
เล่นหูเล่นตา-เลี้ยง
ฉันก้มหน้าก้มตาปั่นต้นฉบับอย่างเมามันจนมือไม่ทันความคิด เงยหน้ามองนาฬิกาอีกทีก็ตี 5 ว้าย! จะเช้าแล้ว เดี๋ยวจะละลายเพราะโดนแดด ต้องรีบกุลีกุจอเก็บอุปกรณ์การเขียนอันแสนจะโลว์เทคและสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ เห็นใจเถอะนะ
เอาดีทางเทคโนโลยีไม่ได้จริงๆ ไม่ทันเพื่อนสนิทที่มีโน้ตบุ๊กพกติดตัวกันคนละเครื่อง อย่าง พี่ก้อง ปิยะ และ นังท็อป ดารณีนุช รายหลังจับยี่ห้อไฮโซที่มีตราแอปเปิ้ลครบเซตตั้งไว้อยู่ในห้องทำงานที่บ้าน หน้าตาดีกว่าหน้ามันซะอีก ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน วันๆ อาศัยกินและนอนตามท้องไร่ท้องนา (กองละคร) คลุกดินคลุกควาย ขัดกับหน้าไฮโซของมันยิ่งนัก เอาเถอะ! สำหรับหน้าอย่างฉัน แค่ปากกากับกระดาษก็หรูเกินแล้ว
เดินสะโหลสะเหลเข้าห้องนอน ทิ้งน้ำหนักตัวลงในท่าบอดี้สแลมเหมือนแชมป์หญิงโดนน็อก ไม่ทันจะหลับตาลงก็ได้กลิ่น “ข้าว” ข้าวสวยที่กำลังระอุอยู่ในหม้อ ควันหอมลอดเข้ามาตามช่องเพดานจากห้องข้างๆ ที่กำลังเตรียมอาหารเช้าให้ลูกก่อนไปโรงเรียน ก่อนเข้านอนฉันมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องงอแงและกลิ่นอาหารเช้าประเภท ไข่เจียว แกงจืด อยู่บ่อยๆ จนคุ้นเคย ภาพของแม่ตอนฉันยังเด็กก็แวบเข้ามาด้วยเช่นกัน…
แม่อยู่ในชุดนอนมูมู่ ยืนหัวฟูทำกับข้าวเตรียมไว้ให้พวกเรากินตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน กลิ่นไอกรุ่นของข้าวที่กำลังจะสุกช่างเข้ากับไข่เจียวและน้ำแกงจืดรสชาติดีของแม่ บางวันแม่ก็จะทำแกงแล้วผูกใส่ถุงเรียงใส่ถาด เอาออกไปยืนคอยพระที่กำลังเดินบิณฑบาตอยู่หน้าบ้านในตอนเช้าตรู่ก่อนพวกเราจะตื่น แล้วจะกลับมาเคาะประตูปลุกด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นและใจดี แล้วจะค่อยๆ เพิ่มเดซิเบลสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามความถี่ของการเรียก เสียงแม่ปรี๊ดจนพวกเราต้องตื่นในที่สุด ขณะนั้นพวกเราก็เกี่ยงกันเข้าห้องน้ำเพื่อจะได้อาศัยเวลารองีบต่อสักหน่อย…น้องชายคนเล็กตื่นก่อน แต่เข้าไปนั่งหลับต่อบนชักโครก…
เสียงเรียกของแม่ถี่และกระชั้นยิ่งกว่าไฟจ่อตูด ถ้าแม่ไม่มาเป็นแม่ของลูกๆ ปลุกยากอย่างพวกเรา แม่คงเป็นนักร้องเสียงโซปราโนชื่อก้องโลก…แสบหูได้อีก!
