
ผลสำรวจบัตรทองปี 60 ประชาชนพึงพอใจ95.66 %
ผลสำรวจ “บัตรทอง ปี 60” ประชาชนพึงพอใจง 95.66 %แนะข้อเสนอส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างความเข้มแข็งการบริหารกองทุนสุขภาพตำบล
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ผู้ให้บริการ และองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นอกจากเป็นการดำเนินการตามคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชีกำหนดกรอบการประเมินด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้สำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสะท้อนการบริหารทุนหมุนเวียนแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญที่นำมาสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติด้วย
ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ผู้ให้บริการ และองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 มี 5 เรื่อง คือ 1.คะแนนความพึงพอใจ 2.การรับรู้ต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3.ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการ 4.ประเด็นความไม่พึงพอใจ เหตุผลการไม่ใช้สิทธิและข้อเสนอแนะ และ 5.ข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีรายละเอียดดังนี้ การสำรวจความพึงพอใจประชาชน พบว่าปี 2560 กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 95.66 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ได้ร้อยละ 91.86
การรับรู้ของประชาชนต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยการรับรู้ของประชาชนที่สูงสุด3 อันดับแรก คือ ใช้บัตรประชาชนในการใช้สิทธิอยู่ที่ร้อยละ 92.39 คนไทยทุกคนมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร้อยละ 90.18 และเมื่อเจ็บป่วยต้องไปใช้บริการที่หน่วยที่ลงทะเบียนสิทธิ ร้อยละ86.39 ขณะที่การรับรู้ของประชาชนที่น้อยที่สุด คือ ใช้สิทธิคลอดบุตรโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ร้อยละ57.00 สามารถเปลี่ยนหน่วยได้ปีละไม่เกิน 4 ครั้ง ร้อยละ 52.83 และทราบสายด่วน ร้อยละ 52.63โดยกลุ่มประชาชนที่รับรู้น้อยที่สุด คือ กลุ่มอาชีพค้าขาย กลุ่มช่วงอายุ 25-39 ปี และกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา
ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวว่า ส่วนผลสำรวจค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อเข้ารับบริการ พบว่าจากประชากรตัวอย่างจำนวน 9,280 คน มีผู้ใช้บริการและใช้สิทธิจำนวน 3,404 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 1,633 คน โดยเมื่อสำรวจค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม พบว่า เป็นค่าบริการ 30 บาท 928คน หรือร้อยละ 56.83 รองลงมาเป็นค่าเดินทาง814 คน หรือร้อยละ 49.60 จำนวน 5- 7,000 บาท
ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายจากผลสำรวจครั้งนี้ คือ 1.เพิ่มการรับรู้ให้กับประชาชน ผู้ให้บริการและองค์กรภาคีเมื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายและรับรู้น้อย 2.ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ให้บริการทุกระดับในการพัฒนาการให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานบริการในมุมที่ประชาชนให้ความสำคัญเมื่อเข้ารับริการ 3.สร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพบริหารกองทุนให้กับประชาชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นจัดสรรงบประมาณตรงไปหน่วยปฐมภูมิหลักเกณฑ์ขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ การลดภาระการบันทึกข้อมูล คุณภาพยา ความครอบคลุมสิทธิ และ 4.เสริมสร้างความเข้มแข็งการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กองทุนสุขภาพตำบล) แบบบูรณาการ



