"ใบไชยา"เติมอาหารแทนผงชูรส
รพร.บ้านดุงแนะใช้ "ใบไชยา"เป็นผักชูรสอาหารแทนผงชูรส ทำให้รสชาติอร่อย ปริมาณโซเดียมไม่สูง ค่าไตที่เสื่อมดีขึ้น
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 นพ.ไพโรจน์ พัวพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) บ้านดุง จ.อุดรธานี กล่าวว่า ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง มีอัตราชุกผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง แม้จะอยู่ที่ระดับค่ากลางของประเทศ แต่ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่สูงขึ้น จึงมีการพัฒนาระบบในการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ
โดยใช้แนวทางระบบสุขภาพอำเภอ การใช้สมุนไพรและแพทย์แผนไทยในการดูแลผู้ป่วย รวมไปถึงมีการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ในการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จนสามารถรับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จากการประชุม NCD Forum กรมการแพทย์ปี 2557 และได้รับรางวัลคลินิกชะลอไตเสื่อมดีเยี่ยมระดับเขต ปี 2560
นายเหมราช ราชป้องขันธ์ แพทย์แผนไทย รพร.บ้านดุง กล่าวว่า รพร.บ้านดุงมีการใช้สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยหลายอย่างในการดูแลผู้ป่วยไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น การใช้ยาพ่นดอกปีบในผู้ป่วยโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยการนำดอกปีบมาต้มด้วยน้ำเปล่า 24 มิลลิลิตร ด้วยอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียสนาน 30 นาที จนน้ำเหลือเท่ากับระดับของดอกปีบที่ใส่ลงไป กลายเป็นสารสกัดจากน้ำ แล้วนำมาเป็นยาพ่น
ซึ่งพบว่าทำให้สมรรถภาพของปอดดีขึ้น หรือการใช้สมุนไพรตะไก้หรือกำแพงเจ็ดชั้น ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยนำมาต้มดื่ม ซึ่งจะช่วยชะลอและลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น โดยดื่มวันละ 2-3 ถ้วยก่อนอาหาร ยา 1 ชุดดื่มได้ 3-4 วัน โดยแนะนำให้ดื่ม 7-10 ชุดขึ้นไปติดต่อกันทุกว
"รพร.มีการแนะนำให้ชาวบ้านใช้ผักไชยา นำมาต้มสุก แล้วนำไปผสมในอาหารชนิดต่างๆ จะทำให้อาหารมีรสชาติที่กลมกล่อมอร่อยขึ้น สามารถใช้แทนผงชูรสได้ ส่งผลให้คนไข้โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคไต แต่ติดการรับประทานผงชูรส เมื่อใช้ผักไชยาแทนก็จะได้รับปริมาณโซเดียมลดลง เมื่อไม่กินเค็ม ไม่ได้โซเดียมมาก ค่าไตก็ดีขึ้น เนื่องจากโรคไตส่วนหนึ่งเกิดจากการกินอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือมีปริมาณโซเดียมสูง อย่างไรก็ตาม ผักไชยาไม่นำให้รับประทานสด เพราะมีสารไซยาไนด์อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ แต่หากนำมาต้มแล้วสารตัวนี้ก็จะสลายไป ซึ่งผักชนิดนี้มีปลูกอยู่ทั่วไปในบ้านของประชาชนพื้นที่แห่งนี้อยู่แล้ว"นายเหมราชกล่าว