วันนี้แม่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่คนที่แม่ต้องปลุกและเรียกกลับกลายเป็นหลานชายกำลังโต 3 ตัวแทน ตกเย็นเสียงของแม่จะสูสีกับนกกระตั้วที่กระพือปีกแหกปากร้องกลบเสียงแม่อยู่บนขื่อข้างครัว ลูกๆ หลานๆ มารวมตัวกันกินอาหารอย่างหิวโหยและเอร็ดอร่อยราวกับนางสิบสอง
มันคือความโชคดีที่พวกเราอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่อย่างเข้าอกเข้าใจ แม้จะมีกระทบกระทั่งกันบ้างประเดี๋ยวก็หาย กินข้าวหม้อเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน…เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ความสำคัญของคนในครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ พ่อแม่จึงเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของทุกคน ไม่มีใครหลงลืมใครอย่างที่เคยได้ยินได้เห็น
ในซอยแห่งหนึ่ง ฉันมองลอดเข้าไปในช่องประตูเหล็กของตึกแถวแบบคนจีนที่เรียงรายกันบรรยากาศเงียบเหงาเหมือนภาพเก่าขาวดำที่ดูซีดเบลอไปตามกาลเวลา มีแค่คนแก่นั่งเฝ้าทีวีเก่าๆ ลูกหลานออกไปทำงาน บางคนกลับเข้ามาจากเลิกงานทักทายคนแก่ที่นั่งเฝ้าทั้งวันเพียงสองสามคำแล้วเดินขึ้นบันไดหายเข้าไปในห้องส่วนตัว บางครั้งพ่อแม่ลูกก็ออกไปหาอะไรกินนอกบ้าน ปล่อยคนแก่นั่งเฝ้าบ้านจนกว่าพวกเขาจะกลับมา นั่นยังดีที่มีสองตายายแก่ๆ อยู่เป็นเพื่อนกัน บางครั้งใครสักคนจากไปปล่อยให้อีกคนนั่งทนใช้ชีวิตที่เหลือจนกว่าจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันบนสวรรค์หรือที่ใดสักแห่ง…แล้วคนที่ถูกทิ้งไว้อย่างจงใจจะเป็นอย่างไรต่อไป…
“พ่อผมตายไปนานแล้ว เหลือแม่ผมอยู่คนเดียว พี่ชายผมแต่งงานมีเมียมีลูกก็ยังอยู่บ้านเดียวกันกับพวกเรา แต่พวกเขาก็อยู่กันเอง ไม่ค่อยสนใจแม่เท่าไหร่ บางวันผมเลิกงานดึก แม่ก็ยังนั่งรอ จนผมต้องขอร้องว่า…"หม่าม้าอย่ารอผมเลยเข้านอนก่อนเถอะ" แกก็ยังจะรอจนผมรู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาให้แม่ก็เลย ต้องเอาวันหยุดยกให้แม่หนึ่งวัน พากันออกไปเที่ยวออกไปกินร้านไหนอร่อยไกลแค่ไหนก็ไปกันสองแม่ลูก ไม่อยากปล่อยให้แม่เหงาอยู่คนเดียว กินกันจนเบาหวานขึ้นคอเลสเตอรอลสูงเลยต้องหยุดกินไปหาหมอแทน…
น้องคนหนึ่งเล่าถึงแม่ให้ฉันฟังอย่างอารมณ์ดี ความสุขจากสิ่งที่ได้ยินเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบนหน้าบานแฉ่งของฉัน…ลูกดีๆ ก็ยังมีอยู่ ทั้งๆ ที่เลี้ยงดูมาเหมือนกัน แต่พอเติบโตมากลับคิดต่างกันแล้วแต่จิตใจใครจิตใจมัน
“ครอบครัวผมมีเมียกับลูกอีก 3 คน แล้วก็มีแม่กับน้องสาวที่ไม่ปกติอีก 1 คน เขาอายุมากแล้วไม่มีใครดูแลเลยทั้งคู่ น้องชายก็แต่งงานไปอยู่กับครอบครัวเขา น้องสาวก็ต้องดูแลครอบครัวสามี…พ่อแม่เลี้ยงมาจนโต พอโตแล้วก็ออกไปเลี้ยงดูคนอื่นต่อ แล้วใครจะดูแลพ่อแม่ล่ะ? ผมเอามาไว้กับผมหมดเลย ไม่ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้หรอก …สงสาร ไปไหนก็ไปด้วยกันทั้งหมดและสุขด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน… ”
ฉันเดินเข้ามาเก็บจานสาคูไส้หมูของโปรดเตี่ยที่กวาดลงท้องจนหมด ไม่เห็นว่าก่อนหน้านั้นมีอะไรอยู่ในจาน ปัดเศษกระเทียมเจียวแห้งๆ ที่ติดตามตัวและกองอยู่บนตักเตี่ยออก แล้วดึงมือเตี่ยมาเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นให้หายมัน ฉันหยุดมองหน้าเตี่ยก่อนยกจานออกไป ลูกที่ดีเป็นอย่างไรฉันไม่รู้หรอก รู้แต่ว่า ฉันมีความสุขที่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ …ที่ฉันมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะพ่อแม่เลี้ยงมาเช่นกัน…
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



