
โตโยไทร์เร่งสปีดยางนอกถูกใจขาซิ่ง
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนว่าจะฟื้นตัวอย่างชัดในเร็ววันนี้หรือไม่ แต่ตลาดยางรถยนต์ในบ้านเรากลับส่งสัญญาณการแข่งขันดุเดือดอีกระลอกแล้ว โดยเฉพาะยางนำเข้าที่ประกาศชัดเจนว่า ต้องการเข้ามาขอส่วนแบ่งทางการตลาดกับยางในประเทศ แม้ว่าปัจจุบันยางนำเข้าจะม
แต่สำหรับ โตโยไทร์ แบรนด์พรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นกลับมองว่า ตลาดนี้สำหรับเมืองไทยแล้วมีความน่าสนใจเสมอ พรชัย เครือญาติดี กรรมการผู้จัดการ โค้ว อินเตอร์ บิสซิเนส ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยางรถยนต์ “โตโยไทร์” บอกว่า แม้ที่ผ่านมาภาพรวมทางเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก แต่สำหรับโตโยไทร์แล้วกลับมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตถึง 30% หรือคิดเป็นยอดจำหน่าย 7 หมื่นเส้น
ผู้บริหารให้เหตุผลว่า การเติบโตที่สูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการรุกตลาดอย่างจริงจังของบริษัทในช่วงระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะเมื่อนำแบรนด์เข้าไปสร้างการรับรู้ในลูกค้ากลุ่มมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งโตโยไทร์ได้เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ให้แก่โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต การเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนกีฬาดังกล่าวทำให้ บริษัทประสบความสำเร็จมากขึ้น
“กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์โตโยไทร์มากขึ้น จึงส่งผลต่อมายังยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เราคงไม่หยุดเท่านี้ เพราะมองว่าการสร้างแบรนด์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แม้ว่าเราจะอยู่ในตลาดมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม”
สำหรับเป้าหมายในการสร้างการรับรู้ของ แบรนด์ของโตโยไทร์นั้น ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าลูกค้าระดับพรีเมี่ยมถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ซึ่งกลุ่มนี้รับรู้ถึงสมรรถนะของโตโยไทร์ เป็นอย่างดีมาแล้ว แต่สิ่งที่บริษัทต้องทำต่อเนื่องคือ การขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นมาสู่ลูกค้าระดับกลาง ซึ่งเป็นฐานที่มีกำลังซื้อและมีขนาดใหญ่พอสมควร
ทั้งนี้การสร้างการรับรู้ไปยังลูกค้าระดับกลางนั้น นอกจากการสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้ว จากนี้ไปบริษัทจะเน้นการทำกิจกรรมในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งการลงโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งปีนี้บริษัทได้เพิ่มงบทำตลาดถึง 30% จากปีที่ผ่านมาใช้ไป 20% ของยอดขาย สำหรับเป้าการขายปีนี้บริษัทวางไว้ 1 แสนเส้น
กลยุทธ์การตลาดอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ที่เราจะได้เห็นจากนี้ไปของโตโยไทร์ก็คือ การเปิดช็อปหรือที่เราเรียกว่า ฟาสต์ เซอร์วิส เป็นการให้บริการซ่อมบำรุงแบบเร่งด่วน โดยใช้ชื่อร้านว่า “โตโยช็อป” โดยสาขาแรกจะได้เห็นในปีนี้ในเขตกรุงเทพฯ ขณะนี้ได้มีร้านต้นแบบแล้วซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ถนนวิภาวดีรังสิต
สำหรับโตโยช็อป จะทำในลักษณะรูปแบบของดีลเลอร์ มีการคัดเลือกผู้ที่มีฐานะมั่นคง โดยแบ่งระดับของช็อปออกเป็น 3 เกรด คือ เกรด A เป็นช็อปขนาดใหญ่มีพื้นที่ 2 ไร่ขึ้นไป ลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน เกรด B พื้นที่ ประมาณ 1 ไร่ และ เกรด C ต่ำกว่า 1 ไร่ โดยตั้งเป้าใน 5 ปีเปิดให้ครบ 10 แห่ง เน้นเปิดต่างจังหวัด 6 แห่ง ที่เหลือเป็นในเขตกรุงเทพฯ
“เรายังไม่อยากตั้งเป้าการเปิดช็อป มากนัก เพราะต้องการเน้นคุณภาพและดีลเลอร์ที่มั่นคง เน้นเปิดในหัวเมืองใหญ่ก่อน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เราต้องการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ร้านนี้จะขายยางโตโยไทร์ 90% ที่เหลือสามารถขายยี่ห้ออื่นได้ นอกจากการเปลี่ยนยางแล้วเราจะให้บริการอื่นๆ อีกเช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนผ้าเบรก แต่จะไม่มีการซ่อมบำรุงหนัก” ผู้บริหารโตโยไทร์ กล่าวทิ้งท้าย
ศรัญยู



