
สธ.ยันไข้หวัดใหญ่2009ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ พบมา8ปีแล้ว!
สธ.ยันไข้หวัดใหญ่ระบาดศูนย์อพยพแม่ฮ่องสอน ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ พบมา 8 ปีแล้ว เร่งทำความเข้าใจใหม่ หวั่นสรา้งความแตกตื่นให้ชาวบ้าน ป่วยทั่วประเทศกว่า 6 หมื่นคน
กรณีที่มีการระบุว่ามีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เอ เอช1เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุุ์ใหม่2009 ในศูนย์อพยพ ที่จ.แม่ฮ่องสอน โดยหน่วยงานราชการในจังหวัดระบุชื่อโรคไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวนั้น
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ขอสร้างความเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ตามที่มีการเข้าใจ ทั้งนี้ ตนจะกำชับให้กรมควบคุมโรค(คร.)สื่อสารทำความเข้าใจว่าโรคนี้ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่ประเทศไทยพบเชื้อนี้มาตั้งแต่ปี 2009 หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว มิเช่นนั้นจะสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชน
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ที่บอกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นชื่อเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ตอนนี้จัดเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเท่านั้น ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ พบผู้ป่วยเป็นหย่อมๆ อัตราป่วยตอนนี้ประมาณ 6 หมื่นกว่าคนต่ำกว่าที่มีการพยากรณ์เอาไว้เมื่อช่วงต้นปีว่าจะป่วยมากถึง 3 แสนคนด้วยซ้ำ อัตราตายก็ไม่มาก คิดว่าเมื่อถึงสิ้นปีก็คิดว่ายอดป่วยไม่น่าจะถึงตามที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคก็ไม่ได้ประมาท มีการดูแลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงคนอ้วน คนมีโรคประจำตัว เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ เป็นต้น
เมื่อถามถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า วัคซีนที่ฉีดให้ปีนี้สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่พบในประเทศไทยได้ และซื้อเข้ามาประมาณ 3.5 ล้านโดส มากกว่าปีที่แล้ว และได้ปูพรมฉีดแล้วในกลุ่มเสี่ยง ส่วนวัคซีนที่กรมควบคุมโรคจัดซื้อเข้ามาเพื่อใช้สำหรับพื้นที่ที่มีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน และใช้ฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ตอนนี้ก็ดำเนินการอยู่ส่วนหนึ่ง
“ขอให้ประชาชนอย่าตกใจ ไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่อย่างที่เข้าใจ ตอนนี้เป็นเพียงไข้วัดใหญ่ตามฤดูกาล จึงขอแนะนำประชาชนให้ดูแลตนเอง โดยปิดปาก ปิดจมูกเมื่อมีอาการไอจามหรือใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำ และสบู่ เลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม และการอยู่ในพื้นที่แออัด หากป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดทำกิจกรรม ถ้ามีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ มีน้ำมูก ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงให้ไปพบแพทย์ ถ้าเป็นคนทั่วไปให้พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ถ้าไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์” นพ.ธนรักษ์ กล่าว



