ไลฟ์สไตล์

เรื่องของช่วงล่าง(จบ)ช่วงล่างไม่เกาะไม่หนึบ

เรื่องของช่วงล่าง(จบ)ช่วงล่างไม่เกาะไม่หนึบ

20 ก.ย. 2552

รถยนต์แต่ละคันแต่ละแบบแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาด้วยจุดประสงค์ของความต้องการที่แตกต่างกัน จึงมีข้อจำกัดในหลายด้านที่จะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้ได้ไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ รถสปอร์ต ถูกออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูงก็ต้องแลกกับความสะดวกสบายของผู้โดยสาร

 รถเก๋งนั่งถูกออกแบบมาให้มีความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารที่จำกัดไว้ว่าไม่มากกว่ากี่คน ก็ต้องแลกเอากับความเร็วและการบรรทุก รถอเนกประสงค์ ถูกออกแบบมาให้ความสบายและการบรรทุกสัมภาระและผู้โดยสาร ก็ต้องแลกกับสมรรถนะ อัตราเร่ง และการทรงตัว

 เช่นกันกับรถกระบะทุกรูปแบบถูกออกแบบมา เพื่อใช้ในการบรรทุกก็ต้องแลกมากับความเร็ว การทรงตัวและความสะดวกสบาย

 ส่วนมากแล้วประสิทธิภาพในการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม (ตามที่ถูกออกแบบมา) จะมีได้เมื่อใช้ความเร็วไม่เกินกว่าสามในสี่ของความเร็วสูงสุดของรถคันนั้นเท่านั้น และยังต้องขึ้นอยู่กับสภาพของถนนและพฤติกรรมการขับที่มีต่อรถคันนั้นอีกด้วย ประสิทธิภาพในการเกาะถนนจะด้อยลงไปตามอัตราความเร็วที่เพิ่มขึ้น

 ดังนั้นการที่พูดกันว่ารถคันนั้นเกาะ หนึบ ดีกว่ารถอีกคันหรืออีกยี่ห้อจึงต้องพิจารณากันหลายแง่มุม ไม่เว้นแม้แต่รถในรุ่นเดียวกันที่ต่างขนาดของเครื่องยนต์

 เอาละถ้ารถที่ใช้มาพักหนึ่งแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกว่าไม่เกาะถนนขึ้นมา  เช่นเมื่อก่อนนี้ใช้ความเร็วที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเข้าโค้งกว้างครึ่งวงกลมโดยไม่ออกอาการอะไร แต่ปัจจุบันนี้ต้องลดความเร็วลงมาที่ 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถึงจะเข้าโค้งออกโค้งได้

 คำตอบของคำถามนี้คงต้องเริ่มกันที่ เรื่องของ อายุรถ อายุยาง และล้อ การดูแลบำรุงรักษายาง (เติมลมวัดลม) ขนาดและชนิดของยาง (ถ้าเปลี่ยนยางมา) การเสื่อมสภาพหรือการสึกหรอของยางมีทั้งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสัมผัสได้จากอาการที่เกิดขึ้นดอกยางดูด้วยตาแล้วยังเห็นว่าดีน่าที่จะใช้ได้อีกนานแต่การเสื่อมสภาพที่มองไม่เห็นก็รู้ได้จากระยะเบรกยาวขึ้น เสียงดังมากขึ้น

 การสึกหรอที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น สึกเป็นบั้งตามหน้ายาง นั้นส่วนมากแล้วจะเกิดจากระบบกันสะเทือนเช่น โช็คอัพ ยางสึกตรงกลาง หรือขอบสองด้านของดอกยางก็บอกได้ว่าเกิดจากเกินเติมลมยางน้อยหรือมากเกินไป ยางสึกที่ขอบด้านในหรือด้านนอกก็พอจะบอกได้ว่าเกิดจากละเลยการ ตั้งศูนย์ล้อ

 ยางบวม ทั้งมองเห็นและไม่เห็นด้วยตา อาจจะเกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างภายในยางอาการที่เห็นชัดเจน คือเมื่อรถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำมีอาการโคลง ขับรถที่ความเร็วคงที่ระดับหนึ่งแล้วพวงมาลัยสั่นก็บอกได้ว่ายางคู่หน้านั้นสูญเสียความสมดุลไปแล้วควรจะนำยางทั้งคู่หรือทั้งสี่เส้นไปทำการถ่วงล้อใหม่ เข้าโค้งออกโค้งหรือชะลอรถเข้า ยูเทอร์นเพื่อกลับรถมีเสียงยางดังบดพื้นถนนก็บอกได้ว่าศูนย์ล้อควรจะต้องมีการปรับตั้งใหม่ โดยเฉพาะมุมโทอิน-โทเอาท์
 
 ต่อไปก็ที่ระบบบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัย ระยะฟรี น้ำหนักการหมุนที่วงพวงมาลัย ศูนย์ล้อหรือมุมล้อทั้งสามมุม สภาพของแกนยึดต่างๆ สภาพของโช้คอัพ คอยล์สปริง ลูกหมาก บุชข้อต่อทุกตัว ทั้งหมดเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาและแก้ไขกันเป็นจุดๆ ไป

 มีมากมายหลายคนที่มีรถแล้วไม่ถูกใจ ใช้ความรู้สึกบอกตนเองว่ารถไม่เกาะไม่หนึบ แล้วไปสรรหาวิธีการ แต่งหรือเซตช่วงล่างกันใหม่เพื่อให้มีความรู้สึกที่ดีในการขับ ก่อนที่จะไปทำอย่างนั้นอยากให้ทุกท่านถามตนเองว่า ผู้ที่จะรับแต่งหรือเซตช่วงล่างให้ถูกใจนั้น เขามีหลักมีเกณฑ์อะไรเป็นข้อกำหนดว่าจะเซตให้ได้ตามความรู้สึก

 ครับความจริงกับความรู้สึกมักจะสวนทางกัน