ไลฟ์สไตล์

สพฐ.ทำสื่อสอนภาษาอังกฤษเด็กประถม

สพฐ.ทำสื่อสอนภาษาอังกฤษเด็กประถม

22 ก.ย. 2552

สพฐ.ทำสื่อสำเร็จรูปสอนภาษาอังกฤษเด็กประถมต้น นำทางการสอนตั้งแต่ชั่วโมงไปถึงชั่วโมงสุดท้ายแถมสื่อการสอนในตัว หวังช่วยครูประถมที่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2552 นางวัฒนาพร   ระงับทุกข์   ผู้อำนวยการสถาบันภาษาอังกฤษ   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 มาจนถึงหลักสูตรใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้นั้น วิชาภาษาอังกฤษถูกกำหนดให้เริ่มสอนนักเรียนชั้น ป.1 แต่ในความเป็นจริง บางร.ร.เริ่มสอนภาษาอังกฤษล่าช้ากว่านั้น เริ่มสอนที่ ป.3 หรือ ป.4 ทั้งนี้ เพราะครูประจำชั้นนักเรียนประถมศึกษาซึ่งต้องรับผิดชอบสอนทุกวิชานั้น จำนวนมากไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษ จึงขาดความมั่นใจกับการสอนวิชานี้ ขณะที่ตำราเรียน สื่อการสอนบางส่วนก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย

 ทั้งนี้  สพฐ. จึงพัฒนาชุดการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 ถึง ป.3 ขึ้นมา โดยได้รับความช่วยเหลือจาก British Council Thailand จัดทำโครงการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนแบบพร้อมใช้ (Teacher’s Kit) สำหรับครูสอนภาษาอังกฤษชั้น ป.1-ป.3 ขึ้น lสื่อการสอนภาษาอังกฤษชุดนี้ ครูสามารถนำได้ทันทีเพราะวางแผนการสอนให้ครูอย่างละเอียดตั้งแต่ชั่วโมงแรกไปจนถึงชั่วโมงชุดท้าย บอกชัดเจนว่า ครูจะสอนต้องสอนอะไรบ้าง พร้อม CD กิจกรรม เพลงและเกม สื่อบัตรคำและภาพ

 นางวัฒนาพร กล่าวต่อไปว่า  สพฐ.ได้นำสื่อการสอนดังกล่าวซึ่งพัฒนาเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ไปนำร่องใช้ในโรงเรียนประถมศึกษาที่ไม่มีครูจบเอกภาษาอังกฤษ จำนวน 270 โรงเรียน จาก 105 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)  ทั่วประเทศ พบว่า ครูส่วนใหญ่พอใจสื่อชุดนี้มากเนื่องจากมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ทั้งแผนการจัดการการเรียนรู้ สื่อและแบบประเมิน รวมทั้งมีกิจกรรมที่ชัดเจน รวมทั้งมีกิจกรรมหลากหลายสนุก ไม่น่าเบื่อ ซึ่งทำให้นักเรียนชอบการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น

 “ หลังจากนำร่องในโรงเรียน 270 แห่งเป็นเวลา 1 ภาคเรียนแล้ว จะนำผลการนำร่องมาปรับปรุงสื่อการสอนชุดนี้ เพราะในปีการศึกษา 2553 สถาบันภาษาอังกฤษเตรียมขยายผลการใช้สื่อโดยจะทำการประชาสัมพันธ์รับสมัครโรงเรียนประถมศึกษาที่ต้องการใช้สื่อ และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ประมาณ 5,000 โรงเรียน เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ สื่อการสอนชุดนี้ ช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านครูภาษาอังกฤษได้ และสามารถขยายผลไปสู่วิชาอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ปัญหาขาดแคลนครู หรือมีครูสอนไม่ตรงเอกที่จบ“ นางวัฒนาพร กล่าว