ไลฟ์สไตล์

ใต้เมืองปาล์ม-อีสานยางพารา

ใต้เมืองปาล์ม-อีสานยางพารา

23 ก.ย. 2552

เมื่อวันพุธที่แล้วได้พูดถึง "มหันตภัยเงียบของโรครากขาว" (White root disease) ที่กำลังระบาดในสวนยางพาราทางภาคใต้ โดยเฉพาะสวนที่ปลูกในที่สวนยางพาราเก่า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ายางสงเคราะห์ เพราะโรคนี้เกิดจากรากของต้นยางพาราเก่า ที่ชาวบ้านโค่นต้นเก่ามาปลูกต้

 ส่วนวิธีการป้องกันได้พูดถึงไปแล้ว คราวนี้จึงบอกถึงลักษณะของอาการโรครากขาว คือเมื่อระบบรากถูกทำลายเบื้องต้น มิอาจจะทราบได้ เพราะไม่ออกอาการใดๆ เลย จะมารู้ก็อีตอนที่ถึงระยะรุนแรงนั่นแหละ จึงเริ่มแสดงอาการให้เห็นที่ทรงพุ่มที่เริ่มเหี่ยวและเหลือง แต่ถึงระยะนี้แล้ว ก็ไม่สามารถรักษาได้ เพราะบริเวณรากที่ถูกเชื้อราเข้าทำลายไปแล้ว ตอนนี้สังเกตเห็นชัดคือมีเชื้อราเกาะกลุ่มเป็นเส้นใยสีขาว และเกาะติดแน่นกับผิวราก พอเส้นใยอายุมากขึ้นจะกลายเป็นเส้นกลมนูนสีเหลืองซีด

 ถ้าเชื้อรานี้จู่โจม คือระยะแรกเนื้อไม้ของรากจะแข็งเป็นสีน้ำตาลซีด พอถึงระยะรุนแรงจะกลายเป็นสีครีม ถ้าอยู่ในที่ชื้นแฉะจะอ่อนนิ่ม และมีเชื้อราเกาะคล้ายดอกเห็ดเป็นแผ่นครึ่งวงกลมเป็นแผ่น ทั้งที่แผ่นเดียวและซ้อนกันเป็นชั้นๆ ด้านบนผิวเป็นสีเหลืองส้ม หรืออาจมีสีเข้มอ่อนเรียงสลับกันเป็นวง ขณะที่ผิวด้านล่างเป็นสีส้มแดงหรือสีน้ำตาล ขอบดอกเห็ดเป็นสีขาว เชื้อราตัวนี้จะเจริญเติบโตและระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝน ที่มีสภาพอากาสชื้นสูง

 เท่าที่พบมาโรคนี้จะสามารถแพร่กระจายได้ 2 ทางด้วยกัน คือโดยการสัมผัสกันระหว่างรากที่เป็นโรคกับรากจากต้นปกติ ทำให้เชื้อเจริญลุกลามต่อไป และทางหนึ่งคือสปอร์ของเชื้อราปลิวไปตามลม หรือติดไปกับขาแมลง หรือลอยไปตามน้ำ แล้วไปโดนบนบาดแผลของต้นยางใหม่ พอมีความชื้นเพียงพอเชื้อราเริ่มเจริญเติบโตแผลงฤทธิ์ลุกลามไปยังระบบรากของต้นยางพารา จนกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคแหล่งใหม่ต่อไป

 น่ากลัวครับ ทำให้ผมนึกถึง คุณอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ที่ตั้งข้อสังเกตในเชิงย้ำเตือนให้คิดว่า หากโรคระบาดพังไปทั้งประเทศครับ  เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับประเทศบราซิลมากว่า 20 ปีก่อน

 เมื่อโรคนี้เกิดจากตอเก่าของยางพาราที่ถูกโค่น ซึ่งส่วนใหญ่การทำสวนยางในสวนเก่านั้นจะมีมากที่สุดในภาคใต้ เพราะทางปักษ์ใต้ทำสวนยางมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เมื่อต้นยางหมดอายุต้องโค่นปลูกใหม่ แต่เมื่อเกิดโรคระบาดแก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องโค่นทิ้งสิครับ และต้องหาปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นมาแทนโดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ขณะที่พื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือเป็นการปลูกใหม่จากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม หรือไร่นาที่ไร่เก่า คงจะไม่กระทบในเรื่องเชื้อรา

 หากเป็นเช่นนี้จริงในอนาคตทางภาคใต้จะเหลือแต่สวนปาล์มน้ำมัน ส่วนยางพาราคงต้องขยายพื้นที่ปลูกไปที่อื่นโดยเฉพาะภาคอีสานยังมีพื้นที่เหมาะสมอีก 9 ล้านไร่ครับ

"ดลมนัส  กาเจ"