ไลฟ์สไตล์

ตามกรมหมอดินไป"ห้วยบง"ดูวิธีฟื้นฟูดิน-เพิ่มผลผลิตมัน

ตามกรมหมอดินไป"ห้วยบง"ดูวิธีฟื้นฟูดิน-เพิ่มผลผลิตมัน

20 ก.ย. 2552

โครงการห้วยบงเมืองอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ไม่เพียงเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของกรมหมอดินในการพัฒนาคุณภาพดินที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่มีดินคุณภาพเลวที่สุดของ จ.นครราชสีมา ใ

 "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามกรมพัฒนาที่ดิน หรือกรมหมอดิน นำโดยอธิบดี "บัณฑิต ตันศิริ" ไปเยี่ยมชมความคืบหน้าการพัฒนาที่ดินเพื่อให้เหมาะกับการปลูกมันสำปะหลัง หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาติที่บ้านซับเจริญ ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ตามโครงการห้วยบงเมืองอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง โดยความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาที่ดินและมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพดิน (เลวที่สุด) ให้เหมาะกับการปลูกมันสำปะหลังมากที่สุด

 "ทำไมเราจึงให้ห้วยบงเป็นพื้นที่ทดลอง ก็เพราะว่าพื้นที่บริเวณนี้คุณภาพของดินมีปัญหามากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่บริเวณอื่นของโคราช ถ้าทำตรงนี้สำเร็จ บริเวณอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา กรมจึงระดมสรรพกำลังทุกส่วนทั้งบุคลากร ทั้งเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อมาใช้ในโครงการนี้อย่างเต็มที่" อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ให้เหตุผลระหว่างนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่โครงการ

 ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั้งประเทศประมาณ 12 ล้านไร่ ให้ผลผลิตมันสำปะหลังเฉลี่ย 2.5 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก และที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากสภาพดินเป็นทรายหรือดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ อีกทั้งเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการปรับปรุงดินและมีการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ทำให้ดินยิ่งเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผลผลิตก็ยิ่งต่ำลงทุกปี ด้วยเหตุนี้ทำให้กรมพัฒนาที่ดินพยายามค้นหาวิธีการปลูกมันสำปะหลังที่เหมาะสมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการเพิ่มปริมาณผลผลิตแต่ไม่เพิ่มต้นทุนการผลิต

 บัณฑิต ระบุอีกว่า มันสำปะหลังจัดได้ว่าเป็นพืชยุทธศาสตร์ชนิดหนึ่งของ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะแก่การปลูกมันสำปะหลัง แต่ให้ผลผลิตต่ำมาก เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสาน โดยเฉลี่ยเพียง 2 ตันต่อไร่เท่านั้น จึงมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 จัดทำโครงการห้วยบงเมืองอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังขึ้น โดยร่วมกับมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 60 ราย โดยมีระยะเวลาการดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2553

 "เป้าหมายของโครงการก็เพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ดำเนินการขยายผลในเรื่องการปรับปรุงบำรุงดินและการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2551 ดำเนินการไปแล้ว 500 ไร่ ปี 2552 เพิ่มเป็น 1,120 ไร่ และในปีงบประมาณ 2553 มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,500 ไร่ และเพิ่มผลผลิตมันจาก 2.7 ตันต่อไร่ เป็น 5.3 ตันต่อไร่ให้ได้ในปี 2553 แล้วก็ยังลดการใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-7-18 จาก 50 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือ 25 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วหันมาใช้ปุ๋ยผสมเองสูตรต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดินแทนเพื่อเกษตรกรจะได้ลดต้นทุนการผลิตลงแล้วทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น"

 สำหรับวิธีการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยการวางแนวระดับ การสร้างทางลำเลียง สร้างอาคารชะลอความเร็วของน้ำ การปลูกหญ้าแฝกเพื่อลดการชะล้างพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดินและการวางแนวทางการไถเพื่อปลูกมันสำปะหลัง รวมทั้งดำเนินการปรับปรุงบำรุงดินโดยการฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพซุปเปอร์ พด.2 อัตราส่วน 1 ต่อ 500 ก่อนเตรียมดินและในรอบฤดูการผลิตเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช ปรับปรุงดินโดยปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ที่ขยายเชื้อในปุ๋ยหมัก 300 กิโลกรัมต่อไร่ ปลูกพืชปุ๋ยสด (ถั่วพร้า) แซมในร่องมันสำปะหลังและสับกลบให้เป็นปุ๋ยพืชสดต่อไป

  เนื้อที่กว่า 4,200 ไร่ ที่มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ใช้เป็นแปลงปลูกมันสำปะหลังมาตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ต้นพันธุ์ห้วยบง 80 (Huay Bong 80) ซึ่งวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์โดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาดำเนินการปลูก เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีปริมาณแป้งสูง คุณภาพดีและหัวใหญ่

 "ทั้งในแปลงทดลองที่ร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและแปลงของเราเอง จะใช้พันธุ์ห้วยบง 80 ทั้งหมด เกษตรกรในพื้นที่และละแวกใกล้เคียงส่วนใหญ่ก็ใช้พันธุ์นี้เช่นกัน เพราะขายได้ราคาดี มีปริมาณแป้งสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ แล้วเราก็จำหน่ายต้นพันธุ์ด้วย ในราคาต้นละ 1.20 บาท ส่วนปริมาณการปลูกใน 1 ไร่ จะใช้ต้นพันธุ์เฉลี่ยประมาณ 700 ต้น ระยะห่างระหว่างต้น 1X1.20 เมตร ไม่ปลูกถี่เกินไป ส่วนปัญหาก็พบบ่อยก็จะเป็นเพลี้ยแป้งที่ดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้หัวฝ่อ ตอนนี้ก็ได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหานี้อยู่" บัญญัติ หวานแก้ว ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมระหว่างพาเยี่ยมชม

 "ห้วยบง" เมืองอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง จึงนับเป็นอีกก้าวของกรมพัฒนาที่ดินในการพัฒนาดินเลว (ที่สุด) ให้เหมาะสมกับการปลูกมันสำปะหลัง และเป็นโครงการนำร่องต้นแบบในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง หนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาติก่อนขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป
      สุรัตน์ อัตตะ