ไลฟ์สไตล์

"มะเฟืองหยี"กลุ่มท่าข้าวโพด
 เพิ่มค่าผลไม้เปรี้ยว-สู่โอท็อป5ดาว

"มะเฟืองหยี"กลุ่มท่าข้าวโพด เพิ่มค่าผลไม้เปรี้ยว-สู่โอท็อป5ดาว

23 ก.ย. 2552

หากพูดถึงผลไม้ “มะเฟือง” รสชาติที่ทุกคนจดจำได้ดีคือ เปรี้ยวจี๊ดถึงขั้นเข็ดฟัน แม้จะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หลายคนอาจชื่นชอบ ขณะเดียวกันก็เป็นข้อจำกัดของผู้บริโภคอีกส่วนที่ไม่อาจทนรสเปรี้ยวจัดได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่กลุ่มผู้บริโภค กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่

   นางจินตนา พุ่มหนุน ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รายได้ไม่มากนัก ประกอบกับแต่ละปีมีผลผลิตการเกษตรออกมามาก เมื่อ 14 ปีที่แล้วสมาชิกจึงรวมตัวกันศึกษาวิธีแปรรูปผลไม้ ทั้งเชื่อม แช่อิ่ม กวน เพื่อหารายได้เสริมช่วงว่างจากการทำนา เริ่มจากแปรรูปส้มโอ จากนั้นคิดค้นผลไม้ชนิดอื่นๆ เสริม เช่น กล้วย มะตูม มะกรูด มะเฟือง ซึ่งนอกจากเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลไม้พื้นบ้านได้เป็นอย่างดีด้วย

 ปัจจุบันกลุ่มมีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิด แต่ละชนิดมีจุดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ “มะเฟืองหยี” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่สร้างรายได้ให้แก่กลุ่ม และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะว่า สินค้าชนิดนี้มีความแปลกใหม่ที่ยังไม่มีใครทำกัน

 “แต่ก่อนมะเฟืองเป็นผลไม้ไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่า เพราะรสเปรี้ยวแหลมมาก จะแปรรูปก็ทำได้ยาก ในอดีตมีแค่นำไปแช่อิ่ม ซึ่งมีข้อจำกัดเก็บไว้ได้เพียง 4-5 วันเท่านั้น เราจึงนำมากวนทำเป็นมะเฟืองหยี ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ พริกป่น ช่วยให้มีรสชาติครบ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด สามารถเก็บไว้กินได้นานถึง 50 วัน” นางจินตนาอธิบาย พร้อมกล่าวว่า กว่าจะได้รสชาติที่ถูกปากลูกค้าก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน

 กระทั่งออกมาเป็น "มะเฟืองหยีสูตรเด็ด" ซึ่งเธอบอกว่า เริ่มจากคัดสรรผลที่ไม่อ่อนหรือสุกจนเกินไป ล้างน้ำทำความสะอาดแล้วนำไปปอกเปลือกลบเหลี่ยมให้เหลือเฉพาะส่วนเนื้อ จากนั้นเข้าเครื่องบดให้ละเอียดก่อนนำไปลงกระทะเคี่ยวร่วมกับแบะแซ เติมเครื่องปรุงน้ำตาล เกลือ พริกป่น ซึ่งส่วนผสมต่างๆ กำหนดอัตราส่วนไว้แน่นอนเพื่อให้ได้รสชาติคงที่ หัวใจอยู่ที่ขั้นตอนการเคี่ยว ซึ่งต้องใช้เวลานาน 8 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมต่างๆ กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน และทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม เสร็จแล้วนำมาปั้นเป็นเม็ดกลมคลุกเคล้ากับน้ำตาลอีกที ก่อนบรรจุถุงจำหน่าย ราคาส่งถุงละ 27 บาท ซื้อปลีก 35 บาท

 ด้านการตลาด นางจินตนาบอกว่า แรกขายภายในจังหวัดก่อน จากนั้นขยายสู่จังหวัดใกล้เคียง อาศัยออกร้านตามงานแสดงสินค้าบ้าง พอลูกค้ารู้จักมากขึ้นก็ส่งร้านขายของฝากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ล่าสุดวางขายในโซนโอท็อป ห้างเทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มช่องทางตลาดแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลไม้พื้นบ้าน และกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางด้วย

 ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่า 80 ชีวิต นอกจากมะเฟืองหยีแล้ว ยังแปรรูปผลไม้อื่นๆ เช่น ส้มโอแก้ว กล้วยกวน มะกรูดเชื่อม มะตูมเชื่อม เป็นต้น โดยวัตถุดิบทั้งหมดเป็นผลผลิตของเกษตรกรใน จ.ชัยนาท ทุกชนิดผ่านมาตรฐานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อปของ จ.ชัยนาท แถมการันตีด้วยเครื่องหมายโอท็อป 5 ดาว และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ส่งผลให้ทุกวันนี้กลุ่มมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนละ 6-7 หมื่นบาท

 จากเจตนารมณ์ที่อยากหารายได้เสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว โดยนำผลไม้ทิ้งเปล่าในท้องถิ่นมาแปรรูปเพิ่มค่า วันนี้กลายเป็นสินค้าเด่นประจำ จ.ชัยนาท สร้างรายได้สู่ชุมชน ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า หากมีปัญญา ความมานะพยายาม โอกาสแห่งความสำเร็จยังเปิดกว้างเสมอ  

"ธานี กุลแพทย์"