
ม.44 ปลดล็อค คนนอกไม่เป็นข้าราชการนั่งอธิการม.ได้
คสช. ใช้ ม. 44 แก้แต่งตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ขรก.-พนง.มหาลัย เป็น อธิการบดี-คณบดี ได้
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๗/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยระบุว่าโดยที่ในปัจจุบันปัญหาการบริหารงานของสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา มักปรากฏปัญหาการได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหาร ทําให้การบริหารงานของสถานศึกษาต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถขับเคลื่อนสถานศึกษาได้อย่างเป็นระบบ ขาดความต่อเนื่อง และเกิดความล่าช้าในการบริหารงานที่สําคัญหลายกรณีส่งผลให้การดําเนินการเพื่อปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่ง ในการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ไม่อาจบรรลุผลสําเร็จลงได้
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ข้อ ๑ ในคําสั่งนี้
"สถาบันอุดมศึกษา" หมายความว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการและเป็นนิติบุคคล
"สภาคณาจารย์" หมายความว่า สภาคณาจารย์และข้าราชการ หรือสภาคณาจารย์และบุคลากร หรือสภาที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งทําหน้าที่ทํานองเดียวกับสภาคณาจารย์ แล้วแต่กรณี ตามกฎหมายจัดตั้ง สถาบันอุดมศึกษา
ข้อ ๒ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาให้มีความต่อเนื่อง และเกิดประสิทธิภาพ ให้สถาบันอุดมศึกษามีอํานาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ สําหรับคุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและกฎหมาย จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้น ๆความในวรรคหนึ่ง ให้นํามาใช้บังคับกับผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ อยู่ในวันก่อน วันที่คําสั่งน้ีใช้บังคับ และผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างกระบวนการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าวในวันที่คําสั่งนี้ ใช้บังคับด้วย
ข้อ ๓ มิให้นําบทบัญญัติที่เกี่ยวกับระยะเวลาในการรักษาราชการแทนผู้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดีที่บัญญัติอยู่ในกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับกับการรักษาราชการแทน ในระหว่างการดําเนินการสรรหาหรือดําเนินการเพื่อแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว
ข้อ ๔ ในการดําเนินการเพื่อให้มีสภาคณาจารย์ตามกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ให้คณาจารย์และบุคลากรอื่นของสถาบันอุดมศึกษานั้นซึ่งมิได้เป็นคณาจารย์แต่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานของสถาบันอุดมศึกษานั้นมีสิทธิเลือกและดํารงตําแหน่งในสภาคณาจารย์ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคบของสถาบันอุดมศึกษานั้น ๆ
ความในวรรคหนึ่ง มิให้มีผลกระทบต่อผู้ดํารงตําแหน่งในสภาคณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษา ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ หรืออยู่ระหว่างการดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่ง ในสภาคณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาในวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๕ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้ข้อ ๖ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติสั่ง ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ"
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่า มีการพิจารณาคำสั่ง คสช. โดยเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันการศึกษา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาในการเลือกอธิการบดีของมหาวิทยาลัยของรัฐ มีกฎเกณฑ์จะเลือกใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการที่ยังไม่เกษียณอายุ แต่ว่ากฎระเบียบนี้ขัดกับกฎหมายกลางฉบับหนึ่ง คือพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ระบุให้อธิการบดีเป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งอยู่ดีคืนดีก็มีคนร้องฟ้องศาลเรื่องนี้ ซึ่งศาลบุรีรัมย์ก็ได้ตัดสินว่า ไม่อนุญาตให้คนที่ไม่เป็นข้าราชการเป็นอธิการบดีได้ ในวันนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ขอความอนุเคราะห์ คสช. ปลดล็อคส่วนนี้ วันนี้จึงมีคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เป็นข้าราชการ สามารถเป็นอธิการบดีได้ โดยข้อดีของคำสั่งโอกาสนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะมีตัวเลือกมากขึ้น ในการเลือกผู้บริหาร



