ไลฟ์สไตล์

76   ปี อาชีวศึกษา พัฒนาสู่ความทันสมัยในโลกอาชีพ

76 ปี อาชีวศึกษา พัฒนาสู่ความทันสมัยในโลกอาชีพ

19 ส.ค. 2560

วันสถาปนา 76 ปี อาชีวศึกษา เดินหน้าพัฒนาการอาชีวศึกษา เน้นให้ทวิศึกษา จัดรูปแบบการเรียนการสอน หลักสูตรหลากหลาย พร้อมมอบโล่ คนดีศรีอาชีวะ

       ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ในวันที่  19 สิงหาคม 2560 นี้  เป็นวันคล้ายวันเกิดหรือวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ (กรมอาชีวศึกษา เดิม) ครบรอบ 76 ปี ซึ่งอาชีวศึกษาเป็น 1 ใน 5หน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลงานการศึกษาในด้านวิชาชีพ และเป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยกรมอาชีวศึกษาเดิมได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 พ. ศ. 2484 มีแนวคิดในการริเริ่มการจัดการเรียนการสอนสายวิชาชีพ ตั้งแต่สมัยที่ประเทศไทยเริ่มมีอาชีพหัตถกรรมมากขึ้น นอกเหนือไปจากอาชีพกสิกรรมเดิม อาชีวศึกษาเริ่มได้รับการบรรจุในโครงการการศึกษา เมื่อ พ. ศ.2441 เป็นการศึกษาพิเศษ เป็นวิชาชีพเฉพาะเพื่อให้เกิดความชำนาญและผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพได้ทันทีหลังเรียนจบ ในปี พ.ศ 2453 ได้จัดตั้งโรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งแรกคือโรงเรียนพาณิชยการที่วัดมหาพฤฒารามและวัดราชบูรณะ

       การอาชีวศึกษาได้มีการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ และในปี พ.ศ. 2523 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมอาชีวศึกษา เป็น 10 หน่วยงาน คือ กองวิทยาลัยเทคนิค กองวิทยาลัยอาชีวศึกษา กองวิทยาลัยเกษตรกรรม  เพื่อรับผู้เรียนที่จบสายสามัญระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้เรียนต่ออาชีวศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เป็นเวลา 3 ปี และในปี พ.ศ. 2524 ได้ประกาศใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  ในปี พ.ศ. 2530  ได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยเพิ่มเติมอีกจำนวน 93 แห่ง ตามโครงการจัดตั้งวิทยาลัยการอาชีพระดับอำเภอและวิทยาลัยสารพัดช่าง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาวิชาชีพของท้องถิ่น รวมไปถึงตลาดแรงงานและสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ปี พ.ศ.2538  ได้พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบการสอนอาชีวศึกษาระบบทางไกล

       พัฒนาการของอาชีวศึกษา ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดรูปแบบการเรียนการสอนให้มีหลักสูตรที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเน้นให้ทวิศึกษาเป็นแกนหลักสำคัญในการจัดการศึกษาวิชาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตและบริการของประเทศ  โดยได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการที่ได้มาตรฐานหลายแห่งมาช่วยดำเนินการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาให้บรรลุวัตถุประสงค์  ต่อมาเมื่อวันที่  7  กรกฎาคม  2560  ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาขึ้นแทนกรมอาชีวศึกษาเดิม  มีการจัดโครงสร้างหน่วยงานภายในใหม่เพื่อให้มีความชัดเจนในการดูแลจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยหน่วยงานส่วนกลางประกอบด้วย 3 หน่วยงาน 7 ศูนย์ รวม 17 หน่วยงาน

          วันที่  12  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2559  ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้มีการบริหารจัดการรวมสถานศึกษาภาครัฐและภาคเอกชนเข้าด้วยกัน ปัจจุบันจึงมีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทั้งสิ้น 910 แห่ง ประกอบด้วยภาครัฐ 426 แห่ง ภาคเอกชน 484 แห่ง  ซึ่งการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันของอาชีวศึกษา ได้มีการพัฒนาสู่ความทันสมัย มีการจัดการเรียนการสอนทั้งในรูปแบบ “โรงงาน โรงเรียน” และ “โรงเรียน โรงงาน”  นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา มีรายได้ระหว่างเรียน มีงานทำทันทีหลังเรียนจบ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ      

          ที่ต้องการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความทันสมัย ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 เปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทั้ง First S-Curve และ News S-Curve หลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะ (Education to Employment) หลักสูตรเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และ หลักสูตร Smart Farmer / Modern Farm ปิโตรเคมี  เชื้อเพลิงชีวภาพ ชิ้นส่วนยานยนต์  เทคโนโลยีระบบรางและเป็นสถานศึกษาที่เตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อออกไปพัฒนาเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเซีย และป้อนสู่อุตสาหกรรมหลักของประเทศ  นอกจากนี้ยังได้ทำความร่วมมือด้านการศึกษาวิชาชีพ กับประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในการจัดการศึกษาวิชาชีพเฉพาะทาง  เพื่อเป็นการหลอมรวมกำลังคนให้มีคุณภาพเพื่อเข้าร่วมกลุ่มประชาคมอาเซียนได้อย่างเท่าเทียม 

           ดร.สุเทพ กล่าวปิดท้ายว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาอาชีวศึกษา ครบ 76 ปี  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงได้จัดให้มีพิธีสงฆ์และมอบโล่ให้กับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ครูดีศรีอาชีวะ” จังหวัดละ 1 คน  และผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากส่วนกลางให้เป็น “คนดีศรีอาชีวะ” สำนักงานละ 1 คน  รวมจำนวน  69 คน