการอัญเชิญพระบรมโกศเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ และจัดสร้างพระราเชทรยานน้อย ใช้ในการอัญเชิญพระบรมราชพระสรีรางคาร เพื่อถวายพระเกียรติสูงสุด โดยมีข้าราชการและจิตอาสาเข้าร่วมในการนี้ประมาณ 200 คน



