ไลฟ์สไตล์

รถติด จิตไม่ตก

รถติด จิตไม่ตก

21 ก.ย. 2552

พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า “บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้นๆ ลงๆ” นับเป็นคำสอนที่นำไปใช้ได้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิต โดยเฉพาะเรื่องที่คนเราต้องประสบพบเจอเป็นอาจิณ เช่น เรื่อง การจราจรติดขัด บนท้องถนน ในชั่วโมงเร่งด่วน ก่อนเวลาทำการ และหลังเวลาทำการ

รถที่จอดแน่นยาวเหยียด บนท้องถนนนั้น กลายเป็นเรื่องผิดปกติ จนเป็นปกติไปเสียแล้ว

 ผู้มีปัญญาจำนวนหนึ่ง ได้ใช้วิธีการสับหลีกเวลาเริ่มและเลิกงาน มิให้ตรงกับคนส่วนมาก ซึ่งก็ได้ผล สำหรับคนจำนวนหนึ่ง ที่สามารถเลือกเวลาเริ่มและเลิกงานให้แก่ตนเองเพียงเท่านั้น

 ถึงอย่างไร คนเราก็น่าจะคิดหาทางออกในมุมนี้กันให้มากขึ้น กล่าวคือ ต้องยอมเป็นคนส่วนน้อย ที่เห็นแก่ความสบายของตน ด้วยการใช้เวลารถติดไปทำอย่างอื่น ที่มีประโยชน์มากกว่าการนั่งอึดอัดขัดใจอยู่ในรถอย่างเร่าร้อนอารมณ์

 การเปิดเทป และแถบเสียงธรรมะเย็นใจ ตลอดจนเปิดเพลงเพลินใจ ก็น่าจะช่วยให้มีเวลาเป็น “พหูสูต” (ได้ยินได้ฟังมาก)

 เพราะโดยภาวะปกติ คนในเมืองจำนวนมากก็ไม่ค่อยมีความนิ่งพอที่จะได้ยินได้ฟังอะไรต่อมิอะไรเป็นแก่นสารนัก ทั้งนี้ คนผู้ที่จะต้องใช้รถยนต์เดินทางไปไหนอยู่เนืองๆ จะต้องยอมลงทุนสร้างความสะดวก ในการหาความสุข และความเพลิดเพลินเจริญปัญญา ในรถยนต์ของตนเอง โดยการสร้างสื่อสารในการรับฟัง และการรับชมสื่อสาระแห่งชีวิตดังกล่าวแล้ว รวมความว่า ต้องสร้าง “เสนาสนะอันเป็นสัปปายะ” เพื่อ “ธรรมะอันเป็นสัปปายะ”

 เมื่อเรามีธรรมะ และสื่อสาระเป็นที่พึ่งในรถยนต์แล้ว เรื่องรถติดจึงไม่เป็นปัญหา แต่กลายเป็นโอกาสแห่งการฟังเทศน์ฟังธรรม และการฟังเพลง ตลอดถึงการฟังหนังสือเสียง

 ตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสให้คนทำงานด้านจัดพิมพ์หนังสือ ได้ทำหนังสือเสียง ควบคู่กับการทำหนังสืออ่านไปด้วย เพื่อให้คนเมืองจำนวนมาก ได้ติดตามรับรู้เนื้อหาสาระจากหนังสือนั้นๆ โดยการฟังแถบเสียง แทนการอ่านจากหนังสือ ในระหว่างเดินทางในรถยนต์

 การนั่งรถร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว น่าจะเป็นโอกาสแห่ง “อปริหานิยธรรม” คือ การประชุมกันเนืองนิตย์

 ด้วยว่า ชีวิตนอกรถยนต์ ก็ต่างคนต่างไป ไม่ค่อยได้คุยกัน เมื่อรถติด สมาชิกในครอบครัวก็น่าจะได้มีเวลาพูดคุยกันมากขึ้นด้วย ประการฉะนี้

 การได้พบเห็นคนเห็นแก่ตัวบนท้องถนน อาทิ ขับเปลี่ยนเลนแบบโลเล ขับตัดหน้ารถคันอื่นอย่างกระชั้นชิด จอดรถในที่กีดขวางทางจราจร ซึ่งนับวันก็จะมีให้เห็นเรื่องผิดปกติจนเป็นปกติมากขึ้น ทุกวันทุกคืน ก็เป็นเรื่องที่ได้อาศัย “ผัสสะเป็นปัจจัย” เพื่อเป็นโจทย์ในการฝึกจิตให้เห็นความจริงตามความเป็นจริง ว่าคนทุกวันนี้มีจิตวิญญาณตกต่ำย่ำแย่ ไปสู่ความเห็นแก่ตัวหนักหนาหน้าด้าน เพราะขาดธรรมะขัดเกลากิเลสในใจตน

 การที่เราได้รับธรรมะ ในขณะรถติด จึงเป็นเรื่องดียิ่งแล้ว ที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันสภาวะจิตของเรามิให้ตกต่ำไปสู่ความเห็นแก่ตัว เช่นคนขับรถคันนั้น ไงล่ะ

ท่านจันทร์  www.prajan.com