
รู้ไว้!! 7 ทักษะวิศวกรมืออาชีพ
“วิศวกร” เป็นหนึ่งอาชีพท็อปฮิตของเด็กไทย เพราะด้วยค่าตอบแทนที่สูง และเป็นอาชีพที่สามารถไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนได้
เกือบทุกมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะรัฐ หรือเอกชนต่างเปิดการเรียนการสอนวิศวกรรมศาสตร์...ต่อให้มีการเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์จนเรียกได้ว่า “วิศวกรล้นตลาด” แต่ในมุมสถานประกอบการ ยังคงถามหา “วิศวกรมืออาชีพ”
เมื่อปริมาณและคุณภาพไม่ได้สอดคล้องกัน แล้วควรผลิตวิศวกรอย่างไร ?ให้ตอบโจทย์สถานประกอบการ (เรียนจบแล้วทำงานได้ทันที) ศ.ดร. สมนึก ตั้งเติมสิริกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร หรือ SIIT Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)เล่าว่า SIIT สถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีนานาชาติ จัดการเรียนในหลักสูตร คณาจารย์ สภาพแวดล้อม อุปกรณ์การเรียนการสอนอินเตอร์เทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ
ซึ่งปัจจุบันมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ 70 กว่าแห่งทั่วประเทศ และได้มีการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีประมาณ 7,000 กว่าคน และปริญญาโท-ปริญญาเอก 2,000 กว่าคน ตอบสนองความต้องการของประเทศ
“ตลอดระยะเวลา 25 ปี ของการจัดตั้งสถาบัน SIIT เรามุ่งสร้างความเป็นเลิศทั้งทางด้านวิชาการ ความเป็นนานาชาติ และความยั่งยืน โดยการเป็นสถาบันนานาชาติไม่ใช่เพียงการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ แต่การผลิตบัณฑิต ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการของอาจารย์และนักศึกษา หลักสูตรต้องมีความเป็นนานาชาติ ทันสมัย นักศึกษาที่เรียนต้องสามารถแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ทั่วโลก ถ้านักศึกษาอยากไปมหาวิทยาลัยต้องได้รับการสนับสนุน และสามารถจบภายในระยะเวลาของหลักสูตร เพราะหลักสูตรเราสามารถเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ”ศ.ดร. สมนึก กล่าว
ศ.ดร. สมนึก ตั้งเติมสิริกุล
ส่วนความเป็นเลิศของอาจารย์ นอกจากสนับสนุนให้ทำงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆแล้ว สถาบัน SIIT มีอาจารย์ต่างชาติ 20% มีนักเรียนต่างชาติประมาณ 10% มาจาก 37-38 ประเทศ มีสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีระบบการดูแลนักศึกษาที่ดี ทั้งนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาไทย โดยมีระบบบัดดี้ 1 ต่อ 1 ให้เด็กได้เรียนรู้ อยู่ร่วมกัน มีโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยนทั้งความคิด ทางวัฒนธรรม มีความสามารถในการสื่อสาร และมีความสุขในการใช้ชีวิต
ศ.ดร. สมนึก กล่าวต่อว่า การจัดการเรียนการสอนของสถาบัน SIIT เกือบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ แต่นักศึกษาที่อาจจะมีทักษะภาษาอังกฤษไม่ได้ดีมากก็สามารถเรียนหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันได้ เพราะก่อนที่จะเข้าเรียนจะมีการประเมินคุณภาพนักศึกษา เพื่อช่วยฝึกภาษาอังกฤษ โดยมีคอร์สพิเศษให้เด็กไทยได้เรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่ได้มีการบังคับแต่มีหน่วยฝึกภาษาอังกฤษ มีคลินิกภาษาอังกฤษ จัดเวลาให้นักศึกษา
