ไลฟ์สไตล์

ออมเงินเตรียมเกษียณกับแรงงานนอกระบบ

ออมเงินเตรียมเกษียณกับแรงงานนอกระบบ

24 ก.ค. 2560

....

“ออมเงินเตรียมเกษียณกับแรงงานนอกระบบ” สร้างสูงวัยมั่นคงเพื่อทุกคนในชาติกับประชารัฐเพื่อสังคม

จากข้อมูล โดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย และภาคีเครือข่ายวิชาการ ปี 2557 พบว่า ในอนาคต ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่เงินออมยังไม่ใช่รายได้หลักหลังเกษียณ อาจมีความเสี่ยงให้เกิดสภาวะเกษียณทุกข์ คือไม่มีเงินพื้นฐานสำหรับดำรงชีวิต ซื้ออาหาร ดำเนินชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งข้อมูลจาก สภาพัฒน์ (ปี 2558) และศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก.ล.ต. ยังเปิดเผยว่า คนไทยควรมีเงินหลังเกษียณขั้นต่ำ 4,361,799 บาท (ใช้หลังเกษียณ 20 ปี โดยปรับตัวอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำรวมอัตราเงินเฟ้อร้อยละ 3 แล้ว) เป็นอีกประเด็นปัญหาที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญและจำเป็นต้องเร่งผลักดันแนวทางเพื่อสร้างความพร้อมรับสังคมสูงอายุไทย

ล่าสุดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ตามแนวทางประชารัฐเพื่อสังคม ที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมของประชาชนคนไทยทุกคน ทั้งในประเด็นเศรษฐกิจ สังคม สร้างแนวทางและแก้ไขปัญหาความพร้อมของประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นคง โดยผ่านคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคมด้านการออมเพื่อการเกษียณอายุ มีแกนนำสำคัญคือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนการออมแห่งชาติ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ภาคประชาสังคม เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานขับเคลื่อนการออมเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน รองรับสังคมผู้สูงอายุ (Happy Money, Happy retirement) และสร้างความพร้อมทางการเงินตลอดทุกช่วงชีวิต และทั่วถึงคนทุกกลุ่ม

นายสมพร จิตเป็นธมเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถิติกลุ่มประชากรวัยทำงานในประเทศไทย ระหว่างอายุ 15-60 ปี มีจำนวนประมาณ 45 ล้านคน โดยเป็นแรงงานในระบบ  คือกลุ่มภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 20 ล้านคน และ กลุ่มนอกระบบจำนวน 25 ล้านคน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร แรงงานรับจ้างทั่วไป แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ในกลุ่มแรกนั้นจะมีการออมที่บังคับตามระบบ คือ ภาครัฐ ข้าราชการจะมีเงิน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ส่วนภาคเอกชนจะเป็นรูปแบบการเก็บออมบังคับในรูปแบบของประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ในกลุ่มแรงงานนอกระบบนั้นจะไม่มีระบบเข้ามาจัดการการออม รายรับจากรายได้แต่ละวันก็ใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตไปหมดแล้ว ทำให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)เข้ามาสร้างแนวทางและดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการออมของแรงงานนอกระบบ ให้สร้างความตระหนักในสังคม ถึงการเตรียมความพร้อมการออมเงินก่อนจะเข้าสู่วัยเกษียณอายุอย่างถูกต้อง และเป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อให้มีเงินใช้ขั้นพื้นฐานสำหรับดำเนินชีวิตหลังเกษียณ ซึ่ง กอช. ร่วมกับเครือข่ายสถาบันการเงินชุมชน กองทุนหมู่บ้านร่วมดำเนินการเพื่อสร้างเครือข่ายสมาชิกการออมของแรงงานนอกระบบ อาทิ เกษตรกรทั่วประเทศไทย ที่เป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ก็ให้สมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อสร้างวินัยการเก็บออม ที่ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่สามารถเห็นผลระยะยาว โดยเฉพาะหลังเกษียณไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้แล้ว จะมีเงินส่วนนี้เป็นพื้นฐานที่ช่วยเหลือได้

