
รู้ทันกฎหมาย - เลิกเช่า
เช่าบ้านเขาอยู่เช่าอู่เขานอนก็ต้องเป็นเบี้ยรองให้เขาที่เป็นผู้ให้เช่าวันยังค่ำ แต่เมื่อถามคนให้เช่าก็บ่นว่ากว่าจะเลิกเช่ากันได้บางทีต้องขับไล่กันถึงโรงถึงศาล มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลย
การให้เช่าเขาถึงให้ความสำคัญกับคนเช่าว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน คนเช่าตายเมื่อไหร่เป็นอันสิ้นสัมพันธ์ต่อกันไป ในขณะที่คนให้เช่าตายไปจนเกิดใหม่ ถ้าสัญญาเช่ายังไม่หมด คนที่รับมรดกตกทอดมาก็ต้องผูกพันตามสัญญาต่อไป
ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาก็สามารถหาเหตุเลิกได้ แต่ก็ต้องเป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญ และต้องมีขั้นตอนการเลิกให้ได้ลำดับตามกฎหมาย
ถ้าไม่มีการผิดสัญญาก็ต้องถือว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดได้ก็ต้องรอให้ครบกำหนดเวลา หรือต้องแช่งคนเช่าให้ตายๆไป แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะถึงก่อนกัน
กฎหมายกำหนดแบบเอาไว้ว่า จะให้เช่าต้องทำหนังสือสัญญากันไว้ ไม่เช่นนั้นจะบังคับกันไม่ได้ แต่เมื่อสัญญาครบกำหนดเมื่อไหร่ หากจะต่อเวลากันก็ทำได้ โดยจะทำเป็นสัญญากันใหม่หรือเช่ากันต่อๆไปโดยไม่ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
แต่ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ว่า ถ้าสัญญาครบกำหนดไปแล้วก็ไม่ว่ากระไร ต่างก็เช่าและเก็บค่าเช่ากันต่อไป ถือว่ามีการต่ออายุสัญญากันไปโดยไม่มีกำหนดเวลา จะเลิกราโดยไม่รอผู้เช่าตายก็ต้องใช้วิธีบอกเลิกสัญญาต่อกันได้โดยทำเป็นหนังสือแจ้งไปล่วงหน้าเท่ากับหนึ่งระยะเวลาการจ่ายค่าเช่า
ส่วนใหญ่ก็ให้เช่ารายเดือน บอกกล่าวไปก็เท่ากับบอกล่วงหน้าไว้หนึ่งเดือน ให้เขาเตรียมตัวย้ายได้ แต่ถ้าจ่ายค่าเช่ากันเป็นรายปีก็ไม่ต้องบอกกันนานขนาดนี้ เพราะอาจมีลืมได้ กฎหมายท่านให้บอกล่วงหน้าได้ไม่ต้องเกินกว่าสองเดือนก็พอ
ผู้ให้เช่าจึงต้องเข้าใจ อย่าคิดว่าสัญญากำหนดเวลาเอาไว้อย่างไรก็เป็นไปตามนั้น ครบแล้วยังรอต่อไป แม้จะสักวันสองวันก็มีผลเป็นการต่อสัญญาเรียบร้อย ยิ่งถ้าไปรับเงินค่าเช่าเขาไว้ก็ยิ่งชัดเจนถึงเจตนาใหญ่ว่ายังไม่ได้เลิกสัญญากัน
ดังนั้นอย่าได้เผลอรอให้พ้นผ่าน ต้องจัดการในทันที ครบกำหนดตามที่ระบุไว้ดิบดีแล้วยังไม่ย้ายออก ก็ต้องบังคับขับไล่ ถ้าเกิดเขาเอาเงินมาจ่ายก็สามารถรับไว้แต่ไม่ใช่ค่าเช่า เราต้องถือเป็นค่าเสียหายจึงจะได้ความตามต้องการ ไม่เช่นนั้นก็ต้องผ่านวิธีบอกเลิกสัญญาล่วงหน้าอย่างที่ว่าไว้
มีบ้านหรือคอนโดให้เช่า เราจะมองแต่ทางได้โดยไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมาย ก็จะเสียหายตั้งแต่เริ่มเลย
"ศรัณยา ไชยสุต"



