
คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน
เผยคนไร้บ้าน ร้อยละ 70 มีอาชีพ มีความสามารถ กิจกรรม"อร่อย RICE บ้าน" สะท้อนความสามารถ อาชีพของคนไร้บ้าน ปรับทัศนคติคนทั่วไป
"คนไร้บ้านไม่ได้ไร้ศักยภาพอย่างที่คิด" สัมผัสได้จาก "อร่อย RICE บ้าน " ณ บริเวณลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ WHY NOT Social Enterprise และเครือข่ายคนไร้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านไมได้แตกต่างจากคนทั่วไป
นางภรณี ภู่ประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่าจากการสำรวจคนไร้บ้านในกรุงเทพมหาวิทยาลัย ตามที่สสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์ของคนไร้บ้าน หรือกลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะยากจน ไร้ที่พึ่งและประสบกับความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิตและทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร มีประมาณ 1,307 คน และถ้าอยู่ในศูนย์พักพิงต่างๆ จะมีประมาณ 3,000 กว่าคน รวมประมาณ 5,000 กว่าคน ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
โดยกลุ่มคนไร้บ้าน มากกว่าร้อยละ 70 ประกอบอาชีพที่มีความไม่แน่นอนทางรายได้และหลักประกันในการใช้ชีวิต ประมาณร้อยละ 40 มีรายได้จากการทำงานรับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 20 มีรายได้จากการหาของเก่า และร้อยละ 12 มีรายได้จากการค้าขาย ทั้งนี้ คนไร้บ้านเกินกว่าครึ่งเป็นประชากรที่มีต้นทุนด้านการประกอบอาชีพ แต่เงื่อนไขของการใช้ชีวิตของพวกเขาไม่เอื้ออำนวยให้แปรต้นทุนด้านอาชีพดังกล่าวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมีความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้น
"สสส.เห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพคุณภาพของคนไร้บ้าน ทั้งการทำให้คนไร้บ้านมีบัตรประชาชน มีสิทธิ์ในด้านต่างๆ และด้านอาชีพของคนไร้บ้าน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถพึ่งพิงตนเองได้ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถของตนเอง จึงได้จัดให้มีการฝึกทักษะด้านอาชีพ เช่น ช่างซ่อม เบเกอรี่และอาหารฯลฯ นอกจากนั้น มีการพัฒนาเครือข่ายเพื่อหนุนเสริมด้านอาชีพ โดยการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างงๆ เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งกิจกรรมในงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเครืองมือ ทำให้เห็นว่าคนไร้บ้านมีความสามารถ ถ้าเราไม่ทราบว่าอาหารเป็นของใคร เราสามารถทานได้อร่อย เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็น ถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะอาชีพอาจและการสร้างความเข้าใจให้แก่คนทั่วไป เพราะหลายครั้งเราเจออคติ หรือมุมมอง มองว่าคนไร้บ้านเป็นบุคคลอันตราย น่ากลัว สกปรก หรือขี้เกียจ อยากพลิกมุมมองว่าคนไร้บ้าน เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ คนไร้บ้านมีความสามารถเพียงแต่เขาอาจจะขาดโอกาส ดังนั้น ทุกคนควรมองด้วยใจที่เป็นกลาง"นางภรณี กล่าว
ด้านนายสวัสดิ์ คชบาง อายุ52 ปี ตัวแทนคนไร้บ้าน กล่าวว่า จริงๆแล้วคงไม่มีใครอยากเป็นคนไร้บ้าน แต่เมื่อเลือกชีวิตไม่ได้ พวกเขาก็ออกมาอาศัยอยู่นอกบ้าน ซึ่งปัจจุบันคนไร้บ้านมีหลากหลาย มีหลายคนที่มีอาชีพ มีงานทำ ไม่ได้ไร้ศักยภาพ หรือความสามารถอย่างที่หลายคนมองอย่างดูถูก เพราะการมานอนใช้ชีวิตตามพื้นที่สาธารณะ พวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่ใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป ฉะนั้น กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจ มุมมอง ทัศนคติของคนทั่วไปต่อคนไร้บ้านด้วย
"คนไร้บ้าน เป็นกลุ่มหนึ่งของสังคมที่มีหลากหลายกลุ่ม บางกลุ่มทำอาชีพ บางกลุ่มเดินขอเงิน อยากฝากถึงกลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่ทำงานควรปรับปรุงตัวเอง อย่าให้ใครมองไม่ดี ตอนนี้มีเครือข่ายคนไร้บ้าน หน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ทำให้เรามีงานทำ มีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่หากรักอิสระก็ไม่ควรสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ไม่ควรขโมยของ หรือเดินขอเงิน สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้อื่น ส่วนประชาชนทั่วไป อยากให้มองว่าคนไร้บ้านก็เป็นคนเหมือนกัน อย่ามองอย่างอคติ เพราะถ้าทุกคนเลือกได้คงไม่มีใครอยากถูกรังเกียจ หรือดูถูกจากคนอื่น"นายสวัสดิ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ แสงทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หนึ่งในผู้เข้าร่วม งาน "อร่อย RICE บ้าน " กล่าวว่าตนและเพื่อนได้มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยตอนแรกก็ไม่ทราบว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง เพียงแต่เห็นว่ามีบูทอาหารต่างๆ ให้ลองเข้าไปชิม ก็ได้มาร่วมชิมโดยที่ไม่รู้ว่าอาหารจานไหนเป็นคนไร้บ้านทำ จานไหนมาจากร้านดัง เพราะรสชาติอร่อยทุกจาน ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของคนไร้บ้านในการทำอาหาร และรู้ว่าพวกเขามีอาชีพไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีโอกาสพบเจอคนไร้บ้านหลายครั้ง ทั้งเดินมาขอเงิน หรือเก็บขยะ ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ หรืออะไร มองว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งคนเหมือนเรา เพียงแต่โอกาส และเขาเลือกชีวิตไม่ได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นกิจกรรมดีๆ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจและเห็นใจคนไร้บ้านมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องฝากถึงคนไร้บ้าน ให้ต่อสู้ชีวิตและอย่าทำพฤติกรรมที่ไม่ดี ขณะที่ คนทั่วไป อยากให้เข้าใจเห็นใจและมีมุมมองทัศนคติต่อคนไร้บ้านเปลี่ยนไป อย่ามองดูถูกพวกเขา เพราะจริงๆ พวกเขาก็มีศักยภาพ ความสามารถไม่ต่างไปจากเรา เพียงแต่อาจหากโอกาส ทุกคนควรเปิดใจยอมรับเขาก็เป็นคนหนึ่งในสังคม
ปัจจุบันคนไร้บ้าน มากกว่า ร้อยละ 90 ของทั้งหมด อาศัยหลักนอนและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่สาธารณะซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางสังคมและสุขภาพ รวมถึงสร้างความตึงเครียดให้กับการใช้ชีวิต โดยข้อมูลจากการสำรวจคนไร้บ้าน โดยสสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ พบว่า คนไร้บ้านทั่วประเทศ ตัวเลขคาดการณ์ประมาณ 20,000-30,000 คน โดยส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และส่วนหนึ่งอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ ซึ่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีคนไร้บ้านทั้งหมด ประมาณ 5,000 คน เป็นผู้ชาย 90% และผู้หญิง 10% และจากผลสำรวจ สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ ภาวะการทำงานไม่มั่นคง สภาพร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการทำงาน และปัญหาครอบครัว