นายสมพร กล่าวต่อว่าแต่เนื่องจากปัญหาสถานการณ์การออมเงินของประเทศไทยเดิมนั้น มีทัศนคติที่ว่า เงินรายได้ – เงินรายจ่าย เท่ากับเงินออมส่วนที่เหลือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดสำคัญสำหรับการออมเงินที่ถูกต้อง คือ เงินรายได้สุทธิ-เงินออม จึงควรจะเป็นเงินใช้จ่าย ที่สำคัญคือการสร้างความตระหนักของคนในสังคมถึงแนวทางปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น และประเทศของเรากำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว การออมไม่ควรเกิดกับคนที่ใกล้จะเกษียณอายุ หรือใกล้อายุ 60 ปีแล้ว แต่ควรเริมตั้งแต่วัยทำงาน 20-40 ปี หรือถ้าจะให้ดีควรจะเริ่มตั้งแต่เป็นเด็ก การสร้างความตระหนัก วินัยการออม ควรเริ่มให้เร็วที่สุด ซึ่งการทำงานเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาการออม และการเตรียมความพร้อมเกษียณของคนในสังคม ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เพียง ภาครัฐ กอช. ภาคประชาสังคม ซึ่งขณะนี้ กอช. ก็อยากจะเชิญชวนภาคเอกชน เข้าร่วมรณรงค์ และผลักดันการกระจายองค์ความรู้เกี่ยวกับการออมของกลุ่มแรงงานนอกระบบ อาทิ บริษัทเอกชน สถานประกอบการที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรต่างๆ สามารถร่วมจัดการองค์ความรู้ หรือร่วมเผยแพร่ กระจายแนวทางการออม ระหว่างลูกค้ากลุ่มเกษตรกรร่วมกับ กอช.ได้ หรือสถานประกอบการหรือ ภาคเอกชนใดสนใจพัฒนาความรู้การออมกับ กอช. สามารถทำได้ และอยากเชิญชวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนัก และสร้างความมั่งคงทางการเงินของประชาชนกลุ่มนี้ร่วมกันได้

“ปัจจุบัน กอช. มีสมาชิกแล้วกว่า 500,000 คนทั่วประเทศไทย และตั้งเป้าจะเพิ่มสมาชิกให้ได้ถึง 1,000,000 ล้านคนในปี 2560 นี้ ผ่านการทำงานเครือข่ายร่วมกับสถาบันการเงินชุมชนอย่างที่กล่าวไปแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาแอพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือไปพร้อมกัน โดยแรงงานนอกระบบสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯได้ ผ่านธนาคาร 4 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสังเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ สิ่งที่อยากจะส่งเสริมและสร้างความตระหนักในสังคม คือการออมจำเป็นต้องเกิดทุกครั้งที่เกิดการทำงานสร้างรายได้ และ กอช.เองเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อให้เกิดการออมอย่างเป็นระบบสำหรับแรงงานนอกระบบ การสร้างความรู้และทักษะเรื่องการจัดการหนี้ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการออมเพื่อเกษียณ ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อม ไม่ประมาทเพื่อให้มีชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข โดยเงินพื้นฐานสำหรับดำรงชีวิตในการเก็บออมก้อนนี้” เลขาธิการ กอช.กล่าว

ด้าน นางอรุณี ศรีโต เครือข่ายแรงงานนอกระบบแห่งชาติ กล่าวว่า การออมเงินรวมทั้งเรื่อง กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นเรื่องใหม่สำหรับพี่น้องคนจน ผู้ใช้แรงงาน กลุ่มวินมอเตอร์ไซต์ กลุ่มเย็บผ้า นวดแผนไทย แม่ค้า ฯลฯ จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์เชิงลึก ต้องลงไปคุยในชุมชน ในเวทีชาวบ้าน ในกิจกรรมต่างๆที่ท้องถิ่นจัด การเปิดรับสมัครหากไม่ผ่านธนาคาร ชาวบ้านจริงๆ อาจจะไม่ถนัดที่จะไปธนาคาร เวลาไปถามก็นั่งคอยนาน หลักฐานไม่ครบ ไม่ไปกันอีกเลย แต่หากเรามีศูนย์บริการชุมชน เช่น สำนักของกลุ่มแรงงานนอกระบบนี้เอง จะทำให้ชาวบ้านเดินเข้ามาถามว่าจะสมัครได้หรือไม่ สมัครแบบไหน เขียนถูกผิดจะมีคนช่วยเหลือดูให้