“บัณฑิตจะต้องมี 7 ทักษะ ได้แก่ 1.ทักษะด้านวิชาการ ความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขา คณะที่ตนเองเรียน 2.ทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ 3.ทักษะการสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลต่างๆ และการ 4.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.ความสามารถในการวิเคราะห์และวิจัย ยิ่งในยุค 4.0 ถ้าวิเคราะห์วิจัย ไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาได้ 6.สามารถเชื่อมโยงกับนานาชาติ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และ7.ความสามารถในการทำงานเป็นทีม ทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะในโลกนี้ไม่สามารถทำอะไรคนเดียวได้ ต้องมีทีม มีเครือข่าย ซึ่งทักษะเหล่านี้ล้วนตอบสนองประเทศไทย 4.0 และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บัณฑิตของเราจบออกไปมีงานทำ เป็นที่ต้องการของสถานประกอบการ”
ตามผลการสำรวจสัดส่วนการมีงานทำ และออกไปเรียนต่อ พบว่า บัณฑิต SIIT จบออกไปมีงานทำ 50% และอีก 50% ได้ทุนไปศึกษาต่อ เช่น ได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ประกอบการ พบว่าบัณฑิต SIIT เป็นที่พึงพอใจของสถานประกอบการในระดับดีมาก รายได้เฉลี่ยของบัณฑิตสูงสุดในประเทศไทย ส่วนผลการประเมินของอาจารย์อยู่ในระดับดีมาก ขณะที่ผลงานวิจัย และวารสารที่ตีพิมพ์ในสาขาวิศวกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการอ้างอิงบทความต่ออาจารย์ก็สูงเช่นเดียวกัน
ผอ.สถาบัน SIIT กล่าวต่อไปว่าการเรียนในสาขา หรือคณะใดในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเด็กเรียนตามความชอบ แตกต่างจากอดีตที่เด็กเลือกเรียนโดยดูว่าเมื่อจบออกมาแล้วมีงานทำหรือไม่ เลี้ยงชีพตนเองได้หรือไม่ ซึ่งการที่เด็กเลือกเรียนตามความชอบ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าในยุคนี้ สาขาคณะด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี ด้านนวัตกรรมมีความจำเป็นต่อความต้องการของประเทศ เพราะประเทศต้องมีทรัพยากรบุคคลที่สามารถคิดค้น ประดิษฐ์นวัตกรรม ทำเองได้ หรือมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ
“การเลือกเรียนสาขา คณะมหาวิทยาลัย อยากให้นักศึกษาศึกษาข้อมูลดีๆ เพราะขณะนี้มหาวิทยาลัยมีการเปิดการเรียนการสอนจำนวนมาก ต้องดูว่าดีจริงหรือไม่ อย่าดูเพียงชื่อมหาวิทยาลัยอย่างเดียว ต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึก ต้องดูคุณภาพบัณฑิตที่จบการศึกษา และผลงานของคณาจารย์ ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และส่วนประกอบอื่นๆ รวมถึงระบบการดูแลนักศึกษา”ศ.ดร. สมนึกกล่าว
ประเทศไทยตอนนี้มีการผลิตวิศวกรจำนวนมาก เพราะมีหลายมหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอน ศ.ดร.สมนึก บอกว่าปริมาณของวิศวกรมีจำนวนมากจริง แต่ขาดแคลนคุณภาพ ตอนนี้ทุกแห่งต่างเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ โดยลืมนึกไปว่าเด็กจบออกมาแล้วจะมีงานทำหรือไม่ เพราะวิศวกรถ้าไม่มีทักษะตามที่สถานประกอบการต้องการ ก็ได้เพียงใบปริญญา มีวุฒิ แต่ไม่มีทักษะฝีมือ ทำงานไม่เป็น สถานประกอบการก็ไม่ต้องการ
ฉะนั้น การเรียนการสอนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี ไม่ใช่มีเพียงวุฒิการศึกษา แต่ต้องทำงานได้จริงด้วย ยิ่งยุค 4.0 การเตรียมพร้อมกำลังคน แรงงานต้องตอบโจทย์ด้วย ความเป็นจริงแน่ชัดว่าประเทศไทย กำลังก้าวสู่ 4.0 แต่จะทำอย่างไร? ให้ทุกอาชีพ ทุกคนเดินไปถึงจุดนั้น หาคำตอบได้ในงานสัมมนา “เทคโนโลยีและคนแบบไหน ถึงจะใช่ Thailand 4.0” การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในแบบที่จะตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 วันที่ 29 กันยายน 2560 เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป ณ อาคารเรียนและปฏิบัติการรวม (อาคารใหม่ ด้านข้างอาคารปิยชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สอบถามได้ที่02 986 9009 ต่อ 1002 และ 1004
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