นางอรุณี กล่าวต่อว่า เรื่องรายได้เป็นปัญหา เช่น วินมอเตอร์ไซต์เอง วิ่งรับส่งได้วันละ 300 ต้องเลี้ยงครอบครัวทั้งบ้าน ไม่เหลือพอออม เป็นเรื่องต้องทำบัญชีครัวเรือน ตัดรายจ่ายอะไรได้บ้าง พอทำกลายเป็นว่า รายจ่ายมากกว่ารายได้ แก้ปัญหาก็ไปยืมเงินนอกระบบเข้ามา เป็นวัฏจักรที่รัฐอาจต้องหาช่องให้ชาวบ้าน 1. การสร้างเข้าใจการจัดการเงินในกระเป๋าตัวเอง2. ทำอย่างไรให้ชาวบ้าน คนจนแรงงานเองมีรายได้เพิ่ม และ 3. สวัสดิการแบบนี้สอดคล้องกับลงทะเบียนคนจน รัฐตั้งใจเกื้อหนุนคนจนที่จนจริงๆ รัฐอาจต้องสมทบงบประมาณส่วนนี้จริงจัง เช่น 100บาท อาจเป็น 200 บาท หากจนจริงๆ ประยุกต์ให้ตรงจุด ต้องส่งเสียงให้รัฐเข้าใจด้วยขณะเดียวกันรัฐต้องไปแก้ไขตัวบทกฎหมายที่อาจจะเป็นด่านทำให้คนจนเข้าไม่ถึง เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ เช่น อายุอาจไม่ต้องจำกัด เพราะตามกฎหมาย อายุ 60 ปี ก็ไม่สามารถสมัครกองทุนการออมฯได้ ควรจะเปิดกว้างให้ทุกคนทั้งหมด อายุเท่าไรก็สมัครได้ถ้าอยากจะออม การออมขั้นบันไดอยากจะให้เท่าๆกัน จะได้เข้าใจง่ายขึ้น และต้องสร้างแรงจูงใจ เพราะว่าคนรุ่นหลัง ออม 100 บาท รัฐสมทบ 100 บาท ออมไว้เงินไม่ได้ไปไหนเงินเป็นของคุณในท้ายที่สุด และการประชาสัมพันธ์เองหน่วยงานท้องถิ่น เทศบาล องค์การปกครองท้องถิ่นต่างๆ อสม. ฯลฯ ต้องเข้าใจและส่งเสริมการออม คือเอาเรื่องการออมเป็นวิถีชีวิตของทุกคน ให้เข้าใจ

“อยากเชิญชวนกลุ่มแรงงานมาสนใจเรื่องเหล่านี้ ทั้งสวัสดิการ การออมให้มากขึ้นสักนิด ว่ารัฐเองจัดสวัสดิการอย่างไรบ้าง การออมเป็นอย่างไร แก่แล้วจะอยู่ไม่ลำบากจะทำได้อย่างไร อยู่มีศักดิ์ศรีตอนแก่เกษียณทำอย่างไร อยากให้พี่น้องแรงงานมาสนใจเพิ่ม เช่น หากจะออมเดือนละ 100 บาทจัดส่วนไหนได้บ้าง เริ่มต้นลูกหลาน ถ้าแก่ออมไม่ได้ เริ่มจากคนในบ้านร่วมกัน แก่แล้วจะได้ไม่ลำบาก ท่องเอาไว้เลย ออมวันนี้แก่แล้วเรามีบำนาญพอจะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องไปขอเงินใครมาก คนไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราทุกคนช่วยกันทำงานกันมา ทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองมาได้ระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นต้องดูแลผู้สูงอายุวันนี้ และในอนาคตให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ลำบากมากนัก เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หน่วยงานรัฐท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม ชาวบ้านเอง ทุกกลุ่ม ทุกคนต้องช่วยกัน”เครือข่ายแรงงานนอกระบบกล่าวทิ้งท้าย